News Logo
หน้าแรก
กมธ.ฯ ลุยโกงสอบท้องถิ่น (1): ม.บูรพา แฉโดนประสานซื้อรถไม่ลงระบบพัสดุ

กมธ.ฯ ลุยโกงสอบท้องถิ่น (1): ม.บูรพา แฉโดนประสานซื้อรถไม่ลงระบบพัสดุ

25 ส.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 6 คน

 "เป็นไปได้ไหม ว่าจะต้องซื้อรถให้เรา โดยที่ไม่ต้องปรากฏในระบบพัสดุ เพื่อใช้ในก้อนซื้อรถซื้อรถเนี่ย ใช้ในการไปตรวจสอบสนามสอบต่างๆ" แล้วก็มีการประสานนอกรอบจะขอนั่นขอนี่ คือเขาเข้าใจว่าเราต้องเปย์ทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีการเสนอว่า "อาจารย์จะให้ผมเท่าไหร่" ซึ่งเป็นสิ่งที่นายพีรพัฒน์ไม่คาดคิด

หมายเหตุสำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 15 ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ CA 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมี นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใส สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญในครั้งนี้ คือการพิจารณา "การดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 - 2569" โดยทางคณะกรรมาธิการได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเชิญผู้เกี่ยวข้องและบุคคลสำคัญเข้าร่วมให้ข้อมูลและชี้แจงรายละเอียด ซึ่งรวมถึง 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 3. ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 4. พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5. อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา 6. อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 7. นายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 8. พันตำรวจเอก อุเทน นุ้ยพิน 9. ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ 10. นายมนัส สุวรรณรินทร์ 11. นายขจร ศรีชวโนทัย 12. นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ 13. นายทรงศักดิ์ ทองศรี 14. นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล 15. นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ 16. นายวันชัย จันทร์พร

ในการประชุมวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากสองสถาบันการศึกษาสำคัญซึ่งมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ผู้จัดสอบปี 2568 และมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) ผู้ซึ่งถูกระบุว่าควรจะชนะประกวดราคาปี 2566 ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยเปิดเผยถึงประสบการณ์ที่เผชิญกับแรงกดดันและความพยายามในการทุจริตที่หลากหลายรูปแบบ

มศว กับการถูกสั่งรับรองรายชื่อผู้สอบผ่านที่ผิดปกติ

นายเรืองเดช ศิริกิจ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่าตนได้ไปให้ถ้อยคำกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่มเติมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งส่งมอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือและเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. เพื่อยืนยันสิ่งที่ได้ให้การไปเรียบร้อยแล้ว

ด้านรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามถึงประเด็นการจ้างช่วงว่ามีการได้รับอนุญาตจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หรือไม่ เนื่องจากเอกสารข้อตกลงและเงื่อนไข (ทีโออาร์) ระบุห้ามจ้างช่วงบางส่วน มิฉะนั้นจะมีค่าปรับ

นายเรืองเดชชี้แจงว่ามีการทำหนังสือขออนุญาตจาก 3 ส่วน ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปรษณีย์ไทย และศูนย์สอบ ซึ่งได้รับการอนุญาตก่อนดำเนินการจัดสอบเรียบร้อยแล้ว

ประเด็นการเข้าประชุม กสถ. และการรับรองรายชื่อผู้สอบผ่านที่ผิดปกติ 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามนายเรืองเดชถึงเหตุผลที่ต้องเข้าประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ครั้งที่ 16/2568 (วันที่ 23 ธันวาคม 2568) และครั้งที่ 4/2569 (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำรายชื่อของผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่านจำนวน 5,960 คน ตามข้อมูลของ ป.ป.ช. และเหตุใดนายเรืองเดชจึงเป็นผู้เสนอยืนยันรายชื่อดังกล่าว ซึ่งเท่ากับเป็นการเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ

นายเรืองเดชชี้แจงว่าตนเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้รับจ้างและได้รับการแจ้งจากฝ่ายเลขาฯ กสถ. ให้เข้าร่วม โดยเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนปกติที่ทางหน่วยงานผู้ว่าจ้างจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งไปอีกครั้ง ตนยืนยันว่าข้อมูลชุดแรกที่ มศว ส่งไปนั้นถูกต้องแน่นอน และได้ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. แล้ว และไม่ทราบว่าเอกสารที่นำเสนอในการประชุมเป็นเอกสารปลอมในขณะนั้น

นายเรืองเดชย้ำว่า "ถ้าเป็นข้อมูลที่เราส่งไปตั้งแต่แรก ตรงนั้นก็ขอยืนยันว่าตรงนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอน" ในการประชุมเพื่อรับรองผลคะแนน ตนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ และไม่ได้พิจารณารายชื่อผู้สอบเป็นรายบุคคล แต่พิจารณาจากจำนวนที่ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งยืนยันกลับมา โดยเข้าใจว่าข้อมูลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากคณะกรรมการของ สถ. แล้ว

ประเด็นการจัดการกระดาษคำตอบและการเล็ดลอดของข้อมูล

 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ยังได้สอบถามถึงกระบวนการเก็บรักษากระดาษคำตอบและวิธีการที่ข้อมูลสามารถรั่วไหลออกไปได้

