News Logo
หน้าแรก
ภจท.ประท้วง อ้างเชิญ 'ทองเจือ'ทำ กมธ.ฯเป็นการเมือง ชี้หลักฐานไปไม่ถึง

ภจท.ประท้วง อ้างเชิญ 'ทองเจือ'ทำ กมธ.ฯเป็นการเมือง ชี้หลักฐานไปไม่ถึง

25 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 10 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ภูมิใจไทยประท้วงกลางวง กมธ.กฎหมายฯ ชี้ปมเชิญ "ทองเจือ" แจงโกงสอบ ไร้หลักฐานเจ้าตัวเอี่ยว หวั่น เป็นเครื่องมือการเมืองทำลายชื่อเสียงบุคคลภายนอก วอนยึดกรอบอำนาจ-เลี่ยงความซ้ำซ้อนการทำงาน ป.ป.ช. ด้าน “โรม” ยันไม่มีการเมือง แต่เป็นการทำหน้าที่ล้อมคอกโกงสอบท้องถิ่น

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินการกรณีทุจริตสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่นในช่วงปี 2567-2569 ในการประชุมดังกล่าว มีการเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อดีตที่ปรึกษาและคณะทำงานนายกรัฐมนตรี นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายรัชพงษ์ ชูแก้ว อดีตเลขานุการนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, และ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือผู้ใหญ่เฮง ซึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาว่าเกี่ยวข้องกับการโกงสอบ

ส่วนหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายซึ่งถูกเรียกให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลประกอบด้วย พันตำรวจเอก อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งเป็นโฆษกและหัวหน้าทีมสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีนี้, ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

ล่าสุดมีแหล่งข่าวในห้องประชุมได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Next News ว่าได้มีการพูดถึงความพยายามที่จะเรียกตัวนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อดีตที่ปรึกษาและคณะทำงานนายกรัฐมนตรี ให้มาชี้แจง และมีการพูดถึงการใช้อำนาจตามกฎหมาย กมธ. เพื่อเรียกตัวนายทองเจือมา

อย่างก็ตาม สส.จากพรรคภูมิใจไทยแสดงความไม่เห็นด้วยและตั้งข้อกังวลอย่างหนักต่อการดำเนินงานของ กมธ.ฯ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเชิญและกล่าวถึงบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงนายทองเจือ

โดย สส.ภูมิใจไทยอ้างว่า กมธ.ฯ กำลังกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายชื่อเสียงบุคคลอื่นโดยไม่เป็นธรรม

โวย กมธ.ฯ ทำงานคล้าย "เครื่องมือทางการเมือง"

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.ภูมิใจไทย ได้กล่าวแสดงความกังวลอย่างเปิดเผย ระบุว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้กำลังถูกมองว่าอาจกลายเป็น "เครื่องมือทางการเมือง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการเชิญหรือกล่าวถึงบุคคลภายนอกเข้ามาชี้แจง โดยที่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ หรือมีการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างไม่เป็นธรรม นายศุภชัยได้หยิบยกกรณีของนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ โดยชี้ว่านายทองเจือถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางทั้งในการประชุมและในสื่อสังคมออนไลน์ในฐานะผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่กลับไม่ได้รับการแจ้งหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาธิการ

นายศุภชัยตั้งคำถามถึงกระบวนการนี้ว่า หากเชิญบุคคลมาด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และเป็นธรรม การแจ้งหนังสือเชิญก็ควรเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นทางการ เมื่อไม่มีการแจ้งอย่างชัดเจน แต่กลับมีการกล่าวถึงชื่อในที่สาธารณะเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้ง่ายดาย และอาจนำไปสู่การเสียเวลาของการประชุมโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง เนื่องจากบุคคลที่ถูกกล่าวถึงอาจไม่ได้รับทราบและไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

"เขาบอกว่าไม่มาไม่มาเพราะไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งให้มาเลย เขาก็เสียหาย ท่านประธานจะมีบัญชาให้ออกคำสั่งเรียก ทั้งทั้งที่เขาไม่เคยถูกเชิญมาสักครั้งนึง" นายศุภชัยกล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.ภูมิใจไทยอีกราย กล่าวเสริมในทำนองเดียวกัน โดยย้ำถึงความจำเป็นที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ควรเน้นการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน นั่นคือการศึกษาและเสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม เพื่อป้องกันการทุจริตในอนาคต มากกว่าการพยายามตามหาผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นบทบาทหลักและหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กำลังดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว

นายณัฐวุฒิยังเตือนถึงอันตรายของการใช้เวทีของคณะกรรมาธิการในการกล่าวถึงและทำลายชื่อเสียงของบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่ไม่มีโอกาสมาชี้แจงหรือแก้ต่างให้ตัวเองต่อสาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้

ปมเชิญ "ทองเจือ": ไร้หนังสือแจ้งเป็นทางการ

ด้านนายศุภชัยได้เน้นย้ำอีกว่าการเรียกนายทองเจือมาโดยให้อำนาจตามกฎหมาย กมธ.ฯ โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการ อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้

ฝ่ายเลขาธิการของ กมธ.ฯ ได้ชี้แจงถึงกระบวนการเชิญนายทองเจือ โดยระบุว่า ได้มีการส่งหนังสือไปรษณีย์ไปยังพรรคการเมืองที่นายทองเจือสังกัดในฐานะที่ปรึกษานายกฯ แต่เบื้องต้นไม่พบที่อยู่สำหรับส่งหนังสือโดยตรงถึงที่บ้าน เนื่องจากนายทองเจือไม่มีตำแหน่งทางการเมืองอะไรในปัจจุบัน

กรณีดังกล่าว สส.ภูมิใจไทยได้โต้แย้งว่า การส่งหนังสือไปยังพรรคการเมืองเพื่อเชิญบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือไม่มีตำแหน่งทางการเมืองโดยตรงในขณะนั้น อาจไม่ถือเป็นการแจ้งอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ทำให้การกล่าวอ้างว่าบุคคลนั้นไม่ให้ความร่วมมือจึงไม่เป็นธรรม

สส.ภูมิใจไทยยังย้ำว่า กมธ.ฯ ควรมีความชัดเจนในเรื่องขั้นตอนการแจ้งและรับทราบหนังสือเชิญ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย หากไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจริง ก็ควรมีกระบวนการที่ชัดเจนในการดำเนินการต่อไป ไม่ใช่การกล่าวถึงชื่อแล้วตีความว่าบุคคลนั้นไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของบุคคลนั้น

“โรม” ยืนยันหน้าที่ แต่รับฟังทุกเสียง – ชะลอใช้อำนาจเรียก "ทองเจือ"

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.ฯ ได้ชี้แจงและยืนยันถึงเจตนารมณ์ของการประชุมว่า เป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ฯ ที่มุ่งศึกษาและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับกรณีทุจริต โดยเฉพาะการทุจริตสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่น  แต่ตนก็รับฟังข้อสังเกตและข้อกังวลจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยยอมรับว่าการที่ผู้ถูกเชิญบางรายไม่ได้มาปรากฏตัวด้วยตนเอง หรือส่งผู้แทนที่มีอำนาจตัดสินใจ ทำให้ กมธ.ฯ ไม่สามารถสอบถามข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน และเป็นเหตุผลที่นำไปสู่การพิจารณาใช้มาตรการออกคำสั่งเรียก

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีของนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ นั้น นายรังสิมันต์ได้ชี้แจงว่า กมธ.ฯ จะทำหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้มีการรับทราบและมีโอกาสมาชี้แจงข้อเท็จจริงในลำดับถัดไป แทนการออกมาตรการเรียกตัว

นายรังสิมันต์ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานของ กมธ.ฯ ว่าไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องแน่นอน โดยยกตัวอย่างเรื่องกรณีสแกมเมอร์ เรื่อง “เบน สมิธ" ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางพรรครัฐบาลแต่อย่างใด แต่ว่าเกี่ยวข้องกับฝ่ายค้านด้วยซ้ำ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนโทษคุก2ทริป! อดีตนายกอบต.บางรักใหญ่ ทุจริตดูงาน-ธรรมะสัญจร รวม5 ปี
ยืนโทษคุก2ทริป! อดีตนายกอบต.บางรักใหญ่ ทุจริตดูงาน-ธรรมะสัญจร รวม5 ปี