กมธ.ปราบโกงฯ ลุยสอบปมข้อร้องเรียนเรียกผลประโยชน์คัดเลือกบุคคลเข้ารับการศึกษาหลักสูตร ‘ปปร.30’ สถาบันพระปกเกล้า เชิญตัวแทน ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ตำรวจนนทบุรี ให้ข้อมูล 8 ต.ค.นี้
แหล่งข่าวจากคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 มีวาระสำคัญพิจารณากรณีขอให้ตรวจสอบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการศึกษาอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) ของสถาบันพระปกเกล้า
แหล่งข่าวระบุว่า การพิจารณาครั้งนี้จะมีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับหลักสูตร ปปร. ก่อนหน้านี้เคยปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับ ข้อกล่าวอ้างว่ามีการเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 หรือ ปปร.30
ขณะที่ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และรักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และเป็นข้อกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีมูลเหตุทางการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งหรือบ่อนทำลายชื่อเสียงของตนเองและสถาบันพร้อมระบุว่า กระบวนการรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษาของสถาบันพระปกเกล้ายึดหลัก โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ด้านนักศึกษาหลักสูตร ปปร.30 จำนวนกว่า 100 คน ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนสนับสนุนคำชี้แจงของเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยยืนยันว่า ในกระบวนการสมัครและได้รับการคัดเลือกเข้าเรียน ไม่เคยจ่าย มอบ เสนอ หรือตกลงจ่ายเงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์ใดให้แก่บุคคลใด เพื่อแลกกับการได้รับคัดเลือก และไม่เคยได้รับการเรียกร้องหรือกำหนดเงื่อนไขให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
กลุ่มนักศึกษายังแสดงจุดยืนสนับสนุนให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ข้อสงสัยต่าง ๆ ได้รับการพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน พร้อมเรียกร้องให้การนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อกล่าวหาต่อสาธารณะตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยไม่ควรด่วนสรุปว่าบุคคลหรือองค์กรใดกระทำความผิดก่อนกระบวนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
อ่านประกอบ