นายเรืองเดชชี้แจงว่าไฟล์ที่เป็นข้อมูลดิจิทัลจะถูกเก็บที่ สถ. ส่วนกระดาษคำตอบตัวจริงและแบบทดสอบจะเก็บไว้ที่ห้องมั่นคงที่โรงพิมพ์จันทร์วานิชย์ โดยมีกุญแจ 2 ชุด ชุดหนึ่ง มศว ถือ และอีกชุด สถ.ถือ การเปิดต้องทำโดยทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ส่วนการเล็ดลอดของข้อมูล ยืนยันว่า "ไม่ได้ไม่ได้มาจากส่วนที่เราแบ็กอัพไว้ แต่ว่าหลุดไปอย่างไร อันนี้ไม่ทราบ"

ประเด็นความพยายามแทรกแซงและการฝากชื่อ

 นางสาวภครมน สิทธิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ได้สอบถามนายเรืองเดชเกี่ยวกับความพยายามในการติดต่อจากหลายทางเพื่อจุดประสงค์ในการฝากชื่อ

 นายเรืองเดชยอมรับว่า "ตั้งแต่ผมทำงานมา ผมไม่ เคยมีประสบการณ์ รูปแบบนี้มาก่อน คือมีความพยายามในการที่ติดต่อเข้ามาหลายทางหลายหลายรูปแบบ" โดยมีทั้งระดับผู้บริหารที่พยายามส่งรายชื่อประมาณหลักร้อยราย แต่ตนได้ปฏิเสธและไม่ได้ดำเนินการใด ๆ โดยมีเอกสารหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ ซึ่งได้ส่งมอบให้ ป.ป.ช. แล้ว นอกจากนี้ มศว. ยังเคยถูกหน่วยงานอื่นติดต่อมาเพื่อขอร่วมงานหลังจากมหาวิทยาลัยบูรพาไม่ได้รับการเซ็นสัญญา แต่ทาง มศว ก็ปฏิเสธไปเช่นกัน

ความสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกกล่าวหา 

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามนายเรืองเดชเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายวิน (นายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ติวเตอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดี) และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกุล

นายเรืองเดชชี้แจงว่าไม่เคยรู้จักนายวินมาก่อน จนกระทั่งวันที่ 16 ธันวาคม ได้รับโทรศัพท์จากอธิบดีแจ้งว่าจะมีผู้ประสานงานเข้าไปพบ ซึ่งคือนายวินในวันที่ 17 ธันวาคม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอสงวนไว้เนื่องจากมีผลทางคดี และได้ส่งมอบข้อมูลให้ ป.ป.ช. แล้ว ส่วนพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตนได้รับการแนะนำให้รู้จักหลังจากยื่นข้อเสนอ และมีการประสานงานเบื้องต้นก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ผลการสอบ และยืนยันว่าเคยได้รับการติดต่อจากนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ด้วย

นายเรืองเดช ศิริกิจ

นายเรืองเดช ศิริกิจ

 ม.บูรพา เปิดเผยความไม่โปร่งใสและถูกยกเลิกสัญญา

ส่วนนายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) ได้เข้าชี้แจงโดยระบุว่าตนเองรู้สึก "ถูกหลอกให้มาเสนองาน" โดยเชื่อว่ากระบวนการนี้ต้องการให้มหาวิทยาลัยที่มีสเปคสูงอย่าง ม.บูรพา กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยอื่นดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

นายพีรพัฒน์ถูกติดต่อมาถึง 3 รอบ แม้เดิมทีจะไม่อยากรับงานนี้เพราะมองว่ายากและมีปัญหาเยอะ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสมัครเพราะ "หากไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่ เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องของการจัดโครงการ" จึงเสนอราคาที่สูงกว่าปกติ เพราะตั้งใจว่าไม่ได้อยากทำ

ประเด็นการติดต่อและข้อเสนอที่ไม่ชอบมาพากล 

นายพีรพัฒน์ระบุว่า หลังจากได้รับคำชมจากผู้บริหารระดับสูงสุดที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ชมว่า " ฝีมือทำงานดี อย่าให้เกิดการทุจริต ผมเป็นกำลังใจให้" แล้ว เมื่อกลับจาก สถ.ไป ก็ได้รับการติดต่อว่า "ท่านอยากพบเดี๋ยวนี้"

แต่อย่างไรก็ตาม นายพีรพัฒน์ได้แจ้งไปว่า "ผมเป็นบางแสนแล้วไม่สะดวก" และตั้งคำถามกลับไปว่า ทำไม รอตั้งนานหลายชั่วโมงถึงไม่คุยรายละเอียดผมไปไม่ได้ ผู้ประสานงานได้แจ้งกับตนว่า "ท่านไม่ชอบคนวางแผน ท่านชอบคนที่คุยได้ง่าย" นายพีรพัฒน์จึงตอบกลับไปว่า "ผมคุยง่าย แต่ผมไม่ว่าง"

