เปิดฉบับเต็ม! ผลคดีทุจริตล็อกเงื่อนไขจ้างคุมงานหอประชุมเอื้อเอกชนบางรายได้สิทธิทำสัญญา มมร. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุก อดีตพระมหาปัญญา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย -พวก คนละ 6 ปี 8 เดือน ได้รอลงอาญา 2 -ยกฟ้อง 3
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา อดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย กับพวก กำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกว่าจ้างผู้ควบคุมงานและคัดเลือกผู้เสนองานก่อสร้างอาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติสิรินธรโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางรายเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญาจ้าง ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฏหมาย
โดยคดีนี้ มีจำเลย 9 ราย คือ อดีตพระมหาปัญญา ปญญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ เป็นจำเลยที่ 1 ,นายสงกานต์ หรือสงกาญจน์ อัจฉริยะทรัพย์ จำเลยที่ 2 , รองศาสตราจารย์ ศรชัย ท้าวมิตร จำเลยที่ 3 ,นายอมร กล้าแข็ง จำเลยที่ 4, ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ศูนย์พัฒนาทักษะการทำงาน จำเลยที่ 5, นายอนันต์ ถาวรรณา จำเลยที่ 6, บริษัท เท็น คอนซัลแตนส์ จำกัด จำเลยที่ 7, นายสัมฤทธิ์ ตั้งตรีรัตน์ จำเลยที่ 8 และนายจิระศักดิ์ รัตนไพฑูรย์ จำเลยที่ 9
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 7 มีคำพิพากษาดังนี้
1.ลงโทษจำคุก อดีตพระมหาปัญญา ปญญาวุฑฺโฒ หรือ นายปัญญา สุขสงค์ จำเลยที่ 1 ,นายสงกานต์ หรือสงกาญจน์ อัจฉริยะทรัพย์ จำเลยที่ 2 คนละ 6 ปี 8 เดือน
2.ลงโทษจำคุก รองศาสตราจารย์ ศรชัย ท้าวมิตร จำเลยที่ 3 ,นายอมร กล้าแข็ง จำเลยที่ 4 คนละ 2 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 67,500 บาท รอลงอาญาโทษจำคุกไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี
3.ปรับห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ศูนย์พัฒนาทักษะการทำงาน จำเลยที่ 5 เป็นเงิน 120,000 บาท
4.คงจำคุก นายอนันต์ ถาวรรณา จำเลยที่ 6 มีกำหนด 4 ปี 5 เดือน 10 วัน
5.ยกฟ้อง บริษัท เท็น คอนซัลแตนส์ จำกัด จำเลยที่ 7, นายสัมฤทธิ์ ตั้งตรีรัตน์ จำเลยที่ 8 และนายจิระศักดิ์ รัตนไพฑูรย์ จำเลยที่ 9
คุกคนละ 6 ปี 8 ด.! พระมหาปัญญา อดีตรองอธิการฯ มหามกุฏราชวิทยาลัย-พวก
ล่าสุด สำนักข่าว Next News สืบค้นผลคำพิพากษาฉบับเต็มคดีนี้ พบข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการตรวจสอบการกำหนดเงื่อนไขในการคัดเลือกว่าจ้างผู้ควบคุมงาน และการคัดเลือกผู้เสนองานก่อสร้าง อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติสิรินธร โดย ป.ป.ช.เห็นว่ามีพฤติการณ์กำหนดเงื่อนไขโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางรายมีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ป.ป.ช.ชี้มูลตั้งแต่ปี 2566
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 67/2566 มีมติชี้มูลความผิด อดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กับพวก
ข้อกล่าวหาหลัก คือ การกำหนดเงื่อนไขคัดเลือกว่าจ้างผู้ควบคุมงาน และการคัดเลือกผู้เสนองานก่อสร้างโดยทุจริต เพื่อช่วยให้ผู้เสนอราคาบางรายมีสิทธิเข้าทำสัญญาจ้าง
ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,157 รวมถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8 และ 11 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, 11 และ 12
พูดให้เข้าใจง่าย คือ คดีนี้ไม่ได้กล่าวหาเพียงเรื่องขั้นตอนเอกสารไม่ถูกต้อง แต่เป็นข้อกล่าวหาว่า มีการใช้หน้าที่เข้าไปกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดจ้างในลักษณะที่ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม และเอื้อให้ผู้เสนอราคาบางรายได้เปรียบ
ศาลชั้นต้นพิพากษา 10 มีนาคม 2569
ต่อมาคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล โดยอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องแทน ป.ป.ช.
