"โรม" เปิดศึกซักฟอก รบ.อนุทิน ตีประเด็นสแกมเมอร์-ทุนเทา แฉเครือข่าย "หุ้ยวันเป้" โยง "เบน สมิธ"-"เสี่ยตือ" กักตุนน้ำมันเถื่อน พาดพิงนักการเมือง MOU สแกมม่านตา ถามทำไมให้ "ประเสริฐ" ไปคุม ศธ. -สภาเดือด สส.พรรคภูมิใจไทยประท้วงวุ่น อ้างพาดพิงบุคคลภายนอก
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ได้มีการอภิปรายถึงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี โดยในช่วงเช้า สส.พรรคประชาชนคนแรกได้แก่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โดยอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับสแกมเมอร์และทุนเทา เนื้อหาระบุว่า
การจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์และแพลตฟอร์ม "หุ้ยวันเป" (Huione Pay)
นายรังสิมันต์ ได้เริ่มต้นการอภิปรายโดยชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของบรรดาแก๊งสแกมเมอร์ และกล่าวว่ารัฐบาลยังคงห่างไกลจากความสำเร็จในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยยกตัวอย่างกรณีของแพลตฟอร์ม "หุ้ยวันเป" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการโอนเงินคริปโตออนไลน์ที่มีต้นทางจากกัมพูชา และมีความเกี่ยวข้องกับนายฮุน โต ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา
นายรังสิมันต์ระบุว่าแม้ตำรวจสอบสวนกลางจะมีข้อมูลเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้ทั้งหมด แต่กลับแทบไม่เห็นการขยายผลคดีนี้เลย ทั้งที่คดีนี้เป็นคดีใหญ่และรุนแรงกว่าคดีที่ใช้ในการยึดทรัพย์ของนายเบน สมิธ และพวก
*****
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ แถลงยึดสแกมเมอร์เพิ่ม 8 พัน ล.โยง 'เบน สมิธ'ชี้เป็นวาระแห่งชาติ
เปิดคำสั่ง ปปง.อายัดทรัพย์กลุ่ม 'ยิม เลียก-เบน สมิธ' ลอตใหม่ 8.2 พันล.
*****
สส.พรรคประชาชนกล่าวถึงปฏิบัติการของตำรวจสอบสวนกลางที่เคยมีการจับกุมคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับการฝากและถอนเงินเพื่อข้ามไปเมียนมาผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า "หุ้ยวันเป" ซึ่งสามารถยึดเงินสดได้ถึง 46 ล้านบาท แต่การจับกุมดังกล่าวมีเพียง "ลูกกระจ๊อก" เท่านั้นที่ถูกจับกุม ขณะที่ผู้บงการรายใหญ่ยังคงลอยนวล และลูกกระจ๊อกเหล่านี้สามารถหามาแทนที่ใหม่ได้เรื่อยๆ
นายรังสิมันต์ เน้นย้ำว่าคดี "หุ้ยวันเป" มีความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นก็เป็นเพราะว่าแพลตฟอร์มนี้ใช้กระทำความผิดอาญามากมาย ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด และอีกหลายอย่างที่นานาชาติให้ความสนใจ นอกจากนี้ เงิน 46 ล้านบาทที่สอบสวนกลางยึดได้นั้นเป็นเพียงขี้ประติ๋วเมื่อเทียบกับเงินหมุนเวียนผ่านแพลตฟอร์มนี้ที่สูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเกือบจะเท่ากับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย และเฉพาะกระเป๋าดิจิทัลวอลเล็ตใบเดียวที่ใช้กระทำความผิดในคดีนี้มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 20,000 ล้านบาท สส.พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่าหากรัฐบาลมุ่งมั่นในการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างแท้จริง หยุดอายัดทรัพย์สินจริงจัง และมุ่งทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จะสามารถคืนเงินให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อได้อย่างแน่นอน
