News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.สนธิผู้ว่าฯกระบี่ตรวจอ่าวนางพบรุกป่า-ออกโฉนดผิด กม.สูญ 1.8 พันล.

ป.ป.ช.สนธิผู้ว่าฯกระบี่ตรวจอ่าวนางพบรุกป่า-ออกโฉนดผิด กม.สูญ 1.8 พันล.

8 ก.ย. 2569 19:58

ป.ป.ช. สนธิกำลังผู้ว่าฯ กระบี่ ลุยสอบรุกป่าอ่าวนางพบออกโฉนดมิชอบมูลค่า 1,800 ล้านบาท ทำลายสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่เขาลาดชันสูงย้ำชัด! เป็นพฤติการขัดกฎหมายที่ดิน-ป่าไม้-อุทยานฯ คาดผู้ทำผิด ดำเนินการต่อเนื่องนานหลายปี

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณเขาอ่าวนาง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง การลงพื้นที่ครั้งนี้พบการแผ้วถาง ขุดดิน ตัดต้นไม้ และทำถนนขึ้นไปยังบริเวณเขาอ่าวนาง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเขา มีความลาดชันสูง และมีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันในราคาสูงถึงไร่ละประมาณ 20 ถึง 30 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 1,800 ล้านบาท จากเนื้อที่ประมาณ 70 ไร่

เบื้องหลังการรุกป่า

ข้อมูลเอกสารข่าวแจก ป.ป.ช.ระบุว่า พื้นที่เขาอ่าวนางนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานเกี่ยวกับการเป็นเขตป่าคุ้มครองและป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นป่าคุ้มครอง "ป่าอ่าวนาง - ป่าหางนาค" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 และต่อมาได้ประกาศเป็นแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2510 นอกจากนี้ คณะปฏิวัติยังได้จำแนกพื้นที่บางส่วนให้เป็นป่าไม้ถาวรในปี พ.ศ. 2515 และที่สำคัญคือ พื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาในปี พ.ศ. 2526 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางระบบนิเวศและการอนุรักษ์ของพื้นที่แห่งนี้มาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ พื้นที่ประมาณ 40 ไร่ เคยมีการบุกรุกและดำเนินคดีมาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2542 และ พ.ศ. 2547 ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ โดยผู้กระทำผิดถูกพิพากษาจำคุกและปรับ แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา

ความพยายามออกโฉนดมิชอบและการฝ่าฝืนกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2554 ผู้บุกรุกรายเดิมกลับนำที่ดินบริเวณนี้ไปเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินอีกครั้ง โดยไม่มีหลักฐานเดิมมารองรับ แม้ศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดกระบี่จะได้ตรวจสอบแล้วพบว่าตำแหน่งแปลงที่ดินอยู่ในที่เขาและมีความลาดชันเกิน 35% ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินด้วยวิธีการเดินสำรวจโดยไม่มีหลักฐานเดิมได้

แต่เรื่องกลับพลิกผันในปี พ.ศ. 2556 เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐานแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) สำหรับพื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษ และหลังจากนั้นได้มีการนำพื้นที่ส่วนที่เหลืออีกกว่า 40 ไร่ ไปเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในหลายปีงบประมาณถัดมา ได้แก่ ปี 2557, 2558, 2560, 2562 และ 2564 ซึ่งเชื่อว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อกฎหมายที่ถูกละเมิดอย่างร้ายแรง

การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายอื่น ๆ อย่างชัดเจน เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ต้องห้ามออกโฉนดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ข้อ 14 ซึ่งระบุห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่เขา ที่ภูเขา และพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม รวมถึงที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ที่สำคัญคือ ที่ดินแปลงนี้ยังอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2515 และพื้นที่ที่มีความลาดชันเฉลี่ยเกิน 35% ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์สาธารณะตามมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2528 ยิ่วไปกว่านั้น พื้นที่นี้ยังอยู่ภายใต้การจำกัดการใช้สิทธิการใช้ที่ดินตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณจังหวัดกระบี่ หลายฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะบริเวณที่ 4 ซึ่งห้ามการขุด ตัก หรือดูดกรวด ดิน หินผุ ทราย หรือลูกรัง ในบริเวณที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 35 รวมถึงมีการจำกัดการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารให้มีพื้นที่ความลาดชันตามธรรมชาติไม่เกินร้อยละ 35 และกำหนดความสูงของอาคารอย่างชัดเจน

บทลงโทษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กรณีการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, มาตรา 157, มาตรา 162, มาตรา 360 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ส่วนกรณีที่มีการแผ้วถาง ขุดดินในพื้นที่ดังกล่าว มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, มาตรา 108 ทวิ รวมถึงพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54, มาตรา 72 ตรี พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, มาตรา 31 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19, มาตรา 41, มาตรา 42 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 99, มาตรา 100

อนึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อทวงคืนผืนป่าและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อ่าวนาง
รุกป่า



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไตรรัตน์'ยก3ข้อแจง'นพ.สรณ'ยังเป็นประธาน กสทช.ย้ำต้องรอโปรดเกล้าฯ
'ไตรรัตน์'ยก3ข้อแจง'นพ.สรณ'ยังเป็นประธาน กสทช.ย้ำต้องรอโปรดเกล้าฯ