ป.ป.ช.ชี้มูล นายวันชัย ศรีบุญเรือง นายก อบต.กฤษณา อำเภอขุขันธ์ ศรีสะเกษ-พวก มีส่วนได้เสียสัญญา 11 โครงการ ปี 2559-2564 รวม 1.48 ล้าน ใช้ชื่อ 6 ร้านรับเหมา แต่ลงมือทำเอง ให้บุตรชาย-หลานชายช่วยขับรถเกรด สั่งซื้อหิน-ปูน-ทรายเก็บไว้ที่บ้าน เส้นเงินหลังเบิกจ่ายโยงบุคคลใกล้ชิด ชำระค่าวัสดุเอง - ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายวันชัย ศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวก กรณีเข้าไปมีส่วนได้เสียกับร้านค้าที่เป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2559 - 2564 จำนวน 11 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,481,680 บาท
โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่าข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2559 - 2564 นายวันชัยศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการก่อสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา จำนวน 11 โครงการ โดยแต่ละโครงการมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทเพื่อให้อยู่ในอำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาที่สามารถจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,481,680 บาท ดังนี้
1. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านตารงค์ หมู่ที่ 9 วงเงิน 239,000 บาท
2. โครงการปรับเกลี่ยถนนสายบ้านพรมแสง หมู่ที่ 3 (ไปบ้านพอก หมู่ที่ 5) วงเงิน 12,000 บาท
3. โครงการปรับเกลี่ยถนนสายบ้านพรมแสง หมู่ที่ 3 (ไปบ้านบุตาด หมู่ที่ 13) วงเงิน 9,600 บาท
4. โครงการซ่อมแซมถนนลงหินคลุกเป็นช่วง ๆ พร้อมปรับเกลี่ยถนนสายบ้านกฤษณา หมู่ที่ 1และบ้านกฤษณาตะวันตก หมู่ที่ 2 (คลองอีสานเขียวเชื่อมเขตตำบลกะจง) วงเงิน 78,200 บาท
5. โครงการซ่อมแซมถนนลงหินคลุกพร้อมเกรดบดอัด ถนนสายบ้านพอก หมู่ที่ 5 ถึงสายไปบ้านหนองเข็งน้อย หมู่ที่ 10 วงเงิน 216,000 บาท
6. โครงการซ่อมแซมถนนลงหินคลุกพร้อมเกรดบดอัด ถนนสายบ้านหนองเข็ง หมู่ที่ 7 ถึงสายไปบ้านพรมแสง หมู่ที่ 3 วงเงิน 51,000 บาท
7. โครงการปรับเกลี่ยถนนสายบ้านพรมแสง หมู่ที่ 3 (ไปบ้านบุตาด หมู่ที่ 13) วงเงิน 8,000 บาท
8. โครงการก่อสร้างถนนดินพร้อมปรับเกลี่ยบดอัด บ้านฮ่องธาตุ หมู่ที่ 8 วงเงิน 13,000 บาท
9. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านฮ่องธาตุ หมู่ที่ 8 (สายไปสำโรงตาเจ็น) วงเงิน 384,000 บาท
10. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านกฤษณา หมู่ที่ 1 (สายไปโรงเรียนบ้านป่าใต้) วงเงิน 60,000 บาท
11. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านหนองเข็ง หมู่ที่ 7 (สายไปบ้านหนองเข็งน้อย) วงเงิน 410,880 บาท
โดยปรากฏว่า ในขั้นตอนหาผู้รับจ้างในแต่ละโครงการ นางสาวกิตณภา ปัญญาคม เจ้าพนักงานพัสดุชำนาญงาน สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณา มิได้เจรจาหรือติดต่อกับผู้มีอาชีพรับจ้างโดยตรงตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้นายวันชัย ศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาได้เข้าเป็นผู้ทำงานจ้างเองในนามเอกชน 6 ราย ได้แก่ ร้านทองทวีทรัพย์ โดยนายสมพาน โปงเปว ร้านเอ็นเคก่อสร้าง โดยนายวิจิตร สำแดงภัย ร้านสวัสดีวัสดุก่อสร้าง โดยนายอ๊อด ใหญ่ยิ่ง หรือพระอ๊อด มหาปัญโญ ร้านชัยรุ่งเรืองก่อสร้าง โดยนายมักขันธ์ สาระวัน ร้านวนิดา โดยนายชิราวุฒิ สายแวว และร้านเอ็นเคธุรกิจ โดยนางสาวชิด เมืองจันทร์ ที่เพียงแต่ใช้ชื่อเข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาเท่านั้นแต่มิได้เข้าทำงานจ้างตามสัญญาจ้าง
แต่เป็นนายวันชัย ศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาเป็นผู้ดำเนินการทำงานจ้างทั้ง 11 โครงการ ด้วยตนเอง
โดยได้ใช้รถบรรทุกหกล้อ รถเกรด รถไถ รถบด รถน้ำรถแบคโฮ และรถโม่ปูน ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลหรือเป็นของนายวันชัย ศรีบุญเรือง ในการทำงานก่อสร้างในแต่ละโครงการ โดยมีบุตรชายและหลานชายของนายวันชัย ศรีบุญเรือง เป็นผู้ขับรถเกรดถนนรวมทั้งเป็นผู้จ้างแรงงาน จ้างเขียนป้ายโครงการ นำส่งตัวอย่างลูกปูนเพื่อทดสอบหาค่ากำลังอัดคอนกรีตและเป็นผู้ชำระค่าทดสอบดังกล่าว และเป็นผู้สั่งซื้อหิน ปูน ทราย มาจัดเก็บไว้บริเวณบ้านพักอาศัยของนายวันชัยศรีบุญเรือง เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการก่อสร้าง

นอกจากนี้ยังปรากฏว่า หลังจากที่องค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาได้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างแล้ว พบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของผู้รับจ้างไปยังบุคคลที่ล้วนแต่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายวันชัย ศรีบุญเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกฤษณาทั้งสิ้นตลอดจนมีการโอนเงินชำระค่าสินค้าที่นายวันชัย ศรีบุญเรือง เป็นผู้สั่งซื้อ อีกด้วย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายวันชัย ศรีบุญเรือง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 92
2. การกระทำของนางสาวกิตณภา ปัญญาคม มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวันชัย ศรีบุญเรือง ตามฐานความผิดดังกล่าว และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ทั้งนี้ สำหรับโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านตารงค์ หมู่ที่ 9 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาความผิดฐานนี้ และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
3. การกระทำของนายสมพาน โปงเปว มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวันชัย ศรีบุญเรือง ตามฐานความผิดดังกล่าว ทั้งนี้ สำหรับโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านตารงค์ หมู่ที่ 9 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาความผิดฐานนี้
4. การกระทำของนายวิจิตร สำแดงภัย นายอ๊อด ยิ่งใหญ่ หรือพระอ๊อด มหาปัญโญ นายมักขันธ์ สาระวัน นายชิราวุฒิ สายแวว และนางสาวชิด เมืองจันทร์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวันชัย ศรีบุญเรือง ตามฐานความผิดดังกล่าว
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด มีสิทธิ์ต่อสู้คดีชั้นศาลได้ตามกฏหมาย




