"...มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ตรวจสอบบัญชีระบุว่า การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อยยังไม่แล้วเสร็จ แต่ใช้มูลค่าที่ประมาณโดยผู้บริหาร เพื่อรีบปิดดีลการซื้อหุ้นบริษัทย่อยดังกล่าว ทำไมไม่รอการประเมินมูลค่าจากผู้ประเมินราคาอิสระก่อน และขณะนี้ผู้ประเมินราคาอิสระประเมินมูลค่าเสร็จแล้วหรือยังเพื่อปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้มา..."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!
กรณี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด(กลุ่มของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ ‘เสี่ยตือ คอสโม’) จำนวน 40 ล้านหุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท เป็นเงินไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท (เฉพาะค่าหุ้น 4,000 ล้านบาท) ตามที่สำนักข่าว Next News เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ภาพประกอบรายงาน
เบื้องหลัง‘บีซีพีจี’ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9พันล. ที่แท้ เสี่ยตือคอสโม
ก่อน‘บีซีพีจี’ซื้อ9พันล.! บ.‘เสี่ยตือ’มีสินทรัพย์7.1พันล./หนี้4.1พันล.
เปิดตัว บอร์ด-กก.ลงทุน BCPG ซื้อคลังน้ำมันกลุ่ม 'เสี่ยตือ' 8.9 พันล.
เจาะลึกดีลธุรกิจ ใครเปิดประตู ให้ ‘CAI’ เข้ามาถือหุ้นใน BCPG
@ ย้อนรอย16ปี 'บางจาก' ล้มดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี
ล่าสุด จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า เมื่อ16 ปีที่แล้ว บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2560) เคยศึกษาเมื่อปี 2553 ที่จะซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีเทอร์มินัล ของบริษัท แพนเอเซีย สตอเรจ แอนด์ เทอร์มินัล จำกัด หรือบริษัทเพชรบุรีเทอร์มินัล
ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในขณะนั้น เคยให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ถึงความคืบหน้าในการเจรจาซื้อคลังน้ำมันของบริษัท แพนเอเซีย สตอเรจ แอนด์ เทอร์มินัล จำกัด ว่า หยุดการเจรจาเพื่อซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวแล้ว หลังจากเจรจากันมานาน แต่ไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายได้ โดยท่อน้ำมันภายในคลังมีอยู่ 3 ท่อนั้นไม่สามารถรองรับผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีอยู่ของบริษัทบางจากได้ทั้งหมด โดยเฉพาะน้ำมันเตา ไม่สามารถใช้งานร่วมกับท่อส่งน้ำมันประเภทอื่นได้ ดังนั้น หากบริษัทตัดสินใจซื้อคลังน้ำมันดังกล่าว ก็จะต้องลงทุนเพิ่มอีกมาก และที่สำคัญจะต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ (HIA) คาดว่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี
แต่นโยบายของบริษัทบางจากต้องการลงทุนในโครงการที่สามารถทำรายได้ในระยะสั้นๆ
"ประกอบกับราคาซื้อขายที่บริษัทแพนเอเชียฯ ยื่นเสนอมานั้น เป็นวงเงินที่ค่อนข้างสูงมาก หากต้องลงทุนเพื่อซื้อคลังน้ำมันดังกล่าว อาจส่งผลต่อกระแสเงินสดได้ ตอนนี้ถือว่าหยุดทุกอย่างกับคลังน้ำมันเพชรบุรีเทอร์มินัลไว้ก่อน เพราะเราอยากลงทุนแล้วสร้างรายได้ทันทีในช่วงสั้น ๆ ยิ่งเมื่อประเมินเงินที่ต้องซื้อกับสร้างท่อเพิ่ม มันยิ่งดูแล้วไม่คุ้ม"นายอนุสรณ์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า มูลค่าที่มีการเสนอขายคลังน้ำมันเพชรบุรีเทอร์มินัล เบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยมีความจุคลังอยู่ที่ 500 ล้านลิตร และมีท่าเทียบเรือน้ำมัน แต่พบว่าทะเลไม่ลึกพอที่จะให้เรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่เข้าเทียบท่าได้
@ ผ่านไป13ปีขุดจากหลุมปิดดีลสำเร็จ
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ล้มดีลการซื้อคลังน้ำมันของบริษัท แพนเอเซีย สตอเรจ แอนด์ เทอร์มินัล จำกัด แต่ผ่านไป 13 ปี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลับมาเจรจาซื้ออีกครั้งจนดีลสำเร็จเมื่อปี 2566 ด้วยมูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท เฉพาะค่าหุ้นรวม 4 พันล้านบาท
ข่าวแจ้งว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถึงให้บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เข้ามาซื้อคลังน้ำมันดังกล่าว เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 ระบุว่าเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีพันธกิจเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและมั่นคง แต่กลับไปทำธุรกิจคลังน้ำมันซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล
@ แซดซื้อแพง มีส่วนต่าง 3-4 พันล้าน จนท.รับไม่ได้ลาออก
ทั้งนี้ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 เรื่องการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด (จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ทุนจดทะเบียน 4,060 พันล้านบาท) เพื่อการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ และเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 บริษัทฯ และบริษัท แพนเอเซีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด ในฐานะผู้ขาย บรรลุเงื่อนไขตามสัญญาซื้อขายหุ้น และได้รับโอนหุ้นทั้งหมดของบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัดแล้ว
ต่อมา วันที่ 31 ธันวาคม 2566 บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ชำระเงินสด 8,857,892 ล้านบาท และสิ่งตอบแทนที่คาดว่าจะต้องจ่าย 140 ล้านบาท รวม 8,997,892 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า ในระหว่างการเจรจาการซื้อคลังน้ำมันดังกล่าวมกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทที่ดูแลเรื่องดังกล่าวประเมินว่าราคาน่าจะอยู่ประมาณ 5 พันล้านบาทหรือมากสุดไม่เกิน 6 พันล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีการไปตกลงกันก่อนแล้วว่าจะซื้อในราคา 9 พันล้านบาท ทำให้มีส่วนต่างถึง 3-4 พันล้านบาท เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับไม่ได้ และกลัวจะติดคุก จึงตัดสินใจลาออก
@ ตั้ง 'BFPL' บริหารคลังน้ำมันเพชรบุรี
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 บริษัท บีซีพีจี จํากัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า คณะกรรมการบริษัทในการประชุม ครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อบริษัท บีซีพีจี เอ็นเนอร์ยี โลจิสติกส์ จํากัด ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท โดยบริษัท บีซีพีจี จํากัด (มหาชน) ถือหุ้น 100% ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยข้างต้นเรียบร้อยแล้ว
(เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 บริษัท บีซีพีจี เอ็นเนอร์ยี โลจิสติกส์ จํากัด เข้าถือหุ้นในบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด 40,599,999 หุ้น และบริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ปราจีนบุรี) จำกัด ถือ 1 หุ้น)
ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน 2566 บริษัท บีซีพีจี จํากัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องการลงนามในสัญญา ระหว่างบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด ("ALT") และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ("BFPL”)
โดยระบุว่า ตามที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 บริษัทฯ และบริษัท แพนเอเซีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด ได้บรรลุเงื่อนไขตามสัญญาซื้อขายหุ้นและได้รับโอนหุ้นทั้งหมดของ ALT แล้ว ในการนี้ บริษัทฯ ประสงค์ให้ ALT เข้าทำสัญญาแต่งตั้งให้ บริษัท BFPL เป็นผู้บริหารทรัพย์สินและระบบคลังน้ำมัน รวมถึงท่าเทียบเรือและท่อขนส่งน้ำมันของ ALT ที่จ.เพชรบุรี โดยที่ BFPL เป็นบริษัทย่อยของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ค่าตอบแทนรวม 410 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญารวมไม่เกิน 6 ปี (เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2572)
ทั้งนี้ การเข้าทำสัญญาดังกล่าวเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ซึ่งการเข้าทำรายการดังกล่าวระหว่าง ALT และ BFPL ถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งมีบางจากฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในทั้งสองบริษัท โดยบางจากฯ ถือหุ้นทางอ้อมโดยผ่านบริษัทฯ ใน ALT 57.18% และถือหุ้นทางตรงใน BFPL 100%
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า การซื้อขายหุ้นดังกล่าว ผู้ตรวจสอบบัญชี ได้ตั้งข้อสังเกตการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิการซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อยยังไม่แล้วเสร็จ แต่ใช้มูลค่าที่ประมาณโดยผู้บริหาร เพื่อรีบปิดดีลการซื้อหุ้นบริษัทย่อยดังกล่าว ทำไมไม่รอการประเมินมูลค่าจากผู้ประเมินราคาอิสระก่อน และขณะนี้ผู้ประเมินราคาอิสระประเมินมูลค่าเสร็จแล้วหรือยังเพื่อปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้มาด้วย
รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไป




