News Logo
หน้าแรก
เจาะทุนเทาข้ามชาติ:วิกฤตพาสปอร์ตวานูอาตู สู่นอมินีอสังหาฯ 50 ล.ภูเก็ต

เจาะทุนเทาข้ามชาติ:วิกฤตพาสปอร์ตวานูอาตู สู่นอมินีอสังหาฯ 50 ล.ภูเก็ต

19 ต.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 13 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เงินทุนสีเทาที่ได้จากผลประโยชน์ของธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ศูนย์พนันออนไลน์และคาสิโนในพื้นที่ปอยเปตและเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ด้วยการแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น สเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) จากนั้นจึงทำการโอนข้ามพรมแดนเข้ามายังบัญชีของบริษัทนอมินีในประเทศไทยเพื่อชำระค่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสด

หมายเหตุสำนักข่าว Next News: กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงและการฟอกเงินข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซุกซ่อนตัวของกลุ่มทุนผิดกฎหมายข้ามชาติที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและเอกสารเดินทางระหว่างประเทศเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์ราคาสูงในจังหวัดภูเก็ต

 โดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายธีระชัย ภูวนาถนรารุบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสะท้อนถึงสภาพปัญหานี้โดยละเอียดแบบ ดังนี้:

"#ภูเก็ต บ้านหรูหลังละ 50 ล้านบาท คนซื้อไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่ฝรั่ง แต่เป็นคนที่ถือพาสปอร์ตประเทศที่คุณแทบไม่เคยรู้จัก! ประเทศ วานูอาตู 🇻🇺 เกาะเล็กๆกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มีประชากรแค่ 300,000 คน แต่ตำรวจไทยเจอพาสปอร์ตวานูอาตูในมือ “จีนเทา” เต็มไปหมด! เพราะมันคือ “พาสปอร์ตทองคำ” ที่ซื้อได้ด้วยเงิน! แค่จ่ายเงิน 130,000 ดอลล่าร์ (4.5ล้านบาท) คุณจะได้สัญชาติวานูอาตูภายใน 30 วัน ไม่ต้องเดินทางไปอยู่จริง ไม่ต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม จากคนจีน กลายเป็นชาว ”วานูอาตู“ ในเอกสารทันที จากนั้นถือพาสปอร์ตวานูอาตู เดินทางเข้าไทยได้ 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้ภาพลักษณ์ดูเป็นนักลงทุนต่างชาติ ไม่ใช่คนจีน นี่คือช่องโหว่ของกฎหมาย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตเผยว่า… บ้านพูลวิลล่าหรูราคา 30-100 ล้านบาท ที่ขายได้ในปี 2023-2024 กว่า 70% ผู้ซื้อคือ “คนจีน” แต่ในโฉนดและเอกสารบริษัท เป็นชื่อคนถือพาสปอร์ต วานูอาตู กัมพูชา เมียนมาร์ โดยใช้โมเดล… 💢จดทะเบียนบริษัทในไทย ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้น 51% 💢เจ้าของที่แท้จริงคือคนจีน ถือพาสปอร์ตวานูอาตูถือหุ้น 49% 💢เอาเงินสีเทาจากธุรกิจพนันในปอยเปต สีหนุวิลล์ โอนผ่านคริปโตมาซื้อบ้านเงินสด 💢บ้านหลังนึง มีไว้ฟอกเงิน และเอาไว้ซ่อนตัว ทำให้ราคาบ้านและที่ดินในภูเก็ต พุ่งจากหลังละ 15 ล้านบาท ไปเป็น 50 ล้านบาท ภายใน 3 ปี คนพื้นที่ต้องย้ายออกไปอยู่นอกเมือง เพราะที่ดินในเมืองถูกกว้านซื้อเกือบหมด ขณะที่อังกฤษ และ EU สั่งแบน วานูอาตู แล้ว เพราะขายสัญชาติให้คนสีเทาเยอะเกินไป อาจมีความเสี่ยงต่อภัยความมั่นคง แต่ไทยยังไม่ขยับทำอะไรจริงจัง! บ้านที่สร้างบนผืนแผ่นดินไทย กลายเป็น “เซฟเฮาส์ของไทย”"

ข้อความดังกล่าวเปิดเผยถึงสเกลของปัญหาที่มิใช่เพียงแค่เรื่องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่เป็นปรากฏการณ์อาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงระหว่างโปรแกรมการขายสัญชาติของต่างประเทศ ระบบนอมินีในประเทศไทย การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล และผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจทางสังคมในระดับท้องถิ่น

