News Logo
หน้าแรก
นายกฯ แถลงยึดสแกมเมอร์เพิ่ม 8 พัน ล.โยง 'เบน สมิธ'ชี้เป็นวาระแห่งชาติ

นายกฯ แถลงยึดสแกมเมอร์เพิ่ม 8 พัน ล.โยง 'เบน สมิธ'ชี้เป็นวาระแห่งชาติ

9 เม.ย. 2569 16:25
ผู้ชม 41 คน

"อนุทิน" แถลงความคืบหน้าปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติเพิ่ม 8,269 ล้านบาท ยอดรวมพุ่งกว่า 2 หมื่นล้านบาท 102 รายการ เน้นตัดเส้นทางการเงินพัวพันยาเสพติดและฉ้อโกงประชาชน- ปปง. ร่วมตำรวจ-ก.ล.ต. ลุยขยายผลคดีสำคัญ ทั้ง "แตงไทย"- "เบน สมิธ" ยันต้องสอบคดีฉ้อโกงก่อนออกหมายแดง รัฐบาลย้ำเป็นวาระแห่งชาติ เปิดศูนย์เร่งรัดคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหายทั่วประเทศภายใน 90 วัน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวกรณีการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติเพิ่มเติมอีก 34 รายการ มูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดจากเครือข่ายนี้พุ่งสูงถึง 102 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดให้เป็น "วาระแห่งชาติ" ซึ่งเป็นการสานต่อนโยบายจากรัฐบาลชุดก่อน และยังคงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้แถลงต่อรัฐสภาไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 เมษายน)

โดยนายอนุทินเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและประชาคมนานาชาติ ซางการประกาศนโยบายระดับชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่เคยมองข้ามการปราบปรามอาชญากรรมประเภทนี้ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ที่พบว่ามีการเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดอย่างกว้างขวาง รัฐบาลพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานของราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระหนักและยอมรับว่าประชาชน ตลอดจนประชาคมนานาชาติ มีความต้องการให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบสแกมเมอร์ ซึ่งนับวันยิ่งทวีความซับซ้อน มีผลกระทบในวงกว้าง และทำให้ประชาชนนับหมื่นรายต้องตกเป็นเหยื่อ สูญเสียทรัพย์สินถึงขั้นหมดเนื้อประดาตัว

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายดำเนินการกำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่และเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด แม้ผู้กระทำผิดเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพล มีเครือข่าย มีคอนเนคชั่น หรือมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง แต่รัฐบาลชุดนี้ได้กำชับและสร้างความมั่นใจให้กับหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาชญากรรมว่า ขอให้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินงาน ให้ยึดถือพฤติกรรมของผู้กระทำผิดเป็นหลัก หากพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความเข้มงวด และปราศจากข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ปราศจากอิทธิพลใดๆ นายกรัฐมนตรียังเชื่อมั่นว่าในประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ไม่มีใครที่จะมีอิทธิพล หรือมีอำนาจ มีความยิ่งใหญ่ไปกว่าอำนาจที่รัฐบาลมีอยู่เพื่อปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ดังนั้น ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ปปง. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กับหัวหน้าส่วนราชการของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งนำมาซึ่งผลงานและสามารถติดตามเส้นทางการกระทำผิด รวมถึงเส้นทางทางการเงินที่โยงใยในบรรดาเครือข่ายของผู้กระทำผิดทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีหลักฐานและมีความพร้อมในการพิสูจน์ความผิด และความเสียหายที่ผู้กระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดขึ้น

รายละเอียดการยึดและอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ขณะที่ในเอกสารข่าวแจกของ ปปง.ระบุว่าคณะกรรมการธุรกรรม โดยสำนักงาน ปปง. ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่องและบูรณาการ เพื่อตรวจสอบและขยายผลจากเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา รายละเอียดของคดีเริ่มจากกรณีของนางสาวแตงไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าคอยดำเนินการธุรกรรมให้กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเริ่มต้นจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงผ่านกลุ่มออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ แล้วโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องหา โดยใช้บัญชีม้าเป็นตัวแทนรับโอนเงินจากผู้เสียหาย จากนั้นมีการโอนเงินกันเป็นทอดๆ ผ่านตัวกลางซึ่งเป็นร้านรับแลกเงิน ไปจนถึงกลุ่มผู้ต้องหา เครือข่ายนี้มีการโอนเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีการโอนกลับมายังประเทศไทยอีกด้วย นอกจากกรณีของนางสาวแตงไทยฯ ยังมีรายคดีสำคัญอื่นๆ อาทิ นาย MR.LEAK YIM หรือลิม เยียก นางวิรินยาฯ, นาย MR.SMITH BEN หรือเบน สมิธ หรือเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และนางสาวแคทรียาฯ หรือแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ซึ่งพฤติการณ์ความผิดมูลฐานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด, การค้ามนุษย์, ฉ้อโกงประชาชน, การเป็นสมาชิกอั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม

