‘อาสพลธ์’ เผยกับ Next News ปัดข่าวตำรวจเปลี่ยนสถานที่นัดหมาย ‘นายกเฮง’ ระบุผู้ต้องหาอ้างขอเลื่อนให้ปากคำ กรณีอ้างถึง 2 เจ้าหน้าที่ DSI ยังไร้พยานหลักฐานรองรับ ชี้ บก.ปปป. เร่งสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ตามกรอบ 30 วัน
สืบเนื่องจากการจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ ‘นายกเฮง’ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง และอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคเพื่อไทย หลังถูกเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินคดีในข้อหาเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2568 แต่ผู้สมัครกลับสอบไม่ผ่านและไม่ได้รับเงินคืนตามตกลง ต่อมาเกิดกระแสข่าวว่า นายประวิทย์ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด เนื่องจากตำรวจเป็นฝ่ายแจ้งเปลี่ยนสถานที่นัดหมาย พร้อมมีรายงานว่า นายประวิทย์เตรียมนำหลักฐานเส้นทางการเงินและข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 2 นาย ที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (กมธ.ป.ป.ช.) เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ถึงความคืบหน้าในคดีนี้ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน ยืนยันว่าตำรวจ บก.ปปป. ไม่ได้เป็นฝ่ายเลื่อนนัดตามที่มีกระแสข่าว แต่เป็นทางผู้ต้องหาเองที่ขอเลื่อนนัด โดยเบื้องต้นรับปากว่าจะเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมนำเอกสารหลักฐานมายื่นในวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 นี้
ส่วนกระแสข่าวเรื่องการกันตัวนายประวิทย์ไว้เป็นพยานนั้น ยืนยันชัดเจนว่า ‘ไม่เป็นความจริง’ เนื่องจากคดีนี้อยู่ในกรอบอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยตรง การพิจารณากันบุคคลไว้เป็นพยานจึงเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. เท่านั้น โดยขณะนี้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. กำลังเร่งสรุปสำนวนเพื่อส่งมอบให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามขั้นตอนภายในกรอบเวลา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 25 กันยายน 2569
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้นายประวิทย์ยังคงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างและยังไม่มีการยื่นเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานจนพบความเชื่อมโยงถึงบุคคลใดอย่างชัดเจน ก็จะจัดส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ ป.ป.ช. บรรจุลงในสำนวนคดีต่อไป




