ป.ป.ช.ฟันอดีต อดีตนายกฯ -รองนายกฯ เทศบาลตำบลเชียงกลาง เรียกรับเงินโบนัสพนักงานมิชอบ นานถึง 4 ปีงบประมาณ-ขู่ไม่จ่ายไม่เซ็นอนุมัติเบิก ลูกน้องจำใจให้หวั่นอดเงิน-เตรียมส่งสำนวนให้ อสส.ดำเนินคดีอาญา พร้อมให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัยต่อนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน และนายสมเกียรติ มหานิล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง กับพวก กรณีเรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 – 2557 จากข้าราชการและพนักงานของเทศบาลตำบลเชียงกลางโดยมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันคือมาตรา 172 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561) รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 ในส่วนของนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง
ส่วนนายสมเกียรติ มหานิล ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และมีความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 เช่นเดียวกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
พฤติการณ์แห่งคดี: การเรียกรับผลประโยชน์โบนัสประจำปีอย่างต่อเนื่อง 4 ปี
จากการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงว่า นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง และนายสมเกียรติ มหานิล มีพฤติกรรมเรียกรับเงินโบนัสจากพนักงานของเทศบาลตำบลเชียงกลางอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปีงบประมาณ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ต้องจำยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการอนุมัติเบิกจ่ายโบนัสที่พึงจะได้รับ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (เรียกรับ 150,000 บาท)
พฤติการณ์เริ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2554 ก่อนที่เทศบาลจะอนุมัติจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนพิเศษ (โบนัส) นายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรี ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรี จะขอรับเงินโบนัสจากผู้มีสิทธิได้รับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าสอบถามนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ซึ่งได้รับคำยืนยันว่า "ตามที่รองสมเกียรติพูดคุย" ต่อมา นายสมเกียรติฯ ได้เข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่และแจ้งขอรับเงินโบนัสในส่วนของคณะผู้บริหารเป็นจำนวน 150,000 บาท แม้เจ้าหน้าที่จะทราบว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แต่ก็จำต้องยินยอมจ่ายเงินให้ เนื่องจากเกรงว่าหากไม่ปฏิบัติตาม นายทรัพย์สมบูรณ์ฯ จะไม่อนุมัติคำสั่งเบิกจ่ายเงินโบนัส ทำให้ทุกคนอดได้เงินที่พึงได้รับ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 เทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับจำนวน 73 คน และหลังจากรวบรวมเงินครบถ้วน เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้นำเงินจำนวน 150,000 บาท ไปมอบให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรี ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 (เรียกรับ 190,000 บาท)
ในปีถัดมา พ.ศ. 2555 พฤติการณ์คล้ายกันได้เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยก่อนการอนุมัติจ่ายโบนัส นายสมเกียรติ มหานิล ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่านายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ต้องการขอรับเงินจากผู้มีสิทธิได้รับโบนัสรวม 190,000 บาท พร้อมส่งรายละเอียดที่เขียนด้วยลายมือระบุว่า "ปี 2554 150,000 บาท เริ่มทำงานใหม่ ปี 2555 190,000 บาท ครบรอบทำงาน 1 ปี" ปลัดเทศบาลและผู้อำนวยการกองต่างหารือและเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินสมควร จึงได้สอบถามนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ซึ่งได้รับแจ้งว่า "ทราบตามที่รองสมเกียรติแจ้ง" อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ไม่ได้รับการยืนยันการยินยอมตามที่ร้องขอ เขาจึงไม่ลงนามอนุมัติเบิกจ่ายโบนัส ทำให้ปลัดเทศบาลและหัวหน้าส่วนราชการต้องหารือกับผู้มีสิทธิได้รับโบนัส และทุกคนก็จำยอมยินยอมจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียก เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางรายมีความจำเป็นต้องใช้เงิน และเกรงว่าหากไม่ยินยอมจ่าย นายทรัพย์สมบูรณ์ฯ จะไม่อนุมัติคำสั่งเบิกจ่ายเงินโบนัสอีกครั้ง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555 เทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับจำนวน 75 คน และหลังจากรวบรวมเงินครบ เจ้าหน้าที่ได้นำเงินจำนวน 190,000 บาท ใส่ซองสีน้ำตาลไปมอบให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรี ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ก็ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (เรียกรับ 150,000 บาท แต่ได้ 140,000 บาท)
ในปีงบประมาณ 2556 หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินโบนัสฯ โดยมีนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง เป็นประธาน ได้มีการหารือเรื่องการนำเงินโบนัสบางส่วนมอบให้นายทรัพย์สมบูรณ์ฯ และคณะผู้บริหาร โดยในปีนี้ นายทรัพย์สมบูรณ์ฯ ยินยอมลดจำนวนเงินที่เรียกเก็บลง โดยขอเท่ากับปีแรกคือ 150,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 เทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับจำนวน 82 คน เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้นำเงินมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของแต่ละกอง ซึ่งในปีนี้มีการเก็บเงินจากผู้มีสิทธิได้รับโบนัสในอัตราร้อยละ 7 ของเงินที่ได้รับ แต่สามารถรวบรวมเงินได้จริงเพียง 140,000 บาท และเมื่อแต่ละกองได้รวบรวมเงินครบแล้ว ก็ได้มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 (เรียกรับ 140,000 บาท)
สำหรับปีงบประมาณ 2557 ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2557 ได้มีการเสนอหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ลงนาม แต่เขากลับไม่ยอมลงนาม จนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าพบและร้องขอให้เรียกประชุม เนื่องจากพนักงานหลายรายได้สอบถามเกี่ยวกับการจ่ายเงินโบนัส ด้วยแรงกดดันดังกล่าว นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง จึงยินยอมให้มีการประชุมคณะกรรมการดังกล่าว .
ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ได้มีการเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินโบนัสให้กับผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัสจำนวน 75 คน ให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลางพิจารณาอนุมัติ แต่นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ไม่ลงนามอนุมัติ จนเวลาล่วงเลยกว่า 10 วัน รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าสำนักปลัด และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ได้เข้าพบนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง เพื่อขอให้ลงนามอนุมัติเบิกจ่ายโบนัส ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ได้แจ้งขอส่วนแบ่งจากเงินโบนัสจำนวน 140,000 บาท .
ต่อมา วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสทุกคน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนยอมจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียกเก็บ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับการอนุมัติเบิกจ่ายโบนัส โดยหลังจากเทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัสจำนวน 75 คน เจ้าหน้าที่ก็ได้นำเงินมาส่งมอบในแต่ละกอง และเมื่อแต่ละกองได้รวบรวมเงินครบแล้ว ก็ได้มีการนำเงินจำนวน 140,000 บาท ไปส่งมอบให้กับนางลำยวน อินทำ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลางในขณะนั้น (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ซึ่งเป็นผู้มารับเงินแทนนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง .
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ :
การกระทำของนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 .
การกระทำของนายสมเกียรติ มหานิล มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ตามฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 .
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณี และแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด มีสิทธิ์ต่อสู้คดีชั้นศาลได้ตามกฏหมาย




