News Logo
หน้าแรก
ผบช.ก.เร่งสอบเงินบริจาค'องค์กรทำดี'เกือบพันล. สั่งเคลียร์ชัดจันทร์หน้า

ผบช.ก.เร่งสอบเงินบริจาค'องค์กรทำดี'เกือบพันล. สั่งเคลียร์ชัดจันทร์หน้า

2 พ.ย. 2569 12:57
ผู้ชม 14 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ผบช.ก. สั่งลุย! สอบเงินบริจาค "มูลนิธิองค์กรทำดี" ฉาว ยอดพุ่งเฉียด "พันล้านบาท" ส่อผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ยืนยันตรวจ "บุ๋ม ปนัดดา" ประธาน ถเข้มทุกมิติ ลั่นชัดจันทร์หน้า! พบใครเอี่ยว ฟันไม่เลี้ยง โดนคดีหมด!

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับการเร่งรัดสอบสวนกรณีเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" เป็นประธานมูลนิธิ โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบยอดเงินบริจาคที่สูงลิ่วในระดับหลักร้อยล้านบาทไปจนถึง เกือบ 1,000 ล้านบาท พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ย้ำว่า ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบการใช้เงินว่าผิดวัตถุประสงค์ของการบริจาคหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าภายในวันจันทร์หน้า (9 พ.ย. 69) คดีจะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด จะดำเนินคดีทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น

การสอบสวนครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลัง นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ออยศรีและผองเผือก" ได้เข้าแจ้งความต่อมูลนิธิองค์กรทำดีเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ใน 3 ข้อกล่าวหาหลัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ (2 พ.ย.) จะมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานอีกครั้ง เพื่อพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการตรวจสอบเข้มข้น

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดหลายประการ โดยเฉพาะประเด็นการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขการบริหารเงินของมูลนิธิอย่างละเอียด รวมถึงอำนาจของประธานมูลนิธิในการอนุมัติใช้จ่ายเงินว่าสามารถอนุมัติได้ในวงเงินเท่าใด หากมีการใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดและต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการมูลนิธิ ก็จะต้องตรวจสอบว่าได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการและได้รับอนุมัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของมูลนิธิภายใต้กฎหมายที่กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลอยู่

แกะรอยประเด็นฟอกเงิน

สำหรับข้อสงสัยว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ชี้แจงว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการยักย้าย ถ่ายเท เปลี่ยนแปลง หรือส่งต่อทรัพย์สินให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นดำเนินการ ก็จะต้องนำพฤติการณ์ดังกล่าวมาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยจะยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจริงเป็นหลัก

ตรวจสอบยอดเงินบริจาคและไทม์ไลน์

ผบช.ก. เปิดเผยถึงประเด็นจำนวนเงินหมุนเวียนและยอดเงินบริจาคของมูลนิธิว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่ประมาณปี 2562 ทั้งในส่วนบุคคลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ ขณะที่มูลนิธิมีการจดทะเบียนจัดตั้งประมาณปี 2567 จึงต้องตรวจสอบข้อมูลทางการเงินย้อนหลังให้ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว โดยยอดเงินบริจาคที่ได้รับนั้น จากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนพบว่ามีจำนวนสูงมาก เนื่องจากมีทั้งบุคคลมีชื่อเสียง ดารา และประชาชนร่วมบริจาคเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ในกรณีที่ "ออยศรี" เป็นผู้บริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท แต่มีการกล่าวถึงมูลค่าความเสียหายที่อาจสูงกว่านั้นมาก พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์อธิบายว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจริง ผู้ที่หลงเชื่อและโอนเงินบริจาคย่อมอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะบริจาคเงินจำนวน 5 บาท, 1,000 บาท หรือหลักล้านบาทก็ตาม เพราะหากเป็นการหลอกลวงประชาชนจริง จำนวนเงินที่โอนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ทั้งหมดต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานก่อน

หากพบหลักฐานเชื่อมโยง ฟันไม่เลี้ยง!

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีบุคคลเพียงรายเดียวต้องรับผิดชอบในคดีนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ยืนยันว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้นทั้งหมด โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นบุคคลใดหรือมีจำนวนกี่ราย

สำหรับการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุว่า ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน จำนวนกรรมที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงมูลค่าความเสียหาย และองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากข้อมูลที่ "ออยศรี" นำมาแจ้งความ ทั้งนี้ หากบุคคลใดที่มีข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี สามารถเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้

ผบช.ก. ย้ำทิ้งท้ายว่า การดำเนินคดีต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้ร้อง มูลนิธิองค์กรทำดี และคุณบุ๋ม ปนัดดา โดยทุกขั้นตอนจะพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันกับประชาชนว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบทุกมิติ ทั้งเรื่องการเงินส่วนบุคคล เงินบริจาคที่ได้รับ ตลอดจนการบริหารจัดการมูลนิธิ ว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้องหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
มูลนิธิองค์กรทำดี

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เคสใหม่กำลังพลผี! แฉ 20 ทหารชายแดนใต้ ไม่ได้ออกสนาม เบิกเบี้ยเลี้ยงครบ
เคสใหม่กำลังพลผี! แฉ 20 ทหารชายแดนใต้ ไม่ได้ออกสนาม เบิกเบี้ยเลี้ยงครบ