โพสต์ของนายธีระชัย

โพสต์ของนายธีระชัย

โพสต์ดังกล่าวของนายธีระชัยเกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่มีการตั้งคำถามถึงกลไกเชิงลึกและเบื้องหลังพฤติการณ์ข้ามชาติ ว่าขบวนการเหล่านี้สามารถแปรสภาพทุนสีเทาให้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายบนผืนแผ่นดินไทยได้อย่างไร

ย้อนรอยกระบวนการออกหนังสือเดินทางทองคำ

สำนักข่าว Next News จึงสืบค้นข้อมูลพบว่ากระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากโครงสร้างโปรแกรมสัญชาติผ่านการลงทุน (Citizenship by Investment: CBI) หรือที่รู้จักกันในนาม "พาสปอร์ตทองคำ" (Golden Passport) ของประเทศวานูอาตู ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ แต่กลับกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนอาชญากรรม จีนเทา หรือผู้ต้องหาตามหมายจับสากลใช้เป็น เครื่องมือพรางตัว (Identity Masking) ขั้นตอนจะเริ่มจากการใช้เงินสดประมาณ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ  4,347,847 บาท เพื่อรับหนังสือเดินทางเล่มใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ปราศจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและประวัติทางการเงินอย่างลึกซึ้ง (Due Diligence Failure) โดยมีรายงานว่ามีการตั้งสำนักงานขายหนังสือเดินทางทั่วโลก รวมถึงมีสำนักงานที่จังหวัดภูเก็ตด้วย

เมื่อผู้กระทำความผิดแปรสภาพตนเองเป็น "พลเมืองวานูอาตู" ในทางเอกสารเรียบร้อยแล้ว บุคคลเหล่านี้จะใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยภายใต้มาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) เพื่อข้ามพรมแดนในฐานะนักลงทุนหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอำพรางสัญชาติเดิมที่เป็นสัญชาติจีน จากนั้น เครือข่ายข้ามชาติจะเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัทกฎหมาย สำนักงานบัญชี และบุคคลสัญชาติไทยในพื้นที่ เพื่อจัดตั้งบริษัทนอมินีบังหน้า

ในขั้นตอนการทำธุรกรรมทางการเงิน เงินทุนสีเทาที่ได้จากผลประโยชน์ของธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ศูนย์พนันออนไลน์และคาสิโนในพื้นที่ปอยเปตและเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ด้วยการแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น สเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) จากนั้นจึงทำการโอนข้ามพรมแดนเข้ามายังบัญชีของบริษัทนอมินีในประเทศไทยเพื่อชำระค่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสด โมเดลนี้ไม่เพียงแต่มุ่งหวังการถือครองที่ดินและพูลวิลล่าเพื่อเป็นเซฟเฮาส์ซ่อนตัวจากการติดตามของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังเป็นกระบวนการฟอกเงิน (Money Laundering) ที่แปลงสภาพสินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมายให้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจจริง

หนังสือเดินทางวานูอาตู

หนังสือเดินทางวานูอาตู

ขั้นตอนการฟอกเงินผิดกฎหมายสู่อสังหาริมทรัพย์ราคาแพง

สำนักข่าว Next News ได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงปริมาณและสถิติของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมในหลายภูมิภาคของประเทศอย่างเด่นชัด โดยในด้านสถิติการถือครองอสังหาริมทรัพย์ พบว่าในช่วงปี 2566 ถึง 2567 มากกว่าร้อยละ 70 ของธุรกรรมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู ทั้งพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต โครงการคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพมหานคร ตลอดจนบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ในแถบพัทยาและเชียงใหม่ มีผู้ถือครองสิทธิ์หรือผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) เป็นบุคคลสัญชาติจีน ทว่าในทางเอกสารสิทธิ์และการจดทะเบียนนิติบุคคลกลับปรากฏเพียงชื่อของผู้ถือหนังสือเดินทางจากประเทศวานูอาตู กัมพูชา และเมียนมา เพื่อบังหน้าและปกปิดตัวตนที่แท้จริง

โดยกลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้ที่มีศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์ คาสิโน และคอลเซ็นเตอร์ในเมืองปอยเปตและเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ได้แปลงสภาพตนเองเป็นพลเมืองวานูอาตูเพื่อใช้สิทธิประโยชน์จากการเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าสู่หลายประเทศ รวมทั้งใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารและการจัดตั้งบริษัทนอมินีบังหน้า ทั้งในศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพมหานคร เมืองท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเมืองชายแดนของไทย

สำหรับรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินทุนสีเทาดังกล่าวนั้น เงินจำนวนมหาศาลจะถูกถ่ายโอนเข้าสู่ระบบสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) ผ่านกระเป๋าเงินคริปโตที่ไม่ระบุตัวตน ซึ่งเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงหลบเลี่ยงระบบการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ก่อนจะถูกนำมาแปลงกลับเป็นเงินบาทสดเพื่อใช้ในการกว้านซื้อที่ดิน คอนโดมิเนียม และพูลวิลล่าผ่านตัวแทนอำพราง

กระบวนการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์และการทะลักเข้ามาของเงินทุนสีเทาที่ไม่สามารถควบคุมได้นี้ ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาที่ดินและการย้ายถิ่นฐานของคนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยส่งผลให้ราคาบ้านและที่ดิน ทั้งในจังหวัดภูเก็ต ย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ตัวอย่างเช่นในพื้นที่ภูเก็ต ราคาเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากหลังละ 15 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 200 ถึง 300 สภาวะราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เฟ้อเกินจริง (Hyper-inflation) นี้ ได้บีบบังคับให้ประชากรท้องถิ่นและผู้มีรายได้ระดับกลางในพื้นที่ต้องสูญเสียกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไปโดยสิ้นเชิง จนส่งผลให้เกิดการย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานอยู่นอกเขตเมือง เนื่องจากที่ดินในเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักถูกกว้านซื้อและถือครองโดยเครือข่ายทุนนอมินีข้ามชาติที่ถือหนังสือเดินทางวานูอาตูและกลุ่มประเทศอำพรางเกือบทั้งหมด

 

เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานข่าวการเปิดสำนักงานจำหน่ายหนังสือเดินทางวานูอาตูที่ภูเก็ตช่วงปี 2568

เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานข่าวการเปิดสำนักงานจำหน่ายหนังสือเดินทางวานูอาตูที่ภูเก็ตช่วงปี 2568

 

มาตรการและข้อตกลงระดับสากลต่อกรณีพาสปอร์ตทองคำวานูอาตูเพื่อแก้ปัญหา

อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องพลเมืองที่มีหนังสือเดินทางวานูอาตู แล้วนำเงินสีเทาเข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นไม่มีใช่ปัญหาซึ่งเกิดในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวแน่นอน

เนื่องจากกรณีโครงการสัญชาติผ่านการลงทุน (CBI) ของประเทศวานูอาตู ได้เคยถูกยกระดับขึ้นเป็นประเด็นภัยความมั่นคงระหว่างประเทศ ส่งผลให้องค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลในหลายภูมิภาคต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว

มาตรการและผลกระทบสำคัญซึ่งนานาชาติได้ดำเนินการไปแล้วประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

สภาและคณะกรรมาธิการยุโรป (European Council / Commission): ประกาศระงับข้อตกลงยกเว้นวีซ่าถาวรภายใต้ Regulation (EU) 2025/11 พร้อมปรับย้ายวานูอาตูไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเกน (Schengen Visa) เนื่องจากความล้มเหลวอย่างร้ายแรงในกระบวนการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ (Due Diligence) ซึ่งเปิดโอกาสให้อาชญากรข้ามชาติและผู้ถูกคว่ำบาตรใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและเข้าสู่ยุโรป

กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร (UK Home Office): ประกาศยกเลิกสิทธิ์ฟรีวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางวานูอาตูเนื่องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งผลจากการระงับสิทธิ์ของทั้งยุโรปและสหราชอาณาจักรทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของหนังสือเดินทางวานูอาตูในดัชนี Henley Passport Index ลดลงอย่างรุนแรง

องค์การตำรวจสากล (Interpol): ตรวจพบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับสากล (Red Notice) โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน ได้จัดซื้อหนังสือเดินทางวานูอาตูและเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเพื่อหลบเลี่ยงระบบเฝ้าระวัง ใช้เดินทางข้ามพรมแดน กบดาน และสร้างเครือข่ายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย

หน่วยงานภายในของวานูอาตู (Vanuatu FIU และ Citizenship Commission): สั่งเพิกถอนสัญชาติย้อนหลังแก่ผู้ได้รับอนุมัติโดยมิชอบเกือบ 30 ราย พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มตัวแทนเอกชน (Designated Agents) ที่ทุจริต ปลอมแปลงเอกสาร และละเว้นการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัคร

จากการดำเนินมาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้มาตรการเชิงรุกดังกล่าว พบว่าสามารถแก้ไขปัญหาและสกัดกั้นช่องโหว่ด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนดังนี้:

  1. การตัดช่องทางการเดินทางและฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ: การยกเลิกสิทธิ์ฟรีวีซ่าของสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ส่งผลให้กลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายและบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรไม่สามารถใช้หนังสือเดินทางวานูอาตูเป็น "ช่องทางลัด" ในการเดินทางเข้าสู่เขตเชงเกนและสหราชอาณาจักรได้อีกต่อไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการก่ออาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ

  2. การทำลายเครือข่ายการแปลง identity ของอาชญากร: การประสานข้อมูลร่วมกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถตรวจสืบและยับยั้งผู้ต้องหาตามหมายจับสากล (Red Notice) ที่พยายามใช้หนังสือเดินทางวานูอาตูในการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจคนเข้าเมือง ช่วยจำกัดพื้นที่การหลบซ่อนตัวและสกัดกั้นการขยายเครือข่ายทุนเทาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย

  3. การล้างบางการทุจริตภายในและการปรับปรุงระบบตรวจสอบ: การเพิกถอนสัญชาติย้อนหลังแก่ผู้ได้รับอนุมัติโดยมิชอบ และการดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับตัวแทนเอกชน (Designated Agents) ช่วยกวาดล้างบุคลากรและเครือข่ายที่ทุจริตภายในระบบ พร้อมทั้งบีบบังคับให้หน่วยงานภาครัฐของวานูอาตูต้องปฏิรูประบบการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ (Due Diligence) ให้มีความโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของประเทศ

  4. ผลกระทบเชิงยับยั้ง (Deterrent Effect): มาตรการขั้นเด็ดขาดเหล่านี้ส่งผลให้มูลค่าและความน่าสนใจของโปรแกรม CBI วานูอาตูลดลงอย่างมากในตลาดมืด อาชญากรไม่สามารถนำหนังสือเดินทางดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในระดับสากลได้ดังเดิม ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการทำลายแรงจูงใจในการซื้อสัญชาติเพื่อใช้ในการกระทำความผิด

ความพยายามแก้ปัญหาของประเทศไทย

กลับมาที่ประเทศไทย เพื่อตอบโต้และแก้ไขปัญหาขบวนการนอมินีและการฟอกเงินข้ามชาติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลของไทยได้ร่วมมือกันดำเนินมาตรการกวาดล้างและปรับปรุงระบบการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัญหาซึ่งยังแก้ไม่ตกอยู่ดี โดยมาตรการแก้ปัญหาของไทยมีอาทิ

การกวาดล้างโครงสร้างนอมินี (Nominee Suppression): กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่สืบสวนและตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้นอมินีบังหน้า โดยเฉพาะสำนักงานกฎหมายและสำนักงานบัญชีในจังหวัดภูเก็ตและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ที่ทำหน้าที่จัดตั้งบริษัทจดทะเบียนโดยให้คนไทยถือหุ้น 51% และให้ต่างด้าวถือหุ้น 49% เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จากการดำเนินงานทางการ มีการสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ร่วมกระทำความผิดและผู้ถือหุ้นแทน (Nominees) ไปแล้วหลายร้อยราย

การยกระดับมาตรการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Screening): สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ทำการยกระดับระบบการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics System) ในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางข้ามพรมแดนอย่างเข้มงวด โดยมีการเพิ่มมาตรการตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือย้อนหลัง และเพิ่มระดับความเข้มงวดในการคัดกรองกลุ่มผู้ถือหนังสือเดินทางจากกลุ่มประเทศที่ดำเนินโปรแกรมขายสัญชาติ (Citizenship by Investment: CBI)

การประสานงานฐานข้อมูลอาชญากรรม: ในกรณีที่ตรวจพบว่าผู้ถือหนังสือเดินทางของกลุ่มประเทศ CBI มีการแจ้งเปลี่ยนชื่อ นามสกุล หรือวันเดือนปีเกิด ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการประสานงานเพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกกับฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจสากล (Interpol) และประสานงานตรงกับทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลังและสกัดกั้นไม่ให้ผู้ต้องหาข้ามแดนใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่กบดานหรือศูนย์กลางการฟอกเงิน

จากการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะพบว่าในภาพรวมมาตรการชั่วคราวและมาตรการเร่งด่วนสามารถบรรเทาผลกระทบระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงประสิทธิผลในระยะยาวและการวัดผลอย่างเป็นระบบกลับพบว่ายังมีปัญหาและข้อจำกัดหลายประการ

ในด้านการวัดผลกระทบของมาตรการแก้ไขปัญหานอมินีและการใช้หนังสือเดินทางวานูอาตูเพื่อบังหน้า ประเทศไทยยังขาดกลไกการติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ที่มีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ชัดเจนและครอบคลุม

การดำเนินการส่วนใหญ่ยังคงเน้นเพียงการประเมินในเชิงปริมาณ เช่น จำนวนคดีที่เข้าจับกุม หรือมูลค่าอายัดทรัพย์สินที่เกิดขึ้น แต่ยังขาดการประเมินในเชิงคุณภาพและผลกระทบเชิงโครงสร้างในการป้องกันการฟอกเงินและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ผิดกฎหมายอย่างแท้จริง ส่งผลให้ไม่สามารถสะท้อนได้ว่ามาตรการดังกล่าวนำไปสู่การแก้ปัญหานอมินีข้ามชาติได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

นอกจากนี้ การรับมือและแก้ปัญหานอมินีในประเทศไทยยังประสบปัญหาสำคัญ ได้แก่

1.ความซ้ำซ้อนและการขาดการบูรณาการ: การกระจายอำนาจในการตรวจสอบและงบประมาณไปยังหลายหน่วยงาน เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ และตำรวจท่องเที่ยว ทำให้การปราบปรามปัญหานอมินีเกิดความล่าช้าและขาดนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกัน

2.ปัญหาการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในการบังคับใช้กฎหมาย (Targeting Errors): ระบบการตรวจสอบยังคงมีช่องโหว่ ทำให้เกิดการตกสำรวจนอมินีรายใหญ่และเครือข่ายทุนต่างชาติผิดกฎหมายจริง ขณะเดียวกันกลับสร้างภาระหรือส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่สุจริต

3.ข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระทางการคลัง: การพึ่งพามาตรการตั้งรับระยะสั้นและการตั้งงบประมาณอุดหนุนเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากนอมินี เป็นการสร้างภาระทางการคลังสะสมโดยไม่ได้ยกระดับระบบตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงิน หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเองของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

ดังนั้น ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางในอนาคต ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อการระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งสร้างกลไกการประเมินผลมาตรการที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based policy) เพื่อปรับปรุงมาตรการให้ยืดหยุ่นและตอบสนองต่อสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เส้นทางการถือหนังสือเดินทางวานูอาตู สู่การครองอสังหาฯไทย

เส้นทางการถือหนังสือเดินทางวานูอาตู สู่การครองอสังหาฯไทย

บทสรุป

ปรากฏการณ์การขยายตัวของกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติที่ใช้หนังสือเดินทางวานูอาตูร่วมกับโครงสร้างนอมินีในอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของรูปแบบอาชญากรรมร่วมสมัยที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายระหว่างประเทศ ระบบการเงินดิจิทัล และนวัตกรรมทางการเงินในการซุกซ่อนและแปรสภาพเงินทุนผิดกฎหมาย แม้ว่าองค์กรระดับสากล เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสถาบันตำรวจสากล จะได้ดำเนินการยกเลิกสิทธิ์ทางการทูตและดำเนินมาตรการทางกฎหมายเด็ดขาดต่อโปรแกรมขายสัญชาติแล้ว การแก้ไขปัญหาในประเทศไทยยังคงต้องอาศัยความต่อเนื่องในการบังคับใช้กฎหมาย การบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคง และการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายนิติบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ของประเทศกลายเป็นพื้นที่รองรับการฟอกเงินข้ามชาติในระยะยาว

 อ้างอิงข้อมูล

  • ข้อมูลทางกฎหมายและสถานะโปรแกรมสัญชาติผ่านการลงทุนของประเทศวานูอาตู (Vanuatu Citizenship by Investment Program Analysis): https://serkalaw.com/vanuatu-citizenship-by-investment/

  • ระเบียบข้อบังคับสภาสหภาพยุโรปว่าด้วยการระงับข้อตกลงยกเว้นวีซ่าวานูอาตู (EUR-Lex - Official Journal of the European Union / Regulation (EU) 2025/11): https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX:32025R0011

  • รายงานข่าวการสืบสวนสอบสวนของสื่อมวลชนสากลกรณีการแบนวีซ่าและการขายสัญชาติ (The Guardian - EU and UK Visa Policy Updates on CBI Schemes): https://www.theguardian.com/world/2022/mar/04/eu-to-partially-suspend-vanuatu-visa-free-travel-over-golden-passports

แท็กที่เกี่ยวข้อง
นอมินีอสังหาริมทรัพย์
ภูเก็ต
หนังสือเดินทางทองคำ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คดีนี้! โกงถนน ทต.สระโบสถ์ ลพบุรี คุกหนัก 7 ปี ขรก.หญิงเอี่ยวทุจริต
คดีนี้! โกงถนน ทต.สระโบสถ์ ลพบุรี คุกหนัก 7 ปี ขรก.หญิงเอี่ยวทุจริต