'ดีเอสไอ'เผยมีหลักฐานโยงนายทุนเอี่ยวตุนน้ำมันที่อ่างทอง คาดอีก 15 วันแจ้งข้อหาได้ เร่งสอบเรือขนน้ำมัน 3 ลำ ลอยกลางทะเลยื้อเข้าฝั่งที่ใต้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า มีการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีพิเศษเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นในช่วงภาวะวิกฤต ซึ่งทางคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) มีมติรับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว มี 3 เรื่องใหญ่ คือกรณีน้ำมันที่จ.อ่างทอง แล้วก็มีเรื่องน้ำมันของบริษัท พีซี สยาม ที่จ.สุราษฎร์ธานี อีกเรื่องเป็นกรณีการขนส่งน้ำมัน 99 เที่ยว จากโรงกลั่นน้ำมันภาคตะวันออก ไปยังพื้นที่ทางจังหวัดภาคใต้ ก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งที่ประชุมได้เร่งรัดให้สืบสวนสอบสวนโดยเร็ว ในบางคดีใกล้ที่จะพิสูจน์ความผิดได้แล้วว่าจะมีความผิดเรื่องใดบ้าง จะขอเวลาอีกประมาณ 15 วัน จะสามารถแจ้งข้อหาได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีน้ำมันที่ จ.อ่างทอง พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนายทุนหรือยัง พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ตอนนี้มีหลักฐานบ่งชี้บางอย่างว่าอาจจะมีนายทุนอยู่เบื้องหลังที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกับอีกบริษัทหนึ่ง ที่อยู่ในจ.อ่างทอง อยู่ระหว่างการเร่งรัดตรวจสอบต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้เป็นแค่คดีกักตุนน้ำมัน หรือจะเป็นคดีเลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า เราตรวจทุกอย่าง ที่มาของเรื่องนี้เกิดจากการไปตรวจเรื่องน้ำมันราคาแพง ที่จังหวัดอื่น แต่ว่าตรวจไล่มาดูว่ามีการซื้อน้ำมันที่โรงคลังน้ำมันนี้ที่จ.อ่างทอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบ และดำเนินคดีไปส่วนหนึ่ง เราก็รับมาขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติการณ์ของบริษัทที่จ.สุราษฎร์ธานี เป็นกรณีการกักตุนน้ำมันอย่างเดียว หรือว่าปลอมปนน้ำมันด้วย พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ไม่มีการปลอมปน ส่วนเรื่องการกักตุนน้ำมันก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดอยู่ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าผิดไหม แต่กำชับให้พิสูจน์ให้เสร็จภายใน 15 วัน ถ้าพบความผิดก็ให้แจ้งข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีเรือขนน้ำมัน 99 เที่ยว พบความผิดเรือกักตุนน้ำมันระหว่างอยู่กลางทะเลจริงหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ตอนนี้อาจจะต้องลงไปตรวจถึงที่ลำเรือ อาจจะต้องไปตรวจระบบ GPS หรือระบบ AIS ของเรือในแต่ละลำด้วย แต่ขณะนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือ เราตรวจเรื่องใบกำกับก็พบความผิดปกติ กำลังพิจารณาอยู่ว่าอาจจะดำเนินคดีแค่ไหนอย่างไร ในส่วนเรื่องความบกพร่องในเรื่องใบกำกับก็มีความผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความผิดปกติที่พบเป็นเรื่องอะไรบ้าง พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ในเรื่องเอกสารใบกำกับ ซึ่งจะเป็นการฝ่าฝืนประกาศให้ลงข้อมูลให้ครบถ้วนในใบกำกับ การไม่ลงข้อมูลให้ครบถ้วนก็อาจจะเปิดโอกาสให้ไปกระทำความผิดได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมโยงกับคลังน้ำมันที่สิงหนคร จ.สงขลาด้วยหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากลาาวว่าตรงนี้ต้องไปดู คนที่มีหน้าที่ในการรายงานข้อมูล หรือลงข้อมูลในใบกำกับเป็นใคร อาจจะไม่ใช่ปลายทาง อาจจะเป็นต้นทาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พอจะระบุตัวผู้ต้องหาได้บ้างหรือยังว่าเป็นใคร พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ยังไม่สามารถบอกได้ เพียงแต่ว่าเราพบแล้วว่ามันมีมูลความผิด แต่ว่ายังไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ต้องหาบ้าง ก็มีทั้งบุคคลและก็นิติบุคคล เดิมข้อมูลมันกว้าง ปัจจุบันแคบลง ตอนนี้เราโฟกัสไปที่ 3 ลำของ 3 บริษัทก่อน ที่พบว่าการเดินทางผิดปกติ แล้วก็มีการจอดลอยลำ ไม่เข้าเทียบยังคลังน้ำมัน อยู่ระหว่างการนัดหมายเจ้าของเรือเข้ามาให้การ
ผู้สื่อข่าวถามเรื่องคดี หมิงเฉิน ซันจะรับเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธยากล่าวว่า เรื่องนี้มีคนมาร้องขอให้เรารับเป็นคดีพิเศษ เราเพียงรับไว้สืบสวน แต่ตอนนี้พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ทำคดีคืบหน้าไปมากแล้ว เดี๋ยวเรารวบรวมข้อมูลแล้วพิจารณาดูอีกทีว่าจะเกิดประโยชน์อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ารับเป็นคดีพิเศษ ก็ดูทั้งข้อหาเดิมที่มีการตั้งข้อกล่าวหาไว้ แล้วก็ขยายผลไปในเรื่องอื่นๆ ด้วย ส่วนการเฝ้าระวังกลุ่มคนชาวต่างชาติ เรามีฐานข้อมูลทางการข่าว มีสถิติพฤติการณ์ของคดีที่เราดำเนินคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติเรื่องฟอกเงิน ก็มีข้อมูลอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าในอนาคตทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการจะโอนคดีมา ทางดีเอสไอ พร้อมรับหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสงค์จะโอนข้อมูล ก็ต้องเสนอนำเข้า กคพ. เนื่องจากว่าเป็นคดีความผิดอาญาอื่นที่ไม่อยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ต้องอาศัยมติ กคพ.
ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยปรากฏข้อมูลเชื่อมโยงพวกบัญชีม้ากับคดีที่ดีเอสเอทำก่อนหน้านี้หรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ปรากฏแต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลา เพราะว่าเราเพิ่งรับเรื่องมา
พ.ต.ต.ยุทธนากล่าาวว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องนอมินี เราไปประชุมร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แล้วมีการประสานข้อมูลมา 34 บริษัท ทางกองคดีความมั่นคงไปตรวจสอบแล้ว มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาท จำนวน 21 บริษัท ตอนนี้เราตั้งเรื่องสืบสวนไว้ ก็มีการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ขณะนี้พบข้อมูลที่บ่งชี้ที่อาจจะมีบางส่วนอาจจะเข้าข่ายเป็นนอมินี แต่ต้องตรวจสอบทั้ง 2 เรื่องประกอบกันคือบริษัทนั้นๆ ต้องประกอบธุรกิจต้องห้ามแล้วเป็นนอมินีด้วย หมายถึงว่ามีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวตั้งแต่ 50% ขึ้นไป
พ.ต.ต.ยุทธนากล่าว่า ธุรกิจที่พบนอมินี มีทั้งรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจต่างๆ ที่อยู่ในบัญชีต้องห้าม แต่เราต้องพิสูจน์ในหลายกรณี เช่น คนไทยที่ถือหุ้นนั้น มีศักยภาพที่จะถือหุ้นแทนต่างชาติหรือไม่ อำนาจในการบริหารบริษัท เงินทุนเขาเป็นคนชำระเอง หรือว่าเป็นบุคคลใดมาชำระแทนหรือไม่ ต้องดูประกอบกันหลายอย่าง ต้องใช้เวลาสักพัก
"ที่พบคนไทยเป็นกรรมการ เป็นผู้ถือหุ้นในหลายบริษัท ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่บ่งชี้ว่าน่าจะเป็นนอมินีแล้ว เราก็ต้องไปดูฐานะอาชีพของเขาว่าสามารถเป็นไปได้จริงไหม แต่อย่างที่บอกคือต้องหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เราถึงจะเชื่อได้ว่าเป็นนอมินี " พ.ต.ต.ยุทธนาระบุ
พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ส่วนเคสโรงเรียนอนุบาลที่จ.พังงาเนี่ย น่าจะไม่อยู่ใน 34 ราย ที่ได้ข้อมูลมา เพราะว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแยก ถ้าสินทรัพย์ไม่ถึง 100 ล้านบาท ก็จะส่งไปให้ตำรวจดำเนินการ ทราบว่าตำรวจก็ดำเนินการอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีถ้าเจอเรื่องนอมินี จะต้องไปดูความเชื่อมโยงเรื่องอื่นด้วยไหม เพราะคนเหล่านี้มักจะมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า "ดูทุกมิติ ดูทุกเรื่องครับ แต่ขณะนี้ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าวยังไม่เป็นมูลฐาน ทราบว่า ปปง. กำลังเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมให้ความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินด้วย ถ้าเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินด้วย การควบคุมการปราบปรามก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะสามารถยึดทรัพย์ได้ หรือตรวจที่มาของทุนได้ว่าทุนที่เอามาใช้อาจจะเอามาใช้ฟอก หรือว่าได้รับเงินมาแล้ว เอาเงินนั้นไปจำหน่ายจ่ายโอนไปยังบุคคลใดบ้าง สามารถตามดำเนินคดีได้ครับ"