ก่อนหน้านี้ ในคดีแรกได้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 68 รายการ มูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท (ตามคำสั่ง ย.300/2568 - ย.302/2568) ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ สิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และเรือยอชต์ โดยคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง

จากการสืบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินในรายคดีเดียวกันนี้เพิ่มเติมชั่วคราวไม่เกิน 90 วันอีก 34 รายการ มูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์, สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้ยืมเงิน, เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และเงินกับหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดจากเครือข่ายนี้ทั้งหมด 102 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท

ขณะที่นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ชี้แจงว่า ปปง. อาศัยการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการบูรณาการการทำงานร่วมกันในหลายหน่วยงานตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นในการขยายผลในการดำเนินการ และยืนยันว่าทรัพย์สินที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลและที่ยึดอายัดไว้นั้นมีอยู่จริงและผ่านการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง ปปง., สำนักงานอัยการสูงสุด และศาล

ด้าน พล.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวเสริมว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้อำนวยการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด ไม่ได้จำกัดการดำเนินการเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีชื่อปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว กลุ่มแก๊งบุคคลพวกนี้มาตรการอันหนึ่งที่พวกเขาเกรงกลัวคือการยึดอายัดทรัพย์สิน โดยทาง ปปง. ได้ชี้แจงให้ทราบแล้ว ในส่วนคดีอาญา เจ้าหน้าที่ได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการหมดแล้ว ผู้ต้องหาออกหมายจับทั้งหมด 42 คน ดำเนินการจับกุมได้ 29 คน มีหลบหนี 13 คน ส่วนอีกกลุ่มบุคคลหนึ่งยังคงมีการกระทำในลักษณะหลอกลวงผู้เสียหายมาลงทุนในประเทศไทยและในหลายประเทศด้วยกัน มีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งทั้งสองเคสนี้ ได้ตั้งเป็นคณะทำงานในส่วนอีสานที่ทางเลขา ปปง. แจ้งให้ทราบ คือในการดำเนินคดีในส่วนของการฟอกเงิน ซึ่งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการให้สอบสวนดำเนินการอย่างเด็ดขาด เคสนี้ได้รับความร่วมมือจาก ก.ล.ต. ทำให้เห็นภาพชัดเจนในการจัดสรรสิทธิของผู้ต้องหากลุ่มผู้ต้องหามากยิ่งขึ้น

การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด

โดยปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนของความเสียหาย แทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินที่ถูกหลอกลวงมาเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินของประชาชนและผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง โดยจะตามทรัพย์สินเหล่านี้มาให้ได้มากที่สุดและทำการเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วน

ในระยะต่อไป จะมีการประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนกระบวนการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ปปง. จะจัดทำประกาศในราชกิจจานุเบกษาและสื่อสารให้ผู้เสียหายได้รับทราบ เพื่อมายื่นคำร้องขอรับเงินคืนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการเผยแพร่ประกาศ โดยจะเปิดศูนย์รับคำร้องที่สำนักงาน ปปง. และที่ตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน รวมถึงช่องทางออนไลน์และไปรษณีย์ ผู้เสียหายจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น สลิปการโอนเงิน, รายการเดินบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักฐานการแจ้งความร้องทุกข์ โดยย้ำว่าผู้เสียหายต้องยืนยันความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ปปง. จะพิจารณากล่าวโทษผู้กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่อไปโดยไม่มีข้อยกเว้น

โดยผู้ที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ หลังจากนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. จะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเสนอคณะกรรมการธุรกรรมและพนักงานอัยการเพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่ง เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งให้เฉลี่ยคืนทรัพย์สินให้กับผู้เสียหายแล้ว ไม่ว่าคดีจะไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา หรือมีอุทธรณ์ ฎีกาก็ตาม หากมีผลถึงที่สุด ปปง. จะดำเนินการตามนั้น เช่น กรณีหุ้น ก็จะต้องวางกระบวนการร่วมกับ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อวางขั้นตอนการขายและนำเงินที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ปปง. จะร่วมกันบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ก.ล.ต. เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป โดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม และจะมีการพิจารณาดำเนินการกล่าวโทษกับผู้กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่อไปโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า เครือข่ายที่หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันตรวจสอบสืบสวนขยายผลจนนำมาสู่การยึดทรัพย์จำนวนมากในวันนี้ ไม่เพียงแต่มีการกระทำความผิดในเรื่องของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีประเภทสแกมเมอร์แล้ว ยังพบว่ามีการพัวพันเลยเถิดไปถึงกระบวนการค้ายาเสพติดด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ทำเฉพาะงานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น แต่ยังได้พยายามทุ่มเทและขยายผลการสืบสวนต่อไป ทำให้การป้องกันและปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีอำนาจและอิทธิพลทางการเงินอย่างมหาศาล ก็ไม่อยู่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่ของเราที่ล้วนแล้วแต่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ

ประเด็นเกี่ยวกับบริษัทนอมินีและการถือครองทรัพย์สินแทนผู้กระทำความผิด

 เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ผู้กระทำความผิดมักอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยให้บริษัทนอมินี หรือคนไทยถือครองทรัพย์สินแทน ทำให้การตรวจสอบยากขึ้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ในปัจจุบันมีกฎเกณฑ์ธุรกรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและเข้มงวดกว่าเดิมมากจากหลายหน่วยงาน ทั้ง ปปง., ธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงการคลัง, และ ก.ล.ต. ดังนั้น ต่อให้มีการตั้งบริษัทนอมินีหรือรูปแบบใดก็ตาม หากมีธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ ไม่ใช่ธุรกรรมอันเกิดจากการประกอบธุรกิจทั่วไปหรือการค้าขายปกติ หน่วยงานมีอำนาจในการสันนิษฐานไว้ก่อนและเข้าตรวจสอบทันที

นายกรัฐมนตรียังยกตัวอย่างกรณีของนางสาวแตงไทย ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สิน เช่น เรือยอชต์หรือรถซูเปอร์คาร์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับหน้าที่การงานและเส้นทางรายได้ส่วนตัว นี่คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสอบสวนและขยายผล ซึ่งในที่สุดก็สามารถสาวไปถึงเครือข่ายได้ แม้เงินจะมาจากต่างประเทศ ก็มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐที่สามารถสืบสวนและหาเส้นทางของเงินได้ ด้วยเทคโนโลยีและความสามารถในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมถึงแพลตฟอร์มและโปรแกรมต่างๆ ในปัจจุบัน ทำให้ผู้กระทำผิดกฎหมายมีโอกาสรอดยาก

กรณีกฎหมายฟอกเงินและบริษัทผี 

เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้งผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงมักเป็นตัวแทน และบริษัทที่จดทะเบียนมักกลายเป็นบริษัทร้างหรือ "บริษัทผี" ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยาก เลขาธิการ ปปง. ได้ชี้แจงว่า กฎหมายฟอกเงินเป็นกฎหมายที่เปลี่ยนมิติในการตรวจสอบ โดยมีอำนาจในการตรวจสอบไล่เส้นทางการเงิน และในอนาคตรัฐบาลก็กำลังจะเสนอการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฟอกเงินเพื่อให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ ปปง. ย้ำว่าการทำงานขององค์กรเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยการบูรณาการและการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันจากหลายหน่วยงาน พร้อมยืนยันว่ากฎหมายไทยมีความสามารถในการไล่ตามตรวจสอบได้ ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกฎหมายที่มีอยู่และนโยบายการทำงานร่วมกันของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเสริมว่า การแถลงข่าววันนี้แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำผิดไม่ใช่ "ผี" หรือคนไม่มีตัวตน แต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่สามารถดำเนินการจับกุมได้

