"ไอติม-พริษฐ์" จี้ กกต. แจงเส้นเงิน 8.6 แสนบาทสู่เจ้าหน้าที่ ย้ำเป็นหลักฐาน "ควรเชื่อได้ว่ามีการฮั้วเลือกตั้ง สว." ชี้การโอนเงินเชื่อมโยงเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นกับพนักงานสอบสวน กกต. เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมัยหน้า แม้ กกต. เร่งสรุปคดีสิ้น ส.ค. แต่ส่วนตัวยังสงสัย คดีจะจบอย่างไร ยืนยันเดินหน้าเปิดข้อมูลถึงที่สุด
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรศิลป์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ได้แถลงปิดท้ายกิจกรรม "เจาะลึกหลักฐานคดี สว. ภาค 4" โดยเน้นย้ำถึงหลักฐานเส้นทางการเงินที่ถือเป็น 'หลักฐานเกรด A' ในกระบวนการตรวจสอบการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองท้องถิ่นกับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายพริษฐ์ได้เปิดเผยข้อมูลการโอนเงินจำนวน 860,000 บาท รวม 13 ครั้ง ภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 จากบุคคลชื่อ "ญาณี สีฟ้า" ไปยังบุคคลชื่อ "สุรชัย ขันติยานนท์" ซึ่งจากข้อมูลที่สืบค้นได้ "ญาณี สีฟ้า" เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เขต 5 อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ที่ลงสมัครในนาม "กลุ่มภูมิใจไทยอำนาจ" และมีการร่วมกิจกรรมกับ น.ส.สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ส่วน "สุรชัย ขันติยานนท์" นั้น ในช่วงเวลาเกิดเหตุ คาดว่าเป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวนฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัยของ กกต.
จากข้อเท็จจริงดังกล่าว นายพริษฐ์ได้ตั้งคำถามถึง กกต. อย่างตรงไปตรงมา 4 ข้อ ได้แก่: หนึ่ง กกต. ได้ดำเนินการสอบสวนทั้งคุณสุรชัยและคุณญาณีแล้วหรือไม่ สอง หากดำเนินการแล้ว รายละเอียดการสอบสวนเป็นอย่างไร และวัตถุประสงค์ของการโอนเงินเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. หรือไม่ สาม หาก กกต. ระบุว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. เหตุใดจากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้น จึงไม่พบการโอนเงินระหว่างบุคคลทั้งสองนี้อีกในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 (สิงหาคม-ธันวาคม) และ สี่ สถานะและผลการสอบสวนในปัจจุบันเป็นอย่างไร มีบทสรุปแล้วหรือไม่
นายพริษฐ์เน้นย้ำว่า แม้หลักฐานเส้นทางการเงินที่พบในแต่ละจังหวัดอาจไม่ได้มีผู้สมัคร สว. เป็นผู้โอนโดยตรงเสมอไป แต่เมื่อนำหลักฐานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโพยใบสั่ง หลักฐานจากพยานบุคคล การรวมตัวกันจัดทำโพยในสถานที่ต่าง ๆ และเส้นทางการเงินที่พบใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ (ลำพูน นครพนม หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ สุราษฎร์ธานี และสงขลา) มารวมกันเป็นจิ๊กซอว์ ก็ทำให้ "ควรเชื่อได้ว่า" ขบวนการโกง สว. มีอยู่จริง ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาลเพื่อพิจารณาพิพากษา ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ที่จะตัดสินว่าใครผิดหรือไม่ผิด
เกี่ยวกับการที่ กกต. เตรียมจะสรุปสำนวนคดีภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ นายพริษฐ์ระบุว่า กกต. มีกรอบพิจารณา 90 วันตามกฎหมาย ซึ่งจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนกันยายน สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่ "จะจบเมื่อไหร่" แต่เป็น "จะจบอย่างไร" หาก กกต. ไม่นำหลักฐานเส้นทางการเงินหรือโพยมาพิจารณาอย่างครบถ้วน อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้
ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้าอย่างแน่นอน โดยเนื้อหาจะครอบคลุมหลายประเด็น รวมถึงเรื่องการโกง สว. โครงการดิจิทัลวอลเล็ต โครงการอื่น ๆ ที่มีข้อพิรุธ และเรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ซึ่งได้เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเปิดประชุมวิสามัญก่อนเปิดสมัยประชุมปกติเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ส่วนกรณีการต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมานั้น พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับท่าทีของรัฐบาลที่สวนทางกับประชาคมโลก และมองว่ามิน อ่อง หล่าย ก็ปฏิเสธฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีการมองว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลของฝ่ายค้านเป็นการ "ตีโพยตีพาย" หรือเป็นการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง นายพริษฐ์ชี้แจงว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่เป็นการตรวจสอบกระบวนการที่คดีดังกล่าวได้ดำเนินมานานกว่า 2 ปี แต่ยังไม่ถึงศาล โดยที่คณะไต่สวนจาก กกต. และดีเอสไอได้ชี้มูลความผิดบุคคลไปแล้วอย่างน้อย 229 คน แต่ยังไม่มีใครไปถึงศาล การออกมาเปิดเผยข้อมูลจึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ กกต. กำลังจะชี้ขาดว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ และหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดใด ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่ม 229 คนหรือไม่ ก็ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยมาตรฐานเดียวกัน นายพริษฐ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่องไปจนกว่า กกต. จะมีมติ และพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบหาก กกต. ไม่ดำเนินการตามหน้าที่.