นายพีรพัฒน์เชื่อว่า พอตนเองไม่ไปพบปุ๊บ ผลสอบก็เปลี่ยนเป็น มทร.ธัญบุรี เพราะตนคุมไม่ได้

 นอกจากนี้ นายพีรพัฒน์ยังเปิดเผยว่าคนที่มาเรียกร้องและเสนอผลประโยชน์นั้นมีเจ้าหน้าที่ในกรมในระดับผู้อำนวยการ (เทียบเท่าซี 8-9) เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับกระบวนการสอบท้องถิ่น โดยเสนอข้อเรียกร้องที่ชัดเจนว่า  "เป็นไปได้ไหม ว่าจะต้องซื้อรถให้เรา โดยที่ไม่ต้องปรากฏในระบบพัสดุ เพื่อใช้ในก้อนซื้อรถซื้อรถเนี่ย ใช้ในการไปตรวจสอบสนามสอบต่างๆ" แล้วก็มีการประสานนอกรอบจะขอนั่นขอนี่ คือเขาเข้าใจว่าเราต้องเปย์ทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีการเสนอว่า "อาจารย์จะให้ผมเท่าไหร่" ซึ่งเป็นสิ่งที่นายพีรพัฒน์ไม่คาดคิด

การถูกเชิญพบโดยผู้บริหารระดับสูงอย่างลับๆ 

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามนายพีรพัฒน์เกี่ยวกับความพยายามของผู้บริหารที่สูงกว่าอธิบดีในการเชิญไปพบเป็นการส่วนตัวในลักษณะที่ไม่ปกติวิสัย

นายพีรพัฒน์ยอมรับว่า "ก็มีถูกเชิญไปพบครับ ไปพบส่วนตัว ไปพบที่เซฟเฮาส์ที่บ้าน ที่สถานที่ราชการ ซึ่งไม่ได้แจ้ง เขาแค่ให้เราไปจอดรถแล้วถึงเวลาก็มีรถพาไป เป็นรถคนละคันเลย เขาไม่แจ้งคำถาม ให้จอดรถข้างทางแล้วก็พาไปพาไป เสร็จแล้วปุ๊บ เราก็ไปกับหลายๆท่าน"

 โดยบุคคลที่นายพีรพัฒน์ได้พบในสถานที่ลับเหล่านั้นมีทั้ง ระดับอธิบดีและนายกเทศมนตรีที่มีชื่อเสียงประมาณ 4 คน (ไม่ปรากฎว่าเป็นใคร)

นายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ

นายพีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ

ประเด็นการถูกยกเลิกสัญญาและการกีดกันจากโครงการอื่น

 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้สอบถามนายพีรพัฒน์ถึงการถูกยกเลิกสัญญาจ้างจัดสอบ ทั้งที่ ม.บูรพาไม่เคยมีคดีความเกี่ยวกับการจัดสอบ และทำงานตามมาตรฐานที่ ป.ป.ช. เห็นชอบมาโดยตลอด

นายพีรพัฒน์เชื่อว่า ม.บูรพาถูกยกเลิกสัญญาเนื่องจากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องที่ผิดปกติ และเน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการทำงานของมหาวิทยาลัย รวมถึงการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจข้อสอบโดยตรง

 นายพีรพัฒน์กล่าวย้ำว่า "ผมรู้สึกแค่ว่าถูกหลอกให้มาเสนองานเพื่อเป็นผู้แพ้" เพื่อให้มหาวิทยาลัยอื่นดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

 นายพีรพัฒน์ยังเปิดเผยว่าหลังจากถูกยกเลิกสัญญา มีความพยายามกีดกันมหาวิทยาลัยบูรพาจากการเข้าร่วมโครงการอื่น โดยอ้างเหตุผลว่าอธิบดีไม่พอใจมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็น "อธิบดีคนเดียวกันกับช่วงที่เป็นปัญหา"

 ทำให้ ม.บูรพาถูกตัดทิ้งจากโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นที่เกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่น

นายพีรพัฒน์กล่าวถึงสไตล์การทำงานของตนว่า ถ้าหากมาสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจจะไม่ได้พูดจาที่สุภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่พอใจ เพราะมีการประสานงานบ่อย รวมถึงพยายาม "โยนหินถามทาง" เพื่อล้วงข้อมูลว่าตนจะทำอะไรบ้าง

นายพีรพัฒน์ระบุทิ้งท้ายว่ามหาวิทยาลัยบูรพาเคยเตรียมร่างคำฟ้องเพื่อรักษาสิทธิ์จากการถูกยกเลิกสัญญา แต่สุดท้ายอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 หน่วยงาน จึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อ ก็เลยจบลงเท่านี้

 

ปัญหาการจัดจ้าง ม.บูรพา

ปัญหาการจัดจ้าง ม.บูรพา

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ตีตกคดีอดีตนายกอบต.น้ำรึม-พวก มีส่วนได้เสียซื้อรถบรรทุกน้ำ
ป.ป.ช. ตีตกคดีอดีตนายกอบต.น้ำรึม-พวก มีส่วนได้เสียซื้อรถบรรทุกน้ำ