เปิดข้อมูลบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจฯ ที่ให้สิทธิพิเศษออกวีซ่า PE กับหนุ่มจีนซุกคลังแสน ปี68 มีสมาชิกเกือบ 4 หมื่นคน ชาวจีนอันดับ 1 กวาดรายได้ 3.3 พันล้าน กำไรกว่า 1.8 พันล้าน เผยตรวจสอบประวัติผู้สมัครเข้มงวด
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหนุ่มชาวจีนที่มีการสะสมอาวุธร้ายแรงจำนวนมาก โดยหนุ่มชาวจีนคนดังกล่าวใช้วีซ่า PE (Privilege Entry Visa ) ซึ่งเป็นสมาชิกบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ และกระทรวงมหาดไทยเสนอให้ทบทวนการออกวีซ่าดังกล่าวเพื่อป้องกันกลุ่มทุนเทาใช้เป็นช่องทางเข้ามาก่ออาชญกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศหรือเข้ามาก่อเหตุร้ายที่กระทบต่อความมั่นคงนั้น
พบหนุ่มจีนซุกคลังแสงใช้วีซ่า PE สมาชิกไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จี้ทบทวน
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูล บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าจัดตั้งเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม 2546 ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ถือหุ้น 100% มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
รายชื่อกรรมการ 11 คน
1.นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
2.นายกุลเศขร์ ลิมปิยากร
3.นายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี
4.นางสาวนุชนาถ เกษมพิบูลย์ไชย
5.นายอัครวิชย์ เทพาสิต
6.นายเอกก์ ภทรธนกุล
7.นายฐิติพงศ์ สุวรรณขำศิริ
8.นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์
9.นายณัฐ ครุฑสูตร
10.นางสาวณัฐพรรณ ตรีเดชา
11.นายชนันนัทธ์ สารถวัลย์เพศย์
ระบุประเภทธุรกิจ เป็นกิจกรรมการบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ ในที่อื่น และวัตถุประสงค์คือ จำหน่ายบัตรสมาชิก (เดิมเคยระบุว่าเป็นการจำหน่ายบัตรเอกสิทธิ์ Thailand Elite)
สำหรับข้อมูลงบกำไรขาดทุน ปีงบการเงิน 2568
บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด มีรายได้รวม 3,324,072,377.14 บาท เพิ่ม 11.22% จากงบการเงินปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,863,370,304.53 บาท เพิ่มขึ้น 31.55% จากงบการเงินปีก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ทำธุรกิจบริหารจัดการโครงการบัตรสมาชิก (เดิมชื่อ Thailand Elite Card) เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง นักลงทุน และกลุ่มที่ต้องการพำนักในไทยระยะยาว
ในรายงานประจำปี 2568 บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ระบุว่า มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 39,538 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) มีรายได้จากการจำหน่ายบัตรสมาชิก 2,560.80 ล้านบาท มีสมาชิกมาจากประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดย 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน, สหรัฐอเมริกา, พม่า, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, วานูอาตู, รัสเซีย, ออสเตรเลีย และเยอรมนี
ทั้งนี้ บัตร Thailand Privilege Card แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ 1.Bronze ค่าธรรมเนียมสมาชิก 6.5 แสนบาท อายุสมาชิกบัตร 5 ปี 2.Gold ค่าธรรมเนียมสมาชิก 9 แสนบาท อายุสมาชิกบัตร 5 ปี3. Platinum ค่าธรรมเนียมสมาชิก 1.5 ล้านบาท อายุสมาชิกบัตร 10 ปี และ4.Diamond ค่าธรรมเนียมสมาชิก 2.5 ล้านบาท อายุสมาชิกบัตร 15 ปี และ 5.RESERVE ค่าธรรมเนียมสมาชิก 5 ล้านบาท อายุสมาชิกบัตร 20 ปี
-สำหรับสิทธิประโยชน์ของสมาชิก
1. สิทธิประโยชน์ทางวีซ่า (VISA)
บริการวีซ่าท่องเที่ยวชนิดพิเศษ Privilege Entry VISA (PE VISA) อายุวีซ่าตั้งแต่ 5 - 20 ปี เป็นวีซ่าแบบ Multiple Entry ที่อนุมัติได้สูงสุดคราวละ 5 ปี และได้รับสิทธิพำนักสูงสุดคราวละ 1 ปี
เมื่ออยู่ครบกำหนดสามารถขออยู่ต่อ ได้เพิ่มคราวละ 1 ปี โดยเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง รายงานตัวทุก ๆ 90 วัน โดยบริษัทฯ มีการบริการในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี)
2.สิทธิประโยชน์ที่บริษัทฯ ให้บริการ (Signature Services)
2.1 บริการสนามบิน
การต้อนรับ และรับรองจากเจ้าหน้าที่ Elite Personal Assistant (EPA) ทั้งขาเข้าและขาออกอำนวยความสะดวกผ่านขั้นตอนการแสดงหนังสือเดินทาง และตรวจคนเข้าเมือง ห้องพักรับรองผู้โดยสารพิเศษทั้งขาเข้าและขาออก
2.2 การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ
บริการเจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ Elite Personal Liason (EPL) อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง เช่น การรายงานตัว 90 วัน รวมถึงการอำนวยความสะ ในการทำใบขับขี่ พร้อมให้ความช่วยเหลือในการเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น
2.3 ศูนย์บริการสมาชิก
ให้บริการสำหรับภาษาอังกฤษ ตลอด 24 ชั่วโมง
ให้บริการสำหรับภาษาเกาหลี จีนกลาง และญี่ปุ่น ตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น. (เวลามาตรฐานประเทศไทย (GMT+7))
3. สิทธิประโยชน์จากพันธมิตรคู่ค้า (Lifestyle Privileges)
สมาชิกฯ สามารถเลือกใช้บริการตามไลฟ์สไตล์ พร้อมส่วนลดพิเศษตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โดยแบ่งกลุ่มประเภทสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร (Lifestyle Privileges) ออกเป็น 5 กลุ่ม คือ
3.1 กลุ่มประเภทที่อยู่อาศัย และที่พัก
3.2 กลุ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทาง
3.3 กลุ่มกิจกรรมสันทนาการและงานอดิเรก
3.4 กลุ่มกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
3.5 กลุ่มกิจกรรมเพื่อการลงทุน
ในเว็บไซต์ thaiembassy ระบุถึงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกบัตรของ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เพื่อคัดกรองบุคคลที่มีศักยภาพและไม่มีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง โดยมีกระบวนการและเกณฑ์การพิจารณาดังนี้ หลังจากผู้สมัครยื่นเอกสารผ่านตัวแทน (GSSA) หรือระบบออนไลน์ ข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบประวัติ ได้แก่
1.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อตรวจสอบประวัติการเข้า-ออกเมือง, ประวัติการอยู่เกินกำหนด และการละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในนอดีต
2.กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเดินทางและสัญชาติ
3.กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและรายชื่อผู้ต้องสงสัยระหว่างประเทศ
4.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ การฉ้อโกง และฐานข้อมูลข่าวกรอง
5.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินเพื่อป้องกันการฟอกเงิน สำหรับเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร
(1.) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลทั้งในไทยและต่างประเทศ (ยกเว้นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ)
(2.)ไม่มีประวัติการอยู่เกินกำหนด (Overstay) ในช่วง 3 ปีล่าสุด และไม่เคยถูกส่งกลับประเทศต้นทางหรือถูกสั่งห้ามเข้าประเทศ
(3.)ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(4.)หากเคยถือวีซ่าประเภท ED (Education) หรือวีซ่าเรียน มาก่อน จะถูกตรวจสอบเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยต้องแสดงหลักฐานการเรียนจริง เช่น ผลการเรียนหรือใบรับรองจากสถานศึกษา เพื่อป้องกันการใช้วีซ่าแฝง
อีกทั้ง ผู้สมัครทุกคนต้องกรอกแบบฟอร์ม Multiple Passport Holder Declaration หรือการสำแดงว่าถือพาสปอร์ตหลายเล่ม เพื่อสำแดงพาสปอร์ตทุกเล่มที่ถืออยู่ เพื่อยกระดับการคัดกรอง