วันที่ 10 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 32/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 29/2569
คดีนี้มีจำเลยรวม 9 ราย
แต่ผลของคดีไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7-9 ศาลยกฟ้อง
กลุ่มแรก ‘อดีตพระมหาปัญญา-จำเลยที่ 2’ โดนหนักสุด
สำหรับ อดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ จำเลยที่ 1 และ นายสงกานต์ หรือสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ จำเลยที่ 2
ศาลเห็นว่ามีความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา หรือกำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคาบางรายได้สิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม
การกระทำแบ่งเป็น 2 กระทง
ศาลกำหนดโทษ กระทงละ 5 ปี รวมคนละ 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ทางไต่สวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม
เหลือจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน
จำเลยที่ 3-4 คุก 5 ปี แต่รับสารภาพ เหลือ 2 ปี 6 เดือน
ส่วน รองศาสตราจารย์ศรชัย ท้าวมิตร จำเลยที่ 3 และ นายอมร กล้าแข็ง จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขการเสนอราคาโดยทุจริตในลักษณะที่มุ่งหมายไม่ให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือช่วยให้ผู้เสนอราคาบางรายได้สิทธิเข้าทำสัญญากับรัฐโดยไม่เป็นธรรม
ศาลกำหนดโทษจำคุก คนละ 5 ปี และปรับ คนละ 135,000 บาท
แต่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
เหลือ จำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 67,500 บาท
ให้รอการลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี เหตุผลเป็นเพราะศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ขณะที่นิสัยและความประพฤติในด้านอื่นไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง
นอกจากนี้ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ศาลจึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี และให้รอการลงโทษจำคุกไว้คนละ 2 ปี
สำหรับจำเลยที่ 4 ศาลยังกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติเป็นเวลา 1 ปี ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง
สำหรับข้อมูลในส่วนของเอกชนนั้น
ห้างหุ้นส่วนจำกัดศูนย์พัฒนาทักษะการทำงาน จำเลยที่ 5 และ นายอนันต์ ถาวรรณา จำเลยที่ 6 ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดในฐานะ ผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเงื่อนไขการเสนอราคาโดยทุจริต
จำเลยที่ 5 ถูกลงโทษปรับ และภายหลังลดโทษแล้ว คงปรับ 120,000 บาท
ส่วนจำเลยที่ 6 เดิมถูกกำหนดโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน จำนวน 2 กระทง รวม 6 ปี 8 เดือน
เมื่อศาลลดโทษให้หนึ่งในสามแล้ว จึงเหลือโทษจำคุก 4 ปี 5 เดือน 10 วัน

สรุปใครโดนอะไร?
ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้นสามารถสรุปได้ดังนี้
จำเลยที่ 1 อดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์
จำคุก 2 กระทง เดิมรวม 10 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 6 ปี 8 เดือน
จำเลยที่ 2 นายสงกานต์ หรือสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์
จำคุก 2 กระทง เดิมรวม 10 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือจำคุก 6 ปี 8 เดือน
จำเลยที่ 3 รองศาสตราจารย์ศรชัย ท้าวมิตร
เดิมจำคุก 5 ปี ปรับ 135,000 บาท รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 67,500 บาท และรอการลงโทษจำคุก 2 ปี
จำเลยที่ 4 นายอมร กล้าแข็ง
เดิมจำคุก 5 ปี ปรับ 135,000 บาท รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 67,500 บาท รอการลงโทษ 2 ปี พร้อมคุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง และบริการสังคม 24 ชั่วโมง
จำเลยที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัดศูนย์พัฒนาทักษะการทำงาน
หลังลดโทษ ปรับ 120,000 บาท
จำเลยที่ 6 นายอนันต์ ถาวรรณา
หลังลดโทษ จำคุก 4 ปี 5 เดือน 10 วัน
ส่วน จำเลยที่ 7-9 ศาลพิพากษายกฟ้อง (ในฐานข้อมูล ป.ป.ช. ไม่ได้แสดงรายละเอียดผลคำพิพากษาเอาไว้)
อัยการไม่อุทธรณ์ ป.ป.ช.เห็นชอบ
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุม เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะ ไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เพราะฝ่ายจำเลยยังมีสิทธิใช้สิทธิตามกฎหมาย ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อไปได้
อดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ หรือนายปัญญา สุขสงค์ และจำเลยรายอื่นที่ถูกพิพากษาลงโทษ ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อผู้บริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
ขณะที่มีตัวแทนจากศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนเพิ่มเติมว่า นายปัญญา สุขสงค์ หรืออดีตพระมหาปัญญา ปญฺญาวุฑฺโฒ) ได้ลาสิกขาขาดจากสมณเพศไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 และได้พ้นจากสภาพการเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันจึงมีสถานะเป็นฆราวาส และไม่มีความเกี่ยวข้อง ผูกพัน หรือมีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน เหตุการณ์และพฤติการณ์อันเป็นที่มาของการดำเนินคดีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 (ล่วงเลยมาแล้วประมาณ 16 ปี) ซึ่งเป็นเรื่องการดำเนินการเฉพาะบุคคลในอดีต มิใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริบท โครงสร้าง หรือการบริหารงานของมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบัน
คำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็น "คำพิพากษาของศาลชั้นต้น" เท่านั้น คดียังไม่ถึงที่สุดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยจำเลยยังคงมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายวิธีพิจารณาความในการยื่นอุทธรณ์และฎีกาเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลที่สูงขึ้นต่อไป การนำเสนอข่าวจึงต้องระมัดระวังมิให้ใช้ถ้อยคำที่ชี้นำว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว
ขณะที่การบริหารงานและความโปร่งใสของสถาบัน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความถูกต้องตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด มหาวิทยาลัยเคารพในกระบวนการยุติธรรมและพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบตามกฎหมาย
บทสรุปสุดท้ายคดีนี้ จะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามดูกันต่อไป
อ่านข่าวหมวดเดียวกัน
คุกคนละ 6 ปี 8 ด.! พระมหาปัญญา อดีตรองอธิการฯ มหามกุฏราชวิทยาลัย-พวก
คดีคืนภาษีรถหรู! อดีตรองอธิบดีกรมศุลฯ-พวก โดนคุก 10 ปี-เอกชนรอดหมด
#อ่านข่าวผลคำพิพากษาคดีทุจริตดังที่นี่ คำพิพากษาจำคุก