นายรังสิมันต์ ยังได้เชื่อมโยงกรณีของ "หุ้ยวันเป" มาถึงเครือข่ายของนายเบน สมิธ ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟกเงิน (ปปง.) ได้เคยยึดทรัพย์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรรมาธิการความมั่นคงที่พบว่ามีการตั้งกองทุนที่ชื่อว่า "หุ้ยวันเอเอ็มเอส เอ" ที่สวิตเซอร์แลนด์ แม้กองทุนนี้จะปิดตัวไปแล้ว แต่จากการสืบค้นพบว่า กองทุนนี้มีนายจอร์จ ธาน (หรือจอร์จ แทน)และนายยูยีน ถัง (หรือนายยูจีน แทน) เป็นผู้จัดการกองทุน โดยนายจอร์จ ธาน คนนี้ที่เป็นตัวแทนของบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี ฟันด์ บีซีซีซี ของสิงคโปร์ ที่เชื่อมโยงกับบริษัท ซีเอไอ ออพติมัม ฟันด์ วีซีซี ในการเซ็นเอ็มโอยูกับปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีดีอีในขณะนั้นมาร่วมเป็นสักขีพยานกับนายเบน สมิธ อีกด้วย
แม้โครงการดังกล่าวจะอ้างว่าเพื่อนำร่องพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลสำหรับประเทศไทย แต่ไปๆ มาๆ ปรากฏว่าโครงการนี้ได้กลายเป็นสารตั้งต้นให้บริษัทที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายเบน สมิธ เก็บข้อมูลม่านตาของคนไทยไปแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ในยุคของนายประเสริฐที่มีการทำเอ็มโอยู ยังได้มีการไปตกลงให้นำผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งน่าสงสัยว่าจะเป็นสแกมเมอร์ระดับหัวกะทิถึง 500 คน มาพำนักในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สส.พรรคประชาชนระบุว่านายไชยชนก ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีดีอี ได้ทราบเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นและได้สั่งยกเลิกเอ็มโอยู พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีในชั้นสำนักงานคะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือในระหว่างที่คดียังอยู่ในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร และนายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กลับได้สั่ง "ลงโทษ" นายประเสริฐ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมด้วยการให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ดูเป็นตัวอย่าง
นายรังสิมันต์ ได้ตั้งคำถามว่านี่คือการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมในแนวนโยบายของนายอนุทินใช่หรือไม่ และอดสงสัยถึงมาตรฐานการคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ไม่ได้จริงๆ
นายรังสิมันต์ ยังได้เปิดเผยอีกว่าเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ทางการสิงคโปร์ได้จับกุมนายจอร์จ ธาน และนายยูยีน ถัง ในข้อหาที่บริษัทซีเอไอที่ทั้งสองเป็นกรรมการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังรวมไปถึงนางสาวแคทรียา บีเวอร์ ภรรยาของนายเบน สมิธ อีกด้วย ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาหรือ SEC ได้ยืนยันว่านางสาวแคทรียา บีเวอร์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนซีเอไอร่วมกับคนสิงคโปร์ทั้งสองคน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่นางสาวแคทรียา บีเวอร์ จะเชื่อมโยงกับกองทุน "หุ้ยวัน" ที่สวิตเซอร์แลนด์ด้วย
สส.พรรคประชาชน สรุปว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีปฏิบัติการอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะนายจอร์จ ธาน, นายยูยีน ถัง, นางสาวแคทรียา บีเวอร์, นายเบน สมิธ และตลอดจนถึงนายฮุน โต ล้วนเป็นเครือข่ายเดียวกันและเป็นเครือข่ายฟอกเงินขนาดใหญ่ ที่นำพาประเทศไทยเข้าไปพัวพันกับธุรกิจสีเทา ด้วยเงินที่หมุนเวียนมากถึง 3.3 ล้านล้านบาท ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า "หุ้ยวันเป" ที่วันนี้รัฐบาลของนายอนุทินไม่ยอมทำอะไรอย่างจริงจัง ไม่มีการออกหมายแดงเพื่อตามล่าบุคคลเหล่านี้ทั่วโลก ปล่อยให้พวกเขาไปใช้ชีวิตที่สุขสบายในต่างประเทศ ทั้งที่การออกหมายแดงจะทำให้มีการตามล่านายเบน สมิธ และภรรยาในต่างประเทศ วันนี้เราจึงต้องมาฟังหน่วยงานของรัฐชี้แจงว่ายังอยู่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่คดีนี้ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว การที่รัฐบาลของนายอนุทินไม่ดำเนินการให้ทางฝ่ายตำรวจขอออกหมายแดงแบบนี้ จะให้เชื่อถือได้อย่างไรว่าท่านจะเอาจริงต่อการปราบสแกมเมอร์
เครือข่าย "เสี่ยตือ" และการกักตุนน้ำมันเถื่อน
นายรังสิมันต์ ยังได้กล่าวถึงอีกหนึ่งตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ "เสี่ยตือ" ผู้มีอิทธิพลที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ที่นอกจากจะเปิดบ่อนคาสิโนตามแนวชายแดนอันเป็นที่ตั้งของแก๊งสแกมเมอร์แล้ว เสี่ยตือคนนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอีกด้วย
สส.พรรคประชาชนกล่าวว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันนี้โลกของสแกมเมอร์และการกักตุนน้ำมัน ตลอดจนการทำน้ำมันเถื่อน ได้มาบรรจบกันแล้ว โดยยกตัวอย่างล่าสุดกรณีการจับกุมน้ำมันที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งข้อมูลระบุว่าเป็นของเครือข่ายเสี่ยตือ โดยใช้ลูกหลานมาเป็นผู้ถือหุ้นบังหน้า มีการตรวจพบน้ำมันจำนวนหลายแสนลิตรที่เก็บในคลังเก็บน้ำมัน และแม้ตำรวจจะทราบตัวผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ รัฐบาลก็ยังไม่มีการขยายผลไปถึงเสี่ยตือ ไม่มีความคืบหน้า และบริษัทของเสี่ยตือยังมีคลังน้ำมันอีกหลายแห่งรวมกันหลายล้านลิตร
สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าอะไรทำให้การจัดการเครือข่ายนี้ยากเย็นเหลือเกิน
"ผมนี่มาถึงบางอ้อนั่นแหละเมื่อผมได้อ่านข่าวสำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ ว่าเสี่ยตือมีความสัมพันธ์เป็นลูกหนี้ของท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ครับ มีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ต้องสนิทกันขนาดไหนถึงปล่อยกู้กันเป็นหลักร้อยล้านแบบนี้ ที่สำคัญเดือนพฤศจิกายนปี 2568 ที่ผ่านมานี้เอง ปรากฏว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือได้บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยไม่เยอะ แค่หนึ่งล้านบาท แต่มันจะช่างบังเอิญได้ขนาดนี้ บริษัทเครือข่ายของเสี่ยตือ เป็นลูกหนี้ของท่านพิพัฒน์ คนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทย มาวันนี้ ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่ากักตุนน้ำมัน แต่ปรากฏว่า เสี่ยตือคนนี้ไม่มีอะไรมาทำเขาได้ ไม่มีการจับกุม ไม่มีการดำเนินคดี ขยายผล จนอดคิดไม่ได้ว่า วิกฤตที่พี่น้องประชาชนประสบ มันมีสาเหตุมาจากการถอนทุนการเมืองของนายทุนน้ำมันพรรคการเมืองรึเปล่า" นายรังสิมันต์กล่าว
*****
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปิด 5 บ.น้ำมันเครือข่าย‘เสี่ยตือ คอสโม’-‘หุ้นใหญ่’บริจาคเงินภูมิใจไทย
บ.สยามกัลฟ์ฯลูกหนี้เงินกู้‘พิพัฒน์’115 ล.กลุ่มลูก‘ตือคอสโม’หุ้นใหญ่
บ.โฮลดิ้งกลุ่ม‘เสี่ยตือ คอสโม’ อดีตปลัด ก.คลัง หุ้นใหญ่ 392 ล. ก่อนโอน
เปิดสัญญาเงินให้กู้ 2 ฉบับ 115 ล. ‘พิพัฒน์ -บ.’ลูกเสี่ยตือ คอสโม
*****
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่นายไชยชนก อดีตรัฐมนตรี ได้ออกมาแฉว่ามีคนต้องการติดสินบนเป็นเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อไม่ให้ปราบเว็บพนันและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการจับกุมใคร และสส.พรรคประชาชนเชื่อว่าคนที่ไปติดสินบนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบุตรชายของเสี่ยตือ ซึ่งเคยมีประวัติกับการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีเว็บพนันมาก่อน และในวันที่มีการกู้เงิน บุตรชายเสี่ยตือคนนี้ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ไปกู้เงินจากนายพิพัฒน์อีกด้วย
