ปปง. มีมติส่งสำนวนให้อัยการยึดทรัพย์กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ในคดีฉ้อโกงประชาชน เชื่อมโยง 'ยิม เลียก' และ 'เบน สมิธ' หลังคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการเพิกถอน ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดชั่วคราว เช่น ที่ดิน รถยนต์ และเงินในบัญชี จะตกเป็นของแผ่นดิน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจก ระบุว่า ปปง.เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 โดยมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินตกเป็นของแผ่นดิน รวม 4 คดีสำคัญ มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท.
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว พบว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะหักล้างได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด.
รายละเอียด 4 คดีสำคัญที่ถูกส่งให้อัยการ มีดังนี้:
คดีเครือข่ายสแกมเมอร์ "นางสาวแตงไทยฯ-นายยิม เลียก" เป็นกรณีที่นางสาวแตงไทยฯ, MR.LEAK YIM, นางวิรินยาฯ, MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย โดยมีข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน ปปง. ได้ส่งสำนวนให้อัยการเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สิน 68 รายการ อาทิ ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชท์ และเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท.
คดีเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์-ค้ามนุษย์-ฟอกเงินสกุลเงินดิจิทัล "นายเฉิน จื้อ" สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา คดีนี้มีการส่งสำนวนให้อัยการเพื่อขอสั่งริบทรัพย์สิน 96 รายการ ประกอบด้วย ที่ดิน, เงินสด, สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท.
คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ-ฟอกเงิน "นายก๊ก อาน" คดีนี้สืบเนื่องมาจากการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดย ปปง. ได้ส่งสำนวนให้อัยการเพื่อขอสั่งริบทรัพย์สิน 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท.
คดีฉ้อโกงลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ "นายเอื้ออังกูรฯ" เป็นกรณีที่กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ โดยคดีนี้มีสำนวนส่งให้อัยการเพื่อขอสั่งริบทรัพย์สิน 31 รายการ ได้แก่ เงินสด และเงินในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท.
ปปง. ย้ำว่า หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐานจากคดีดังกล่าว สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในคดีมาคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป




