News Logo
หน้าแรก
กกต.ส่งศาลฎีกา ‘คดีฮั้ว สว.’ 77 ราย มติ 5:2 ไม่ส่งฟ้องนักการเมือง ภท.

กกต.ส่งศาลฎีกา ‘คดีฮั้ว สว.’ 77 ราย มติ 5:2 ไม่ส่งฟ้องนักการเมือง ภท.

14 ก.ย. 2569 16:54
ผู้ชม 154 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กกต.มีมติส่งศาลฎีกา 'คดีฮั้ว สว.' 77 ราย จากผู้ถูกร้อง 427 ราย นักการเมือง 20 คนไร้ชื่อ โดยข้อกล่าวหาช่วยเหลือผู้สมัคร สว. กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงเห็นชอบไม่ส่งฟ้องเครือข่ายภูมิใจไทย ย้ำชัดการลงมติยังไม่ถือเป็นข้อยุติ ต้องรอคำวินิจฉัยตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงข่าวผลการลงมติคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ ‘คดีฮั้ว สว.’ โดยระบุว่า กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องจำนวน 77 คน ประกอบด้วย สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 26 คน , ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน , บุคคลอื่น 15 คน  ส่วนกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน ไม่มีรายใดถูกส่งฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ทั้งนี้ จากผู้ถูกร้องรวม 427 ราย

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า การพิจารณาประกอบไปด้วย 7 ข้อกล่าวหา ได้แก่

  • ข้อกล่าวหาที่ 1 กรณีตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือกระทำให้ผู้สมัครรายใดได้รับหรือไม่ได้รับเลือกเป็น สว.

    ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในข้อกล่าวหาที่ 1 ที่ประชุม กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบไม่ส่งฟ้องกลุ่มนักการเมืองและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยไปยังศาลฎีกา โดยมีเพียง 2 เสียงที่เห็นควรให้ส่งฟ้อง คือ นายชาย นครชัย และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ เท่านั้น

  • ข้อกล่าวหาที่ 2 ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแนห่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกให้เป็น สว.ตามมาตรา 76 วรรคสอง ว่าด้วย พ.ร.ป.สว. 2561

  • ข้อกล่าวหาที่ 3 การแนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่งว่าด้วย พ.ร.ป.สว. 2561

  • ข้อกล่าวหาที่ 4  มีการจัดทำ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) ว่าด้วย พ.ร.ป.สว. 2561

  • ข้อกล่าวหาที่ 5 มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใดให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3)

  • ข้อกล่าวหาที่ 6 มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครเลือกตั้งเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครใด ตามมาตรา 79

  • ข้อกล่าวหาที่ 7 มีการเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81

ทั้งนี้ ผู้ถูกร้องสามารถถูกร้องเรียนมากกว่า 1 ข้อกล่าวหาได้ ด้านนายณรงค์กล่าวว่า การพิจารณาของ กกต.มีความเป็นอิสระ แต่ความเป็นอิสระอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและมีเกณฑ์ในการพิจารณา ตนในฐานะตัวแทนสามารถชี้แจงได้ภายใต้กรอบจำกัด และไม่สามารถบอกได้ว่าแต่ละบุคคลได้ลงมติอย่างไร

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติเห็นควรสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด แต่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 กลับมีมติสวนทางเห็นควรไม่สั่งฟ้องแม้แต่รายเดียว ส่งผลให้ กกต. ชุดใหญ่ ต้องเป็นผู้พิจารณาลงมติชี้ขาดในวันนี้ ซึ่งการลงมติดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นข้อยุติว่าบุคคลใดกระทำความผิด จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป โดยคณะกรรมการร่วมลงมติจำนวน 7 คน ได้แก่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายชาย นครชัย, นายณรงค์ รักร้อย, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, นายสิทธิโชติ อินทร์วิเศษ, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามหาเด็กนายคน2! อยู่ อบต.ขอนแตก นายกฯ ยันไม่ผิดหลุดคดีโกงสอบทำงานปกติ
ตามหาเด็กนายคน2! อยู่ อบต.ขอนแตก นายกฯ ยันไม่ผิดหลุดคดีโกงสอบทำงานปกติ