สมัยก่อนบุคคลเหล่านี้เข้าออกประเทศไทยได้อย่างสบายใจ แต่ปัจจุบันตั้งแต่เข้มงวดมากขึ้น คนที่มีสัญชาติอื่นถูกส่งกลับประเทศไปแล้ว 23 คน และการเดินทางของพวกเขาก็ไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน นายกรัฐมนตรียืนยันว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล ได้กำชับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการปราบปรามเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่ ไม่มีใครที่ทำงานแล้วรู้สึกไม่อยากทำ ทุกคนเต็มใจและพอใจที่จะทำ และเมื่อทำสำเร็จจะมีการรายงานและเชิญนายกรัฐมนตรีมาร่วมแถลงด้วย เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าประเทศไทยและกลไกของรัฐบาลไม่เอาด้วยกับการกระทำผิดเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดท้ายว่า ในรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มที่แล้ว สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลด้วยตนเอง ดังนั้น คนที่คิดว่าจะไปเคลียร์หรือใช้คอนเนคชั่นใดๆ จะไม่สามารถทำได้ และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานก็จะทำงานด้วยความสบายใจ สามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างเต็มที่

กรณีออกหมายแดง (Red Notice) เบน สมิธ 

เมื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในการออกหมายแดงสำหรับนายเบน สมิธที่มีข่าวจากสื่อต่างชาติว่าอยู่ในประเทศเซเลส์ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย พล.ต.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่าขณะนี้ยังมีคดีของนายเบน สมิธ และพวกอีก 1 คดี ที่ผู้เสียหายจำนวนมากแจ้งความไว้กับตำรวจสอบสวนกลาง ความเสียหาย 5,000 ล้านบาท ซึ่งตำรวจก็จะออกหมายเรียกและออกหมายจับตามขั้นตอน โดยหากพบว่าอยู่ต่างประเทศก็จะพิจารณาร้องขอให้ตำรวจสากลออกหมายแดงต่อไป

สถานะและแนวทางดำเนินการกับเรือยอชต์ "แอทลาส"

 เมื่อสอบถามถึงรายละเอียดของเรือยอชต์ที่ถูกอายัด เลขาธิการ ปปง. ระบุว่า เรือยอชต์ชื่อ "แอทลาส" ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลรักษาของกองทัพเรือ และกำลังเตรียมการที่จะขายทอดตลาดเรือลำนี้ในเร็วๆ นี้ โดยจะดำเนินการตามกระบวนการประเมินราคาทรัพย์สินและกำหนดราคาเริ่มต้น จากนั้นเมื่อขายทอดตลาดแล้ว เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดจะต้องสรุป เพื่อแจ้งให้ศาลทราบ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้นำเงินที่เปลี่ยนสภาพจากการขายเรือไปเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป โดยยืนยันว่าทรัพย์สินที่ยึดอายัดนั้นเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในมือของ ปปง. ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของไทย เช่น เรือแอทลาสที่อยู่ที่ภูเก็ต อยู่ในเขตอำนาจของประเทศไทย และอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือไทย

การต่อสู้คดีของผู้ต้องหาซึ่งใช้ทีมทนายความมีชื่อเสียง 

สอบถามถึงความกังวลของผู้เสียหายเกี่ยวกับผู้ต้องหาที่มีชื่อเสียงและมีการตั้งทีมทนายความจำนวนมากเพื่อต่อสู้คดี นายกรัฐมนตรีตอบว่า ผู้เสียหายไม่ต้องไปสู้กับผู้ต้องหา ทนายความต่อให้เก่งระดับไหนมา หากคนทำผิดกฎหมายชัดเจนเช่นนี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนขนาดนี้ ต่อให้ทนายมีชื่อเสียงเท่าใด ก็คงไม่สามารถเอาชนะความผิดที่ลูกความตัวเองได้ก่อไว้ได้

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากการแถลงข่าว นายอนุทินได้ไปตรวจสอบรถหรูซึ่งถูกอายัดไว้ในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้อง ที่ลานจอดรถของ ปปง. ก่อนจะขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวเดินทางกลับไปยังรัฐสภา

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์กลุ่ม 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' ลอตใหม่ 8.2 พันล.
เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์กลุ่ม 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' ลอตใหม่ 8.2 พันล.