News Logo
หน้าแรก
BCPG ยัน CAI แค่ผู้ถือหุ้น-ปชป.จี้ ก.ล.ต.-ปปง.สอบธุรกรรมโยงสแกมเมอร์

BCPG ยัน CAI แค่ผู้ถือหุ้น-ปชป.จี้ ก.ล.ต.-ปปง.สอบธุรกรรมโยงสแกมเมอร์

11 มี.ค. 2569 11:51
ผู้ชม 102 คน

BCPG ชี้แจง CAI เป็นแค่ผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนบริหาร หลัง ตร.สิงคโปร์ออกหมายจับ 2 กก.พัวพันฟอกเงิน ด้าน ปชป.ยังจี้ ก.ล.ต. -ปปง. ให้เร่งตรวจสอบหุ้น BCPG -ธุรกรรมต้องสงสัยกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท -เชื่อมโยงกลุ่มสแกมเมอร์ พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส หลังพบชื่อประธาน ก.ล.ต. ในคดีที่ DSI ส่ง ป.ป.ช. สอบสวน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าสืบเนื่องจากที่สำนักงานตำรวจสิงคโปร์และธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบและออกหมายจับกรรมการ 2 รายของบริษัท Capital Asia Investments (CAI) ในประเด็นความเสียหายทางการเงินและดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน ส่งผลให้เกิดข้อกังวลในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกโรงเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลของไทยเร่งตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับกองทุนนี้ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์ไทย

สิงคโปร์จับ 2 กก. CAI ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 4 พัน ล. เคยปั่นหุ้นบลูชิปไทย

สิงคโปร์จับ 2 กก. CAI ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 4 พัน ล. เคยปั่นหุ้นบลูชิปไทย

BCPG ชี้แจงสถานะผู้ถือหุ้น ยืนยันไม่มีส่วนร่วมบริหาร

จากกรณีดังกล่าง ทางบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ได้ออกมาชี้แจงทันทีเกี่ยวกับกรณีข่าวที่เชื่อมโยงกองทุน Capital Asia Investments (CAI) กับประเด็นความเสียหายทางการเงินและการยึดอายัดทรัพย์สินในประเทศสิงคโปร์

BCPG ระบุว่า กองทุน Capital Asia Investments (CAI) เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัทฯ เท่านั้น โดยไม่มีกรรมการหรือผู้แทนของกองทุนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานหรือการกำกับดูแลบริษัท BCPG แต่อย่างใด บริษัทฯ ยืนยันให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลและความเป็นมืออาชีพของคณะกรรมการและผู้บริหาร ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ยึดถือจริยธรรมทางธุรกิจ และปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐานสากล พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

จากการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 พบว่า CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. ถือหุ้น BCPG จำนวน 168,437,500 หุ้น คิดเป็น 5.62% มูลค่า ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 1,296,968,750 บาท

ปชป.จี้ ก.ล.ต.-ปปง. เร่งตรวจสอบและยึดทรัพย์

ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมกับธุรกรรมต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับกองทุน CAI และเครือข่าย โดยระบุว่าพรรคฯ ได้เคยมีหนังสือแจ้งเตือนหน่วยงานทั้งสองแห่งนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ถึงความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชนและการฟอกเงิน เช่น เบน สมิธ, แคทรียา บีเวอร์, สุภารัตน์ สง่าเมือง, ยิมเลียก และพวก รวมถึงบริษัท Alpha Chartered Energy (ACE) และ Capital Asia Investment (CAI)

พรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำว่า มีหลักฐาน "ธุรกรรมควรสงสัย" ตามเกณฑ์ ปปง. ทุกรายการ และยังปรากฏพฤติกรรมการซื้อขายหุ้นหลายรายการที่มีลักษณะผิดปกติ โดยหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ระบุไว้ชัดเจนคือหุ้นของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รวมถึงหุ้นอื่นๆ เช่น FSX ที่มีการเคลื่อนไหวของการถือครองในลักษณะที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม พรรคฯ แสดงความผิดหวังที่นับตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมจากทั้ง ก.ล.ต. และ ปปง. จนกระทั่ง MAS ของสิงคโปร์ได้ประกาศดำเนินคดีกับกองทุน CAI และผู้บริหาร พร้อมออกหมายจับในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569

พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เตือนแล้วว่ามีหุ้นและธุรกรรมหลายรายการที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งวันนี้ปรากฏชัดเจนแล้วว่าการยักย้ายดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลของสิงคโปร์ดำเนินการอย่างจริงจัง แต่หน่วยงานของไทยกลับยังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ

จากข้อมูลรายงาน State of Scams in Thailand Report 2025 คนไทยสูญเสียทรัพย์สินจากกลุ่ม Scammer มากกว่า 115,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ทรัพย์สินที่สามารถยึดหรืออายัดได้มีมูลค่าต่ำ

ขยายวงยึดทรัพย์และข้อสงสัยต่อ ก.ล.ต.

พรรคประชาธิปัตย์จึงขอให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ ปปง. ขยายวงการยึดอายัดทรัพย์ให้ครอบคลุมหลักทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Scammer โดยมีการนำเสนอข้อมูลรายการถือหลักทรัพย์และจำนวนหุ้นล่าสุดตามทะเบียนผู้ถือหุ้นของกลุ่มผู้ลงทุนที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 17,522 ล้านบาท ประกอบด้วย:

  • BCP: น.ส. แคทรียา บีเวอร์ (16.84 ล้านหุ้น, 1.22%, มูลค่า 614.78 ล้านบาท) และ บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด (ACE) (249.15 ล้านหุ้น, 18.09%, มูลค่า 9,094.01 ล้านบาท)

  • BCPG: CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. (168.44 ล้านหุ้น, 5.62%, มูลค่า 1,296.97 ล้านบาท) และ B.I.C.(CAMBODIA) BANK PLC. (2.39 ล้านหุ้น, 0.08%, มูลค่า 18.39 ล้านบาท)

  • FSX: BETEVERSE LIMITED, CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDING P, RAPID FIRE TECHNOLOGIES LIMITED, และ น.ส. สุภารัตน์ สง่าเมือง (รวมมูลค่ากว่า 476.54 ล้านบาท)

  • GTV: CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. CAI-CTB-20181904F (1,083.70 ล้านหุ้น, 8.25%, มูลค่า 43.35 ล้านบาท) และ น.ส. แคทรียา บีเวอร์ (535.94 ล้านหุ้น, 4.08%, มูลค่า 21.44 ล้านบาท)

  • MFC: OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. (31.36 ล้านหุ้น, 24.96%, มูลค่า 749.45 ล้านบาท)

  • MVP: CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. (45 ล้านหุ้น, 13.34%, มูลค่า 5.40 ล้านบาท)

  • VGI: CAI OPTIMUM FUND VCC-EDH INVESTMENTS (2,900 ล้านหุ้น, 14.50%, มูลค่า 2,958 ล้านบาท) และ OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. (2,200 ล้านหุ้น, 11.00%, มูลค่า 2,244 ล้านบาท)

พรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามต่อ ก.ล.ต. และ ปปง. ว่าเหตุใดธุรกรรมต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ไทยและนำไปสู่การดำเนินคดีโดย MAS ซึ่งมีหลักฐานความผิดปกติปรากฏชัดเจนมาหลายเดือนก่อน จึงไม่ได้รับการดำเนินการใดๆ จากรัฐ และจะดำเนินการอย่างไรเพื่อติดตามทรัพย์สินที่ควรถูกยึดเพื่อชดเชยแก่ประชาชนผู้เสียหาย

นอกจากนี้ พรรคฯ ยังได้ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลถึงอุปสรรคหรือข้อจำกัดที่ทำให้หน่วยงานรัฐไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างทันท่วงที รวมถึงกรณีที่ DSI ได้ส่งเรื่องถึง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีสอบสวนต่อบุคคลทางการเมือง 6 ราย ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเนื่องจากความเกี่ยวโยงกับคดี MOU กระทรวงดีอี กรณีสแกนม่านตาประชาชน 1.2 ล้านคน ซึ่งเชื่อมโยงกับ นายเบน สมิธ, Prime Opportunity Fund VCC สิงคโปร์ และ Capital Asia Investment โดยใน 6 รายนั้น ได้รวมถึง ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งและมีอำนาจหน้าที่สูงสุดในสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ โดยพรรคฯ ต้องการให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการตรวจสอบนี้จะไม่ถูก "ขวางทาง" โดยประธาน ก.ล.ต. ได้อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง
'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง