ป.ป.ช. เผยขบวนการโกงงบรัฐ! ลุยจับโป๊ะขุดลอกแม่น้ำอุตรดิตถ์ เจอแบ็กโฮจอดรอ ก่อนประกาศผล แต่ "ไม่มีทรายให้ขุด"
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางวริดา ตันบุญเอก ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 6 ได้นำเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมการปกครอง, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และตำรวจภูธร ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อตรวจสอบโครงการขุดลอกแม่น้ำในพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากได้รับข้อมูลที่ชวนให้เกิดข้อสงสัยอย่างยิ่งเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ
ในการลงพื้นที่ตรวจสอบ ชุดเจ้าหน้าที่ต้องประหลาดใจกับภาพความผิดปกติที่ปรากฏต่อหน้า เมื่อพบว่ามี "เครื่องจักรกลหนัก" ถูกนำเข้ามาจอดเตรียมพร้อมในพื้นที่ซึ่งระบุว่าเป็นบริเวณดำเนินงาน ทั้งที่ในความเป็นจริง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ "ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล" อย่างเป็นทางการ พฤติกรรมนี้ได้นำมาซึ่งคำถามใหญ่ว่า โครงการดังกล่าวอาจมีการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเป็นการล่วงหน้าหรือไม่ ซึ่งสะท้อนถึงการทุจริตและการฮั้วประมูลเพื่อฮุบงบประมาณแผ่นดิน
ความผิดปกติยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้น เมื่อคณะตรวจสอบได้ทำการสำรวจสภาพภูมิประเทศจริง กลับพบความจริงที่ชวนให้ตลกร้ายว่า บริเวณที่ระบุในโครงการว่าต้องทำการขุดลอกนั้น "ไม่พบสันดอนทราย" กีดขวางทางน้ำแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงนี้ก่อให้เกิดคำถามย้อนกลับไปยังหน่วยงานเจ้าของโครงการทันทีว่า "โครงการดังกล่าวมีความจำเป็นอยู่จริงหรือไม่?" และใช้เกณฑ์ใดในการประเมินเพื่อตั้งงบประมาณมาดำเนินการ โดยที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการขุดลอกที่ชัดเจน
นอกเหนือจากประเด็นความโปร่งใสแล้ว ป.ป.ช. ยังได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหลักเกณฑ์ทางกฎหมายเพิ่มเติมว่า การที่ผู้ประกอบการนำเครื่องจักรเข้ามาเตรียมการดังกล่าว ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 หรือไม่ เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินการเป็นไปตามครรลองของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 ยืนยันหนักแน่นว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้คือการทำงานเชิงป้องกัน เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่จะมีการใช้งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์ โดย ป.ป.ช. จะติดตามตรวจสอบโครงการนี้อย่างเจาะลึกทุกแง่มุม หากพบว่ามีการจัดทำโครงการโดยไม่มีความจำเป็นเพื่อหวังผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเงินทอน หรือมีการฮั้วประมูลเกิดขึ้นจริง จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อธำรงไว้ซึ่งความสุจริตและยุติธรรม.




