News Logo
หน้าแรก
3 กสทช.โต้ 'หมอสรณ'ย้ำประชุมขัด กม.-ถาม สนง.ปมลงนามประกาศผู้ชนะ USO 3

3 กสทช.โต้ 'หมอสรณ'ย้ำประชุมขัด กม.-ถาม สนง.ปมลงนามประกาศผู้ชนะ USO 3

16 ก.ย. 2569 12:43
ผู้ชม 64 คน

3 กสทช.โต้กลับ "หมอสรณ" ชี้ชัดประชุมขัดกฎหมาย-คำสั่งศาล "พิรงรอง" ถามไฉนยกวาระ "ทีวีดิจิทัล" ขึ้นมา ทั้งที่ผ่านมาเลื่อนตลอด - "ธนะพันธุ์" ข้องใจ สนง.กสทช.ใช้อำนาจใครลงมติประกาศผู้ชนะ "ยูโซ่ 3" 5.4 พันล้าน แฉประธาน กสทช.มีคดีฟ้องคนอื่นพัลวัน ยืนยันกสทช.ที่เหลือทำหน้าที่โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ส่วนตน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มีการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 25/2569 ณ ห้องประชุมสายลม 1021 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. โดยมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เป็นประธานในที่ประชุม

ทั้งนี้ระหว่างรอองค์ประชุม นพ.สรณ ขอให้สำนักงานรายงานวาระที่กรรมการเคยขอให้เร่งพิจารณา ก่อนที่ น.ส.อรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. จะรายงานว่า ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต มีหนังสือขอเร่งรัดรวม 3 ฉบับ ครอบคลุม 22 วาระ ตั้งแต่เรื่องดาวเทียม กิจการโทรทัศน์ เรื่องร้องเรียนผู้บริโภค คดีศาลปกครองสูงสุด การขอสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร และการขอเดินสายเคเบิลใต้น้ำของกลุ่มทรู อย่างไรก็ตาม เมื่อองค์ประชุมยังไม่ครบ การประชุมจึงไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาวาระได้ นพ.สรณจึงได้สั่งงดประชุม และให้เลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 23 กันยายน 2569

หลังจากการประชุมล่ม นางพิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์, พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม และนายศุภัช ศุภชลาศัย - กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อถึงเหตุการณ์ในวันนี้ว่า ภาพการประชุมที่เกิดขึ้นนั้นเห็นได้ชัดเจนว่ามีเพียงประธาน กสทช. เข้าร่วมเพียงคนเดียว ในขณะที่กรรมการอีก 3 คนที่มาให้สัมภาษณ์ในวันนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยได้ส่งหนังสือสงวนสิทธิ์ไม่เข้าร่วมมาโดยตลอด ตามหลักเหตุผลและข้อกฎหมายที่ยึดถือ ส่วนกรรมการอีกคน คือ นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่ขอเข้าร่วมประชุมหากประธาน กสทช. ยังคงมาร่วมประชุมและทำหน้าที่ประธาน ในขณะเดียวกัน กรรมการอีก 2 ท่านที่เหลือ คือนายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทรได้ลาการประชุมโดยเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลให้การประชุมล่มมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นนี้เหมือนจะสร้างความเข้าใจผิดว่ากรรมการ 3 คนที่มาให้สัมภาษณ์ในวันนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การประชุมไม่สามารถดำเนินไปได้ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นผลจากการกระทำของประธาน กสทช. เอง

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ได้กล่าวเสริมว่า การที่สำนักงาน กสทช. มักจะรายงานว่ากรรมการ 3 คนขาดการประชุมนั้นไม่เป็นความจริง เพราะโดยหลักการแล้วการประชุมไม่ได้เกิดขึ้นแต่แรก ทำให้ไม่มีรายงานการประชุมที่สามารถกล่าวหาว่าพวกเขาขาดการประชุมได้ และย้ำว่าพวกตนมีเจตนาชัดเจนว่าต้องการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้ พวกตนได้มีหนังสือยืนยันการสงวนสิทธิ์เช่นนี้ถูกส่งมาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีการนัดประชุม

 “ผมต้องยืนยันนะว่าผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ต้องการให้การประชุมเกิดขึ้นได้ แต่เรามีเจตนาชัดเจนว่าเราก็ต้องขอดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เราไม่สามารถที่จะปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้” พล.อ.ท. ธนพันธุ์ กล่าว

นางพิรงรอง รามสูต ได้อธิบายถึงเหตุผลทางกฎหมายในการไม่เข้าร่วมประชุมอย่างละเอียดว่า พวกตนทั้ง 3 ได้มีหนังสือยืนยันสงวนสิทธิ์การเข้าประชุมด้วยเหตุผลทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งระบุถึงคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา กสทช. ที่มีข้อสรุปชัดเจนว่า ประธาน กสทช. คนปัจจุบันขาดคุณสมบัติ รวมถึงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ออกมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ระบุว่า ประธาน กสทช. ได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วโดยการสละสิทธิ์โดยผลของกฎหมาย และไม่สามารถทำหน้าที่ประธานได้อีก ให้กรรมการที่เหลือ 6 คนทำหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 20 วรรค 3 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

