News Logo
หน้าแรก
ข้อกล่าวหาลูกน้องนายกเฮงเบี้ยวคืนเงินโกงสอบ อ้างข่าวดัง-ไม่มีสายไหนติด

ข้อกล่าวหาลูกน้องนายกเฮงเบี้ยวคืนเงินโกงสอบ อ้างข่าวดัง-ไม่มีสายไหนติด

19 ต.ค. 2569 11:48
ผู้ชม 41 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดชัดๆ พฤติการณ์คดีร้องทุกข์กล่าวหา ‘นวพร ปรือปรัง’ ลูกน้องนายกเฮง อ้างช่วยสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่สระแก้ว ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขได้ เริ่มจากคนรู้จักชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก เสนอราคา 700,000 บาท ก่อนต่อรองเหลือ 350,000 บาท จ่ายเงินจริง 340,000 บาท มีภาพถ่ายขณะรับเงินเป็นหลักฐาน ก่อนสอบไม่ผ่าน อ้างข่าวดังจนไม่มีสายไหนติด สัญญาคืนเงินแต่กลับถูกผัดผ่อน สุดท้ายโร่แจ้งความ สภ.คลองลึก

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในหลายพื้นที่มีผู้สมัครสอบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังจ่ายเงินให้บุคคลหรือนายหน้า ซึ่งเสนอว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ แต่ภายหลังมีการประกาศผลสอบ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่มีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่าน เมื่อไปติดตามทวงถามเงินที่จ่ายไปกลับไม่ได้รับเงินคืน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่ต่าง ๆ

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News นำเสนอข้อมูลปัญหาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ไปแล้วว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2567 นางสาว บ. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่สถานีตำรวจภูธรคลองลึก ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อ้างว่า ถูกนางนวพร ปรือปรัง หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอบ/บรรจุเข้ารับราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ทำให้หลงเชื่อมอบเงินให้ จำนวน 340,000 บาท แต่เมื่อถึงการประกาศผล กลับไม่มีชื่อผ่านการคัดเลือก จึงเข้าแจ้งความตามความผิดฐาน "ฉ้อโกง"

ขณะที่ นางนวพร ปรือปรัง ก่อนหน้านี้ ปรากฎข่าว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำกำลังเข้าจับกุมตัว หลังถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 650,000 บาท โดยอ้างเป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นโดยนางนวพร มีตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานกองช่าง เทศบาลตำบลละเอาะ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน และได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ในคดีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางนวพร ปรือปรัง กรณีถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้บุคคลสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ โดยเรียกรับเงินจำนวน 340,000 บาท เป็นค่าดำเนินการ

ข้อมูลจากคำกล่าวอ้างของผู้เสียหายที่ Next News ได้รับ ระบุถึงเส้นทางการติดต่อ การเจรจาต่อรองราคา และการจ่ายเงินรวม 340,000 บาท รวมถึงสาเหตุที่ทำให้ ผู้เสียหาย สอบไม่ติด โดยมีการกล่าวอ้างว่า “ไม่มีสายไหนที่ติดเลย เพราะข่าวมันดังมาก”

มีรายละเอียดน่าสนใจดังต่อไปนี้

จุดเริ่มต้น! คนรู้จักชวนฝากสอบ เปิดราคา 700,000 บาท

เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2567 ขณะที่ น.ส.บ. ผู้เสียหาย กำลังทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผักขะ ได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง ใช้อักษรย่อว่า น.ส.พ. เข้ามาพูดคุยชักชวนว่า สนใจจะสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นหรือไม่ เนื่องจากกำลังจะมีการเปิดสอบบรรจุ

น.ส.พ. อ้างว่ารู้จักบุคคลที่สามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ โดยมีค่าใช้จ่ายจำนวน 700,000 บาท พร้อมสอบถามว่าผู้เสียหายสนใจหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าราคาสูงเกินไป

ต่อมา น.ส.พ. จึงแนะนำให้ผู้เสียหายติดต่อพูดคุยกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Khun Iffy” เพื่อเจรจาต่อรองราคาโดยตรง

