กมธ.กฎหมายฯ ถกปมทุจริตสอบท้องถิ่น นัดเชิญบิ๊กล็อตทั้งนายกฯ-"ผู้ใหญ่เฮง"-"ทองเจือ"-ผู้ว่าฯนครฯ-อธิการฯ มศว.-"รัชพงษ์" อดีตเลขาฯรมว.คมนาคม ให้ข้อมูล
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกเอกสารนัดประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมในวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม CA 308 อาคารรัฐสภา โดยมีวาระประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินการกรณีทุจริตสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่นในช่วงปี 2567-2569
ในการประชุมดังกล่าว มีการเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่เวลาที่เกิดเหตุถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากนายอนุทินติดภารกิจเดินทางต่างประเทศในระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 จึงทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งตัวแทนเข้าที่ประชุมหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีการเชิญผู้ที่ถูกพาดพิงและอยู่ในกระบวนการสืบสวน ประกอบด้วย นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือที่รู้จักในชื่อ "ผู้ใหญ่เฮง" อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีและอดีตผู้สมัคร สส. ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตดังกล่าวโดยถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 จากข้อกล่าวหาการเป็นนายหน้ารับเงินค่าหัวคิวกว่ารายละ 650,000 บาท เพื่อช่วยให้สอบผ่าน
นายรัชพงษ์ ชูแก้ว อดีตเลขานุการนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากมีกระแสข่าวพาดพิงว่ามีญาติสอบได้ในลำดับต้นๆ ของการสอบท้องถิ่น ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการทุจริต จนเจ้าตัวต้องยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขานุการ รมว.คมนาคม ไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เพื่อไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์
และนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อดีตที่ปรึกษาและคณะทำงานนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกพาดพิงโดย นายเรืองเดช ศิริกิติ์ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยนายเรืองเดชระบุว่านายทองเจือเป็นผู้มาติดต่อกับทางมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ส่งผลทำให้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ในส่วนของผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งถูกเชิญเข้าร่วมประชุมให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สมชาย ลีหล้าน้อย เนื่องจากมีบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกันถึง 2 ราย สอบติดท้องถิ่น โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมามีมติคณะรัฐมนตรีว่าได้มีการแต่งตั้งนายสมชายให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน
นอกจากนี้ยังมีการเรียกนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงที่มีการยกเลิกการประกวดราคาจัดสอบ ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการประมูล และเรียกนายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นสถาบันที่รับผิดชอบในการจัดสอบและประมวลผลสอบ ที่ถูกสืบสวนว่ามีร่องรอยทุจริตในกระบวนการส่งผลสอบ ให้มาชี้แจงข้อมูลด้วยเช่นกัน
ส่วนหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายซึ่งถูกเรียกให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลประกอบด้วย พันตำรวจเอก อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งเป็นโฆษกและหัวหน้าทีมสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีนี้, ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยทุกหน่วยงานมีบทบาทร่วมสืบสวน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินคดีบุคคลในขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นในระดับต่าง ๆ