“นี่คือหลักฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน” นางพิรงรองกล่าวและย้ำถึงความชอบธรรมในการกระทำของพวกตนว่ายึดโยงอยู่กับหลักกฎหมายและคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ความประสงค์ส่วนตัว

เปิดปมจริยธรรม "ประธาน กสทช." ย้อนรอยประวัติการลาประชุม

นางพิรงรองยังได้กล่าวถึงกรณีที่ประธาน กสทช. ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงเรื่องวิชาชีพแพทย์และอ้างถึงคำขวัญอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีเกียรติภูมิสูงในด้านการแพทย์ โดยระบุว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลมีการขนานนามตามราชทินนามของสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งท่านมีพระราโชวาทที่ชาวมหิดลยึดถือว่า 'ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ 2 ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่ 1'” นางพิรงรองกล่าว และตั้งคำถามกลับไปถึงประธาน กสทช. ซึ่งเป็นแพทย์เช่นกัน ว่า “การที่ประธาน กสทช.นั่งฝืนประชุมแล้วทำให้อีก 6 คนเข้าประชุมไม่ได้ อันนี้มันเป็นกิจส่วนตน หรือเป็นประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์”

นางพิรงรองยังกล่าวย้อนไปถึงกรณีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ที่ประธาน กสทช. เคยลาประชุมเพื่อไปผ่าตัดไหล่ และให้นายศุภัชเป็นประธานแทนในเวลานั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการลาประชุมเพื่อประโยชน์ขององค์กรหรือด้วยเหตุจำเป็นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“ทำไมตอนนี้ท่านลาประชุมไม่ได้ ทั้งที่เราแค่ขอให้ท่านยุติการทำหน้าที่ตามคำวินิจฉัยของศาลและกรรมการสรรหา เพียงแค่ลาประชุมเพื่อให้คนที่เหลือประชุมได้ตามที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยมา ทำไมท่านเสียสละไม่ได้” นางพิรงรองกล่าว

วาระสำคัญค้างคา: "ทีวีดิจิทัล" และข้อสังเกตต่อท่าทีประธาน

นางพิรงรองยังได้กล่าวถึงประเด็นวาระการพิจารณาเรื่องทีวีดิจิทัลที่คั่งค้าง ซึ่งประธาน กสทช. แสดงความกังวลในวันนี้ว่า “เรื่องทีวีดิจิทัลนี้ดิฉันเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และเร่งรัดเรื่องแผนแม่บทและโรดแมปทีวีดิจิทัลที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 มาตลอด ที่ผ่านมาเป็นคนขอทุกครั้งบอกว่าวาระค้างอยู่ และท่านประธานก็เลื่อนตลอด แต่พอมาวันนี้ท่านประธานเกิดมีความกังวล ดิฉันก็ยังแปลกใจอยู่ว่าที่ผ่านมาท่านก็ไม่ได้แสดงความกังวลแบบนี้”

นางพิรงรองย้ำถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของประธาน กสทช. ที่อยู่ ๆ ก็แสดงความกังวลในวาระสำคัญที่เคยถูกเลื่อนมาตลอด ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนอนาคตของกิจการโทรทัศน์ทั้งระบบของประเทศ และใกล้จะถึงกำหนดหมดอายุใบอนุญาต ซึ่งอาจมีนัยยะแฝง หรือมีเดดไลน์บางอย่างที่กำลังจะมาถึง จึงทำให้เกิดความกังวลขึ้นมาในเวลานี้ การที่วาระสำคัญเช่นนี้ถูกเลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อความชัดเจนและทิศทางของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการและประชาชนจำนวนมาก

เปิดโปงคดีฟ้องร้องพัลวัน ข้อกังขาโครงการ "USO 3" มูลค่ากว่า 5.4 พันล้านบาท

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เปิดเผยถึงอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ขัดแย้งกับคำกล่าวของประธาน กสทช. ที่ว่าไม่เคยฟ้องใคร โดยระบุว่า “การที่ประธาน กสทช. ออกมาบอกว่าท่านไม่เคยฟ้องใครนั้นไม่เป็นความจริง เพราะมีคดีที่กำลังจะมีการอ่านอยู่เดือนหน้า” พร้อมทั้งระบุหมายเลขคดีว่า คดีหมายเลข พท. 5748/2567 ที่ศาสตราจารย์คลินิกแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นโจทก์ฟ้องกรรมการ 3 คน รวมถึงนายสมภพ และสำนักข่าวอิศรา ในข้อหาละเมิดและเรียกค่าเสียหาย ซึ่งคดียังคงดำเนินอยู่ในกระบวนการยุติธรรม สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งภายในองค์กรได้บานปลายจนถึงขั้นฟ้องร้องกันอย่างเป็นทางการ และเป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ประธาน กสทช. ได้กล่าวอ้างต่อสาธารณะ

นอกจากนี้ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ USO 3 (Universal Service Obligation หรือการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เฟส 3) ซึ่งเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 5,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 สัญญา โดยสำนักงาน กสทช.ประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคาในโครงการ USO ไปเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ลงนามประกาศโดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.

