News Logo
หน้าแรก
อดีตนายกฯตาดทองโวย! จ่าย 2.15 ล.ฝากเด็กเข้า อปท. 5 คน สุดท้ายโดนเบี้ยว

อดีตนายกฯตาดทองโวย! จ่าย 2.15 ล.ฝากเด็กเข้า อปท. 5 คน สุดท้ายโดนเบี้ยว

21 ส.ค. 2569 18:16
ผู้ชม 183 คน

อดีตนายกเทศมนตรี ต.ตาดทอง หอบหลักฐานแจ้งความ หลังจ่ายเงิน 2.15 ล้านบาทให้นายหน้า จ.ศรีสะเกษ หวังฝากเด็ก 5 คนเข้าทำงาน แต่กลับโดนเบี้ยว ไร้ชื่อบรรจุ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายพิบูล ฝ่ายดี อดีตนายกเทศมนตรี ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ หลังถูกอดีตผู้สมัคร สส. ซึ่งเป็นนายหน้าในพื้นที่จ.ศรีษะเกษหลอกลวง โดยอ้างว่า สามารถช่วยเหลือผู้สมัครให้สอบผ่านเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ ซึ่งตนได้มอบเงินสดจำนวน 2,150,000 บาท ให้แก่นายหน้ารายดังกล่าว เพื่อช่วยฝากผู้สมัครจำนวน 5 คน แต่เมื่อประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการกลับไม่มีรายชื่อของผู้สมัครทั้ง 5 คนตามที่ตกลงกันไว้ จึงตัดสินใจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายพิบูลระบุว่า นายหน้าคนดังกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านและเข้าทำงานในท้องถิ่นได้ ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้ว โดยในครั้งที่ 1 และ 2 ตนพบว่าผู้ที่จ่ายเงินให้นายหน้ารายนี้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการจริง ดังนั้น ในการสอบปี 2568 ตนจึงส่งผู้สมัครเข้าร่วม 5 คน ทั้งนี้ โดยทั่วไปขบวนการดังกล่าวจะเรียกรับผลประโยชน์ประมาณ 5-7 แสนบาทต่อคน 

“ผมอยู่ท้องถิ่นมา 20 ปี ระบบมันเป็นแบบนี้ ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ได้ คนเก่งๆ บอกตรงๆ สอบได้ก็ติดแค่สำรอง ตำแหน่งมีน้อยก็ไม่ได้บรรจุ คนส่วนหนึ่งเขาเห็นระบบมันเป็นแบบนี้ อยากบรรจุ เสียตังค์ ก็ต้องยอม ผมเอาตังค์ไปวางเองกับมือ 2 ล้านบาท ฝากเขาบรรจุ 5 คน แต่ไม่มีชื่อเลย สำรองก็ไม่ติด” นายพิบูลกล่าว 

นายพิบูล ระบุเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการประกาศรายชื่อแล้วไม่พบรายชื่อบุคคลที่ตนฝากไว้ ซึ่งในการทวงถามเงินคืน ทั้งสองฝ่ายเคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ทางนายหน้าจึงอ้างว่าจะไปติดตามเงินคืนจากเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รายหนึ่งที่รับเงินต่อไป 

อย่างไรก็ตาม นายพิบูลระบุว่า ไม่ทราบแน่ชัดว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากตนมีหน้าที่เพียงจ่ายเงินเพื่อฝากคนเข้าทำงาน และไม่ทราบว่าเงินถูกส่งต่อไปถึงใครบ้าง โดยที่ผ่านมาเมื่อพยายามทวงถามเงินคืน นายหน้าก็บ่ายเบี่ยงและไม่ตอบคำถามใดๆ 

นายพิบูลระบุเพิ่มเติมว่า ตนเป็นผู้เสียหายรายที่ 20 ที่เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้เสียหาย 19 รายก่อนหน้านี้ล้วนตกเป็นเหยื่อของนายหน้าคนเดียวกัน และทั้ง 20 รายก็ไม่มีลูกหลานสอบติดหรือได้รับบรรจุเลย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ฝ่ายกฎหมายของนายพิบูลได้แนะนำให้ดำเนินคดีแพ่งควบคู่ไปด้วย เพื่อเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีและยึดทรัพย์นำเงินมาคืน ซึ่งหากคู่กรณีสามารถไกล่เกลี่ยและชดใช้ค่าเสียหายได้เรื่องก็อาจจะจบลง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าในฐานะผู้จ่ายเงิน ถือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทุจริตการสอบหรือไม่ นายพิบูล ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว เนื่องจากนายหน้ารายนี้อ้างว่าสามารถจัดการให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุได้ ตนจึงหลงเชื่อและจ่ายเงินไป ส่วนเงินดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังผู้ใดต่อนั้น ตนไม่ทราบแน่ชัด โดยเห็นว่าหากดำเนินการสำเร็จก็แล้วไป แต่เมื่อไม่มีรายชื่อได้รับการบรรจุ นายหน้าก็ควรนำเงินมาคืนทั้งหมด นอกจากนี้ นายพิบูลยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครทั้ง 5 คน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขุดธุรกิจ ‘ทองเจือ’ ที่ปรึกษา‘อนุทิน’ ถือหุ้น/กก. 5 แห่ง-บ.เนวินด้วย
ขุดธุรกิจ ‘ทองเจือ’ ที่ปรึกษา‘อนุทิน’ ถือหุ้น/กก. 5 แห่ง-บ.เนวินด้วย