ตร.ไทยร่วมมือ เฟซบุ๊ก-FBI ลุยทลายแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ ล่าสุดจับกุมได้ 63 ราย ขณะ บ.Coinbase อายัดคริปโตร่วม 98.1 ล. ด้านเฟซบุ๊กเผยตั้งแต่ ธ.ค.68 ลบเนื้อหาโซเชียลโยงฉ้อโกงแล้ว 1.6 ล้านรายการ ให้ข้อมูล สตช.รวบผู้ต้องหาโยงฉ้อโกงรวม 84 ราย
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงสำนักข่าว Fox News ของสหรัฐอเมริกาที่รายงานข่าวเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้แสดงบทบาทสำคัญในปฏิบัติการต่อต้านแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีบริษัท Meta หรือเฟซบุ๊ก ร่วมนำปฏิบัติการ และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการเงินชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก การปฏิบัติการครั้งนี้ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 63 รายในประเทศไทย พร้อมอายัดเงินสกุลคริปโตกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 98.1 ล้านบาท) ที่เชื่อมโยโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม
ปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งใช้เวลาสองสัปดาห์และเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกที่รวบรวมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แพลตฟอร์มการเงิน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป้าหมายในการปราบปรามระบบนิเวศของการฉ้อโกงในวงกว้าง โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ของไทยเป็นกำลังหลักในการจับกุมผู้กระทำผิดในพื้นที่
แก๊งฉ้อโกงที่ตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการนี้เป็นเครือข่ายอาชญากรรมที่ทางการระบุว่าได้ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากชาวอเมริกันในแต่ละปี ผ่านรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย ทั้งการหลอกลวงโรแมนติก การฉ้อโกงการลงทุนในสกุลเงินคริปโต และแผนการฉ้อโกงออนไลน์อื่น ๆ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าองค์กรเหล่านี้จำนวนมากดำเนินงานจากศูนย์ฉ้อโกงที่ใช้แรงงานบังคับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกจากบทบาทของตำรวจไทยแล้ว ปฏิบัติการครั้งนี้ยังมีการทำงานร่วมกันจากหลายฝ่าย อาทิ บริษัท Meta ได้ลบบัญชีโซเชียลประมาณ 1.4 ล้านบัญชี ซึ่งบัญชีที่ถูกลบเหล่านี้มีทั้งเพจ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ซึ่งอยู่บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและอินสตราแกรม ในส่วนของ Coinbase ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาได้อายัดสินทรัพย์สกุลคริปโตที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้าน Microsoft ได้ปิดใช้งานประมาณ 20,000 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง และบริษัท Starlink ได้ระงับการใช้งานเทอร์มินัลอินเทอร์เน็ตหลายพันเครื่องที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเหล่านี้
นายคริส ซอนเดอร์บี (Chris Sonderby) รองประธานและที่ปรึกษาทั่วไปของ Meta กล่าวว่า "การปกป้องผู้คนทั่วโลกจากการฉ้อโกงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของเรา" และเสริมว่าปฏิบัติการครั้งนี้ "แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการต่อสู้กับนักต้มตุ๋น"
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันครั้งที่สามของ Meta กับหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์ฉ้อโกงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และแสดงให้เห็นถึงขนาดของปฏิบัติการที่เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยจากเดิม Meta ได้ลบเนื้อหาโซเชียลที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงไป 59,000 รายการในเดือนธันวาคม ต่อมาเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 รายการในเดือนมีนาคม และสูงถึง 1.4 ล้านรายการในการปราบปรามครั้งล่าสุดนี้ โดยรวมแล้ว ทั้งสามปฏิบัติการทำให้ Meta ได้ลบเนื้อหาโซเชียลไปแล้วกว่า 1.6 ล้านายการ ซึ่งมีทั้งบัญชี เพจ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง พร้อมให้ข้อมูลข่าวกรองที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 84 รายโดยมีผู้ดำเนินการจับกุมได้แก่ สตช.ของไทย
ต่อมาในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สตช.ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีผู้ดำเนินการคือศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สตช. ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมบูรณาการหาความร่วมมือในการปราบปราม โดยยกระดับความร่วมมือสากลในปฏิบัติการ “Joint Disruption Week” เป็นครั้งที่ 3
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับ Meta กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ ร่วมสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่ดำเนินการอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่ผลลัพธ์ทั้งในโลกออนไลน์และการบังคับใช้กฎหมาย จนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงได้ 63 ราย ขณะที่ Meta ได้ลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมหลอกลวงบน Facebook และ Instagram กว่า 1.4 ล้านรายการ
ขณะที่พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ปฏิบัติการร่วมครั้งที่สามของเรากับ Meta และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายภาคส่วน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงาน หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง ดังนั้นความร่วมมือที่เข้มแข็งและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองอย่างทันท่วงทีจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรื้อถอนเครือข่ายเหล่านี้และปกป้องประชาชนด้วย