“เรามีข้อสงสัยว่า โครงการนี้จะประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้นั้น หากตามระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุมูลค่าวงเงินเกินกว่า 200 ล้านบาท จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแล ในที่นี้คือประธาน กสทช. ไม่ใช่เลขาธิการสามารถตัดสินใจได้เอง” พล.อ.ท. ธนพันธุ์กล่าว และกล่าวเพิ่มเติมว่ากรณีนี้ตนได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงาน กสทช. เพื่อขอความโปร่งใสว่าการประกาศดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ และประธาน กสทช. ได้ลงนามเห็นชอบในสถานะที่ยังมีคำพิพากษาคดีแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญเนื่องจากสถานะทางกฎหมายของประธาน กสทช. ยังคงเป็นที่ถกเถียง เราก็รอคำตอบจากสำนักงานภายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะมิฉะนั้นมันก็จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือได้  

พล.อ.ท.ธนพันธุ์กล่าวย้ำว่าเรื่องนี้ถือเป็นข้อห่วงใยถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ที่อาจมีช่องโหว่ทางกฎหมายและธรรมาภิบาล หากกระบวนการไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ กสทช. ในการกำกับดูแลกิจการและใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ยังกล่าวเสริมว่า นอกจากประธาน กสทช. จะฟ้องแพ่งกรรมการทั้ง 4 คน ยังมีการฟ้องส่วนตัวกับตนเพียงคนเดียวอีกด้วย โดยเป็นคดีเกี่ยวกับการให้ข้อมูลบิดเบือนในเรื่องของการสรรหาเลขาธิการ กสทช.

“ท่านฟ้องผมมาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 เรียกค่าเสียหายส่วนตัว 5 ล้านบาท (และอีก 20 ล้านบาทจาก 4 คน) ในกรณีที่ท่านกล่าวหาว่าผมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ที่บิดเบือนต่อความเป็นจริง” แต่ศาลได้ยกฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 โดยระบุว่าเป็นการให้ข้อมูลตามความเห็น ซึ่งไม่ได้มีเจตนาในการใส่ร้าย แต่ประธาน กสทช. ก็ยังคงอุทธรณ์คดีนี้อยู่

ยันไม่เล่นการเมือง แต่ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ

เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาจากบุคคลที่เกี่ยวข้องว่ากำลัง “เล่นการเมือง” นางพิรงรองตอบกลับทันทีว่า “ไม่เล่นการเมืองเลย มีการเมืองตรงไหน ใครเล่นการเมืองก็ย้อนกลับไปถามคนที่ถามอาจจะเป็นความคิดของเขาหรือเปล่า ดูสถิตินะเข้าประชุม 6 ต่อ 1 นะ คือ 6 คนไม่เข้า แล้ว 1 คนเข้า นักข่าวก็ต้องมีวิจารณญาณ ต้องคิดได้เหมือนกัน”

นางพิรงรองกล่าวเสริมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อสงสัยและข้อเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความเชื่อมั่นต่อ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลที่สำคัญของประเทศ ที่ควรจะทำงานด้วยความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ ยืนยันว่ากรรมการทั้ง 6 คนที่เหลือสามารถจัดการประชุมได้ตามกฎหมายหากสำนักงานสนับสนุน อย่างไรก็ตาม สำนักงานยังไม่สามารถจัดได้ตามที่ร้องขอไปหลายครั้ง

“อยากให้ท่านไม่เป็นอุปสรรคต่อการประชุมมากกว่า จริงๆ เราไม่ได้สนใจว่าใครจะลุกหรือไม่ลุก เราอยากประชุมได้ เราไม่อยากให้มีอุปสรรคในการประชุมแค่นั้นเอง” นางพิรงรองกล่าว และยืนยันว่าเป้าหมายของพวกตนไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือต้องการมุ่งโจมตีใครเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่เป็นเรื่องของการทำให้กลไกของ กสทช. สามารถเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลที่ควรจะเป็น ซึ่งความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้กำลังบั่นทอนความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพขององค์กรอย่างรุนแรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 8.3 ล้าน 'จำเริญ แหวนเพ็ชร' ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
ทรัพย์สิน 8.3 ล้าน 'จำเริญ แหวนเพ็ชร' ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์