สส.พรรคประชาชนสรุปว่าเครือข่ายอาชญากรรมที่กล่าวถึงเป็น "วัฏจักรอุบาทว์" ที่กัดกินทำลายสังคมไทย โดยเครือข่ายเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายๆ การก่อตั้งองค์กรต่างๆ เพื่อหาเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างพวกพ้องในการเมือง เงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายก็นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เมื่อได้รัฐบาลที่ตัวเองหนุน ก็เอาอำนาจรัฐนั้นไปปกป้องธุรกิจของตัวเอง แล้วถอนทุนกลับคืนมาเป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่กัดกินทำลายสังคมไทย สส.พรรคประชาชนตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเครือข่ายของเสี่ยตือ ไม่ว่าจะน้ำมันเถื่อน กักตุนน้ำมัน และสแกมเมอร์ จึงไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ไม่มีการยึดทรัพย์สิน ทั้งที่ พ.ร.บ.การฟอกเงินควรจะเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว สส.พรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบคนใกล้ตัวอย่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ถึงความสัมพันธ์กับเสี่ยตือ โดยหวังว่าคนระดับรองนายกรัฐมนตรีจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนและเรื่องเทาๆ อื่นใดทั้งสิ้น เพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างแท้จริง
การประท้วงและการวินิจฉัยของประธานที่ประชุม
ในระหว่างการอภิปรายของนายรังสิมันต์ ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนลุกขึ้นประท้วงหลายครั้ง:
โดยนายยุคล ราชบัวยิ้ม สส.จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ประท้วงตามข้อ 45 โดยกล่าวว่าสส.พรรคประชาชนพยายามที่จะโยงเรื่องทุนเทา ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่ยังไม่มีข้อสรุป และเชื่อว่าทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งท่านรัฐมนตรี และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน ไม่อยากให้มีทุนเทาเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นเพียงการกล่าวหา ข้อเท็จจริงยังไม่สรุป และหากท่านมีข้อเท็จจริงที่จะสามารถนำไปสู่การจัดการทุนเทาได้ ก็อยากให้นำมาเสนอ อีกครั้งหนึ่ง นายยุคลได้ประท้วงอีกครั้งโดยกล่าวว่าสส.พรรคประชาชนก็ยังใส่ร้ายไปถึงองค์กรอื่นๆ อีก ตนเองอยากให้ท่านเข้าประเด็นแล้วก็สรุปไปเลยว่า รัฐบาลนี้มีความบกพร่องตรงไหน ตนเองรอฟังอยู่ด้วยความตั้งใจ
ส่วนนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ได้ประท้วงตามข้อ 45 โดยระบุว่าสิ่งที่สส.พรรคประชาชนนำเสนอเป็นส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการใส่ร้ายป้ายสี และควรให้คำแนะนำต่อรัฐบาลในประเด็นนโยบายอื่นๆ ที่กำลังอภิปรายอยู่
ด้านนายมงคล สุระสัจจะ ประธานในที่ประชุม ได้วินิจฉัยหลายครั้ง โดยในครั้งแรกได้ขอให้นายรังสิมันต์ สรุปการอภิปราย เนื่องจากเลยเวลาไป 4 นาที และได้เตือนว่า "ห้ามใช้วาจาใส่ร้ายหรือเสียดสีผู้อื่นใด" ตามข้อบังคับ และห้ามกล่าวหาใส่ร้ายโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ที่ถูกใส่ร้าย
จากนั้นนายมงคลได้วินิจฉัยอีกครั้งโดยใช้อำนาจตามข้อ 47 เพื่อขอให้ นายรังสิมันต์ "กรุณาอย่าใช้วาจาก้าวล่วงไปถึงเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะกล่าวรวมไปถึง สว. หรือองค์กรอิสระ" และขอให้ยึดติดกับประเด็นหลักและตัวละครที่เกี่ยวข้อง




