"...สืบเนื่องจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ติดตามสืบสวนปราบปรามเครือข่ายทุนสีเทาและกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้จับกุมนายเฉิน ยินไหล ชายสัญชาติจีนกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยังบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นภรรยาชาวจีนและบุตร จำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย โดยเชื่อว่าได้สัญชาติไทยมาโดยมิชอบ ..."
ในการแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนัน ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

Portrait Cover Image
'อนุทิน' เผยทุจริตทะเบียนราษฎร-สัญชาติ โยงเครือ 'ก๊ก อาน' -'ลี ยงพัด'
เบื้องหลัง! คดีออกใบเกิดปลอม โยงเส้นทางเงินกลุ่มสแกมเมอร์ 7.5 หมื่นล.
นายอนุทิน ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรณีการจับกุมตัวนายเฉิน ยินไหล บุคคลสัญชาติจีน ซึ่งกระทำความผิดเป็นสแกมเมอร์ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการฟอกเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยตรวจสอบพบพฤติกรรมการจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดเท็จ เพื่อให้บุตรได้สัญชาติไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด เช่น ขบวนการสแกมเมอร์ คดีนายเบน สมิธ นายยิม เลียก และเครือข่าย ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน และวามผิดอื่นๆ โดยมีการอายัดทรัพย์ไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท และยังขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มอีกหลายพันล้านบาท รวมถึงการจำหน่ายรายการทางทะเบียนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ กลุ่มกาสิโน และการฟอกเงิน บุคคลสัญญชาติกัมพูชาของนายก๊ก อัน และนายลียง พัด
นายอนุทิน ระบุว่า มีการดำเนินคดีและขยายผลเครือข่ายการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทย 34 ราย และดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐ 19 ราย มีระดับนายอำเภอด้วย ซึ่งให้ออกจากราชการทันที แล้วแจ้งข้อหาดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในการแถลงข่าวเรื่องนี้ ของนายอนุทิน ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการปราบปรามต่างๆ จากกรมการปกครองดังนี้
1.การปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์และสัญชาติ
1.1.จำหน่ายรายการทางทะเบียนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ได้แก่ นายก๊ก อัน (KOK AN) บุคคลสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกาสิโน ค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และสแกมเมอร์ และเครือข่ายนายลียง พัด ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์หลอกลวงทางไซเบอร์
หลังจากการตรวจพบการทุจริตทางทะเบียนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (National Identity Crime Enforcement) เรียกโดยย่อว่า “DOPA N.I.C.E.” โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งการดำเนินคดีและขยายผลเครือข่าย โดยปราบปรามเครือข่ายการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติไทยที่สำคัญ
2.การดำเนินคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติสวมตัวคนไทยและสวมสิทธิชนกลุ่มน้อยตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ดังนี้
2.1ปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” เมื่อวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2568 ปราบปรามขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวได้สถานะอยู่อาศัยถาวรในประเทศไทย ในพื้นที่อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ตรวจพบการทุจริตจำนวนอย่างน้อย 16 รายการ โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 14 ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ 11 ราย แบ่งเป็นนายอำเภอ 1 ราย ปลัดอำเภอ 2 ราย ลูกจ้างอำเภอ 4 ราย และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 4 ราย รวมทั้งนายหน้าและบุคคลต่างด้าว 3 ราย
2.2 ปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ปราบปรามขบวนการสวมตัวบุคคลที่ไม่มีสิทธิและการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการขอมีสถานะคนต่างด้าว ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่ทุจริตอย่างน้อยจำนวน 10 รายการ จับกุมบุคคล 6 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอ 2 ราย ลูกจ้างอำเภอ 1 ราย เจ้าหน้าที่เทศบาล 2 ราย และนายหน้า 1 ราย
2.3 ปฏิบัติการ“ตัดบัตรกรุงเก่า” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ปราบปรามขบวนการทุจริตจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ในพื้นที่ อ"วังน้อย จ"พระนครศรีอยุธยา ตรวจพบการย้ายทะเบียนบ้านอันเป็นเท็จอย่างน้อย 214 รายการ จับกุมบุคคล 6 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอ 1 ราย ลูกจ้างอำเภอ 1 ราย เจ้าบ้าน 3 ราย และนายหน้า 1 ราย
3.การดำเนินคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีจ้างคนไทยจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดบุตรให้ได้สัญชาติไทย
สืบเนื่องจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ติดตามสืบสวนปราบปรามเครือข่ายทุนสีเทาและกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้จับกุมนายเฉิน ยินไหล ชายสัญชาติจีนกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยังบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นภรรยาชาวจีนและบุตร จำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย โดยเชื่อว่าได้สัญชาติไทยมาโดยมิชอบ จึงได้มีการประสานความร่วมมือไปยังกรมการปกครอง ทางคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรูปแบบการกระทำความผิดที่มีความซับซ้อน กล่าวคือ
(1) เครือข่ายดังกล่าวนั้นได้ว่าจ้างชายสัญชาติไทยให้ทำการจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีนซึ่งเป็นภรรยาที่แท้จริงของบุคคลในเครือข่าย
(2) จากนั้นเมื่อหญิงชาวจีนซึ่งตั้งครรภ์บุตรของชายจีนได้คลอดบุตรแล้ว ก็ดำเนินการแจ้งเกิดบุตรโดยอาศัยข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรได้รับสัญชาติไทยตามบิดาโดยมิชอบ
(3) มีการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวก โดยองค์กรภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริต อันเป็นการบิดเบือนหลักเกณฑ์ทางกฎหมายว่าด้วยสัญชาติและสร้างสถานะบุคคลที่ไม่ตรงกับความจริง การกระทำในลักษณะดังกล่าวจึงก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ทั้งในเชิงเศรษฐกิจสังคมและความมั่นคงของรัฐ โดยบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบย่อมมีสิทธิและสถานะเสมือนบุคคลสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการถือครองทรัพย์สิน การประกอบกิจการ การเข้าถึงบริการสาธารณะ ตลอดจนเสรีภาพในการเดินทางเข้าออกประเทศ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน การถือครองทรัพย์สินแทน (นอมินี) หรือการขยายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเสถียรภาพของประเทศอย่างยิ่ง
คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. และตำรวจศูนย์ ACSC ได้สืบสวนพบพฤติการณ์ความผิดในลักษณะดังกล่าวแล้ว น่าเชื่อว่าเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญจำนวนอย่างน้อย 5 กรณี ดังนั้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” ดำเนินการจับกุมบุคคลตามหมายจับ 6 ราย ดังนี้ (1) บุคคลชาวจีน 2 ราย (2) ชายไทยที่มารับจ้างจดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรอันเป็นเท็จ 3 ราย และ (3) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามและขยายผลการจับกุม
@ เบื้องหลังคดีใบเกิดปลอม พบพิรุธหลังจับคดีคนจีนเปิดเพจปลอม
ขณะที่ แหล่งข่าวตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า คดีออกใบแจ้งเกิดปลอมนั้น เปิดฉากจากคดีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไปสืบสวนจากกลุ่มกรณีพบว่ากลุ่มคนร้ายได้เปิดเพจ ตำรวจ CIB ปลอม เพื่อหลอกลวงชาวบ้านที่หลงเชื่อให้เข้ามาแจ้งความในเพจปลอมดังกล่าว เมื่อแจ้งแล้วก็จะชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ จากนั้นจะหลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดี
ทั้งนี้เมื่อตำรวจสืบสวนจนได้หลักฐานแล้ว จึงเข้าตรวจค้น และจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเมื่อเดือน เมษายน 2567 แต่จากการตรวจค้นบ้าน นอกจากจะยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และจับกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีนได้แล้ว ในที่เกิดเหตุยังพบเด็กชายหญิงชาวจีนรวมทั้งหมด 3 คน ที่ผู้ต้องหาชาวจีนชื่อ นายเฉิน ยินหลาย อ้างว่าเป็นลูกของตนเองที่เกิดกับ นางเฉิน เป้าเจียว ภรรยาชาวจีน
ต่อมา เมื่อตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะของบุคคลทั้งหมดกลับพบว่า เด็กทั้งสามคนนั้นเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยมีชื่อนามสกุลถูกต้องโดยมีพ่อเป็นคนไทยแม่เป็นคนจีน
เมื่อดำเนินการสืบสวนต่อจึงพบว่า นางเฉิน เป้าเจียว ได้จ้างชายชาวไทยจดทะเบียนสมรสเพื่อให้ลูกที่เกิดมาได้สัญชาติไทย หลังจากนั้นจึงได้จดทะเบียนหย่า ทำให้เด็กได้สัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
หลังจากพบว่ากลุ่มผู้ต้องทั้งหมดได้ทำเป็นขบวนการ ที่มีการสวมเด็กคนจีนให้เป็นเด็กสัญชาติไทย และน่าจะมีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงได้ประสานกับกรมการปกครองให้รับทราบ และตรวจสอบเพิ่มเติม รวมทั้งการสืบสวนตำรวจในทางลับก็พบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงประสานให้กรมการปกครองมาแจ้งความกับตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้น ตำรวจ ปปป. จึงประสานกับ บก.ปอท.
กระทั่งออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด
นับเป็นอีกหนึ่งคดีใหญ่ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เชื่อมโยงข้อมูลกลุ่มสแกมเมอร์ ที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจเป็นระยะเวลาเวลายาวหลายปีแล้ว




