News Logo
หน้าแรก
พณ.ย้ำถอด 9 กิจการพ้นบัญชีท้ายพ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว ไม่ใช่เปิดเสรี

พณ.ย้ำถอด 9 กิจการพ้นบัญชีท้ายพ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว ไม่ใช่เปิดเสรี

14 พ.ค. 2569 17:24
ผู้ชม 9 คน

'พาณิชย์' ย้ำชงถอด 9 ธุรกิจออกจากบัญชีท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่ใช่เปิดเสรี แค่ลดความซ้ำซ้อน เพราะมีกฎหมายและหน่วยงานอื่นกำกับดูแลอยู่แล้ว ยันคุ้มครองธุรกิจคนไทย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้ว ประกอบด้วย 1.1 ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง (ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจกิจการโทรคมนาคม) 1.2 ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน (ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน) 1.3 ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินในรูปแบบต่างๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) 1.4 ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และ 1.5 ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (โดยให้ส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากำหนด)

นายพูนพงษ์กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 ให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม ประกอบด้วย 2.1 ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม 2.2 ธุรกิจบริการค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือ โดยธุรกิจกลุ่มนี้ เป็นการให้บริการเฉพาะในเครือในกลุ่มบริษัทของตนเอง เพื่อบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม จึงไม่ได้มีการแข่งขันกับธุรกิจของคนไทย

นายพูนพงษ์กล่าวอีกว่า กลุ่มที่ 3 อื่นๆ ได้แก่ 3.1 ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วน เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน เครื่องจำหน่ายสินค้า หรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท โดยธุรกิจนี้ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของพนักงานของธุรกิจเป็นหลัก 3.2 ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม เป็นการให้บริการเฉพาะผู้รับสัมปทาน

นายพูนพงษ์กล่าวต่อว่า โดย 8 ธุรกิจจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ เสนอในรูปแบบร่างกฎกระทรวง ยกเว้น ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในกลุ่มธุรกิจที่ 1 จะเสนอในรูปแบบร่างพระราชกฤษฎีกา

"การเสนอครม.ถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ไม่ใช่การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาแย่งธุรกิจคนไทยแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย เพิ่มความคล่องตัวของนักลงทุนชาวต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาพัฒนาศักยภาพแรงงานและธุรกิจไทยให้มีพร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล"นายพูนพงษ์กล่าว

นายพูนพงษ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะถอดธุรกิจออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่นักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย หากประสงค์จะตั้งบริษัทต้องขอจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยังคงต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลเหมือนเดิม เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธุรกิจศูนย์บริหารเงินต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมต้องขออนุญาตจากกระทรวงพลังงาน ฯลฯ เป็นต้น เพียงแต่ไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตการประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จากกระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งช่วยลดการซ้ำซ้อนในการขออนุญาตประกอบธุรกิจได้อย่างมาก เป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างดี

"กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการและธุรกิจประเภทที่คนไทยยังไม่พร้อมจะแข่งขันกับชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบ ช่วยสร้างความสมดุลและลดความเหลื่อมล้ำในการประกอบธุรกิจ รวมทั้ง ดึงดูดการลงทุนของชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น อันจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น"นายพูนพงษ์กล่าว

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวย้ำว่า นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะเงินลงทุนที่นักลงทุนชาวต่างชาติจะนำเข้ามาเท่านั้น แต่จะมีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านธุรกิจนั้นๆ เข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการหรือพนักงานชาวไทย ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มทักษะเฉพาะด้านแก่ภาคแรงงานของไทย ทำให้ธุรกิจไทยเกิดการพัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบริการและการลงทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลกในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังเร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจที่เจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายและใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติอย่างจริงจังต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวนโยบายสาธารณะ
9 กิจการ
บัญชีท้ายพ.ร.บ.ธุรกิจต่างด้าว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายเกษตรกร 19 จ. ขอคำตอบรัฐบาล แก้ปัญหาปลาหมอคางดำภายใน 30 วัน
เครือข่ายเกษตรกร 19 จ. ขอคำตอบรัฐบาล แก้ปัญหาปลาหมอคางดำภายใน 30 วัน