News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.สนธิ ตร.ภูเก็ต รวบอดีตตำรวจ ทุจริตงบ 7 ล.ที่แม่ฮ่องสอน ปี 65

ป.ป.ช.สนธิ ตร.ภูเก็ต รวบอดีตตำรวจ ทุจริตงบ 7 ล.ที่แม่ฮ่องสอน ปี 65

25 ส.ค. 2569 19:47
ผู้ชม 11 คน

ป.ป.ช. สนธิกำลังตำรวจภูธรภูเก็ต บุกจับอดีตตำรวจยศ “สิบตำรวจโท” โกงงบประมาณตำรวจแม่ฮ่องสอน 7 ล้านบาท แฉพฤติการณ์ปลอมฎีกาโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง 12 ครั้ง ช่วงมิ.ย.-ก.ค.65

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกเอกสารข่าวแจก โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจับกุมตัว สิบตำรวจโทอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) อดีตตำรวจ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานทุจริตเงินงบประมาณของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจำนวนเงินกว่า 7 ล้านบาท ทั้งนี้ การจับกุมเป็นไปตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5) ที่ 15/2569 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดยอดีตสิบตำรวจโทรายนี้ถูกกล่าวหาว่าในขณะปฏิบัติหน้าที่งานงบประมาณและการเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงินปลอมเพื่อเบิกเงินงบประมาณ และโอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีของตนเองจำนวน 12 ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2565 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,045,806.36 บาท

สำหรับการกระทำความผิดดังกล่าว สืบเนื่องจาก สิบตำรวจโทอภิรักษ์ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งบุคคลใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ ฐานใช้เอกสาร เอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการปลอม ฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้สิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ฐานลักทรัพย์ และฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและในสถานที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 264, 265, 268 ประกอบมาตรา 264, 265, 269/5, 269/7, 334, 335 (1) (8) ประกอบมาตรา 91 และฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (1) และ (5)

หลังจากการสืบสวนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีมาพักอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ จึงได้สนธิกำลังกับงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เพื่อร่วมกันจับกุมผู้ถูกกล่าวหาได้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณบ้านเลขที่ 70/17 หมู่ 1 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่ สภ.ท่าฉัตรไชย และส่งตัวไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้แจ้งย้ำเตือนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 นายภูเทพ ทวีโชติธนากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสืบสวนและกิจการพิเศษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 ที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าทีดำเนินการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
รวบตำรวจทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนกรณี ต้า–ยัต! เปิดแฟ้ม 'ดารา-ยูทูบเบอร์' เพื่อนรักแตกหักธุรกิจ
ก่อนกรณี ต้า–ยัต! เปิดแฟ้ม 'ดารา-ยูทูบเบอร์' เพื่อนรักแตกหักธุรกิจ