หลังจากติดต่อพูดคุยกัน มีการเสนอปรับลดค่าใช้จ่ายจาก 700,000 บาท เหลือ 500,000 บาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ตัดสินใจ โดยแจ้งว่าจะกลับไปปรึกษามารดาก่อน

เมื่อผู้เสียหายนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษามารดา ได้รับคำตอบว่า หากสามารถสอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการจริง จึงค่อยจ่ายเงิน

ผู้เสียหายจึงติดต่อกลับไปยังผู้ถูกกล่าวหาผ่านระบบเมสเซนเจอร์ของเฟซบุ๊กอีกครั้ง

ครั้งนี้มีข้อเสนอให้จ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า 150,000 บาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 350,000 บาท ให้จ่ายภายหลังเมื่อสอบบรรจุได้แล้ว

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น

ลดราคาอีกรอบ! จาก 5 แสน เหลือ 3.5 แสน อ้างช่วยบรรจุนักวิชาการสาธารณสุข

ประมาณ 2 วันต่อมา ผู้ถูกกล่าวหาได้โทรศัพท์ผ่านเมสเซนเจอร์มาหาผู้เสียหายอีกครั้ง พร้อมยื่นข้อเสนอใหม่ว่า สามารถช่วยให้เข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการในตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข ได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียง 350,000 บาท

ผู้เสียหายจึงนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษามารดาอีกครั้ง ก่อนที่มารดาจะตอบตกลงให้จ่ายเงิน

จากนั้น ผู้เสียหายได้โทรศัพท์กลับไปแจ้งผู้ถูกกล่าวหาว่า

“ตามที่พี่แจ้ง 350,000 บาท เอาค่ะพี่”

คำตอบดังกล่าวนำไปสู่การนัดหมายรับเงินที่บ้านของผู้เสียหาย ในวันที่ 31 ตุลาคม 2567

นัดรับเงินสดถึงบ้าน 300,000 บาท ถ่ายภาพขณะส่งมอบเงินไว้เป็นหลักฐาน

วันที่ 31 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาที่บ้านของผู้เสียหาย โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์

ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งว่าเดินทางมาพร้อมสามี แต่สามีรออยู่ภายในรถ

จากนั้น ผู้เสียหายได้เชิญผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปภายในบ้าน และส่งมอบเงินสดจำนวน 300,000 บาท ต่อหน้ามารดา

ที่น่าสนใจคือ ผู้เสียหายได้ถ่ายภาพขณะส่งมอบเงินให้ผู้ถูกกล่าวหาเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาได้เขียนข้อความลงบนกระดาษ A4 ระบุจำนวนเงิน 300,000 บาท พร้อมชื่อเล่นของผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ตามคำกล่าวอ้างของผู้เสียหาย ผู้ถูกกล่าวหายังระบุว่า ตนเองเคยช่วยเหลือ น.ส.พ. ซึ่งเป็นบุคคลที่เข้ามาชักชวนผู้เสียหายในตอนแรก ให้สามารถเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการได้มาแล้ว

คำกล่าวอ้างดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า บุคคลที่ตนติดต่อด้วยสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้จริง

ตามเก็บเงินส่วนที่เหลือ! โอนอีก 40,000 บาท เข้าบัญชีธนาคาร

ต่อมา วันที่ 17 ธันวาคม 2567 ผู้ถูกกล่าวหาได้โทรศัพท์ผ่านเมสเซนเจอร์มาหาผู้เสียหายอีกครั้ง เพื่อขอให้จ่ายเงินส่วนที่เหลือจำนวน 50,000 บาท

แต่ผู้เสียหายแจ้งว่ามีเงินเพียง 35,000 บาท ไม่สามารถจ่ายเงินครบตามจำนวนได้

ภายหลังมีการเจรจาต่อรองจนผู้ถูกกล่าวหายอมลดเงินส่วนที่เหลือจาก 50,000 บาท เหลือ 40,000 บาท

โดยวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 35,000 บาท จากบัญชีธนาคารออมสินของตนเอง ไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทยที่ระบุว่าเป็นของผู้ถูกกล่าวหา

จากนั้น วันที่ 24 ธันวาคม 2567 ผู้เสียหายได้โอนเงินอีก 4,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้

เท่ากับว่า ผู้เสียหายจ่ายเงินให้ผู้ถูกกล่าวหาตามที่ระบุในคำร้องทุกข์ รวมทั้งสิ้น 340,000 บาท

เปิดรับสมัครสอบจริง! ขอทั้งบัตรประชาชน เลขประจำตัวสอบ และข้อมูลสนามสอบ

ต่อมา วันที่ 10 มีนาคม 2568 มีการเปิดรับสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ผู้เสียหายจึงสมัครสอบตามขั้นตอนที่กำหนด

ระหว่างนั้น ผู้ถูกกล่าวหาได้ขอเอกสารจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “N'Iff”

กระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผู้ถูกกล่าวหาได้ขอให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียด ประกอบด้วยชื่อและนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหลังบัตรประชาชน ตำแหน่งที่สมัครสอบ ภาค จังหวัด เลขประจำตัวผู้เข้าสอบ สนามสอบ อาคารสอบ ชั้น ห้องสอบ เลขที่นั่งสอบ และใบเข้าห้องสอบ

สอบจริง 7 ธ.ค. แต่ชื่อหายจากบัญชีผู้ผ่าน! อ้างข่าวดัง ไม่มีสายไหนติด

วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ผู้เสียหายเดินทางเข้าสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด

ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายระบุว่ายังคงเชื่อมั่นว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะสามารถช่วยเหลือให้ตนสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้

กระทั่งวันที่ 24 ธันวาคม 2568 มีการประกาศผลสอบคัดเลือกในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

แต่เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบรายชื่อกลับพบว่า ไม่มีชื่อของตนเองเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก

ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามผู้ถูกกล่าวหาและ น.ส.พ. ว่าเหตุใดจึงไม่มีรายชื่อของตนเอง

ตามข้อมูลที่ผู้เสียหายให้ไว้ น.ส.พ. ได้อธิบายว่า

“ไม่มีสายไหนที่ติดเลย เพราะข่าวมันดังมาก”

พร้อมอ้างว่าเหตุการณ์ที่เป็นข่าวทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถสอบผ่านได้

ทวงเงินคืนข้ามปี! นัดคืน ม.ค. 2569 สุดท้ายแจ้งความดำเนินคดี

หลังทราบผลสอบ ผู้เสียหายได้ติดต่อสอบถามเรื่องการคืนเงินจากผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตามที่กล่าวอ้างไว้

ผู้ถูกกล่าวหาแจ้งว่าจะคืนเงินให้ภายในเดือนมกราคม 2569

แต่เมื่อถึงกำหนด ผู้เสียหายระบุว่ายังไม่ได้รับเงินคืน และเมื่อทวงถามก็ถูกผัดผ่อนมาโดยตลอด

ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวงให้จ่ายเงิน โดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ ทั้งที่ไม่มีอำนาจในการดำเนินการสอบ การคัดเลือก หรือการแต่งตั้งข้าราชการ

สุดท้าย ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมาย

***************

อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับคดีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า นางนวพร ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่พนักงานสอบวนได้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว และได้ส่งสำนวนสอบสวนให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว ในช่วงเดือน พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าคดีนี้เข้าสู้กระบวนการต่อสู้คดีในชั้นศาลไปแล้วหรือไม่ ขณะที่ นางนวพร ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เพราะศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาตัดสินชี้ขาดว่าการกระทำความผิดเกิดขึ้น

หากมีข้อมูลเชิงลึกทางคดีเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น
ลูกน้องนายกเฮง
เรียกเงินโกงสอบ
สระแก้ว
ป.ป.ช.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 1,030 ล้าน 'ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์' อดีตประธานกรรมการ iBank
ทรัพย์สิน 1,030 ล้าน 'ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์' อดีตประธานกรรมการ iBank