ก.ล.ต.ยื่น ปอศ.กล่าวโทษ ‘ยิม เลียก’ ฐานไม่รายงานกรณีที่‘กองทุน’ของตัวเองได้หุ้น VGI ข้ามจุด 5% ชี้ผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ โทษคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
สำนักข่าว Next News รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ก.ล.ต.กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) หรือนายยิม ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีนายยิม ในฐานะเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) ของกองทุนแห่งหนึ่ง มิได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ประเภทหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) เมื่อการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของกองทุนดังกล่าว ข้ามจุดร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 246 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ)
สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 กองทุนแห่งหนึ่งได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุน VGI ทำให้สัดส่วนการถือหุ้น VGI ของกองทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจนเป็นการข้ามจุดร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ โดย ก.ล.ต. พบข้อเท็จจริงว่า กองทุนดังกล่าวมีนายยิม เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริง ดังนั้น นายยิม จึงมีหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวตามแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้มาหลักทรัพย์ กล่าวคือภายในวันที่ 9 ธันวาคม 2567 แต่ปรากฏว่านายยิม ไม่ได้ยื่นรายงานดังกล่าวต่อ ก.ล.ต. ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนดเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 246 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบกับการที่นายยิม ยังมิได้รายงานแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. ทำให้ไม่แน่ชัดว่านายยิม จะรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าวเมื่อใด ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษนายยิมต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ก.ล.ต.ระบุอีกว่า ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า มาตรา 246 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ระบุว่า “บุคคลใดกระทำการไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่น อันเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการในจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อรวมกันแล้ว มีจำนวนทุกร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้น ไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์นั้นหรือไม่ และไม่ว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจะมีจำนวนเท่าใดในแต่ละครั้ง บุคคลนั้นต้องรายงานการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหลักทรัพย์ในทุกร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการดังกล่าวต่อสำนักงานทุกครั้งทั้งนี้ การคำนวณจำนวนสิทธิออกเสียงและการรายงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการมีสิทธิที่จะซื้อหรือได้รับการส่งมอบหลักทรัพย์ของกิจการอันเนื่องมาจากการเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ที่กิจการมิได้เป็นผู้ออก หรือจากการเข้าเป็นคู่สัญญากับบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด”
สำหรับ มาตรา 298 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ระบุว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 246 มาตรา 247 มาตรา 248 มาตรา 249 มาตรา 251 มาตรา 252 มาตรา 253 มาตรา 254 มาตรา 255 หรือมาตรา 256 หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 247 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง




