“ฟิล์ม-รัฐภูมิ”-“ภาวุธ” เข้าพบ DSI รับทราบข้อหาคดี Forex พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา สส.ปชน.เลี่ยงสื่อ แจง DSI ปัดรู้จักบุคคลในผังสอบสวน เผยข้อหา 2 นักการเมือง-นักแสดง เจอทั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ขณะDSI เดินหน้าสอบเส้นทางการเงินโยงกลุ่มโบรกเกอร์ต่างประเทศ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม" นักแสดงและนักร้องชื่อดัง และนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ "ป้อม" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ณ ศูนย์ราชการอาคารซี (C) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายฟอเร็กซ์หรรือค่าเงินต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนายรัฐภูมิได้เดินทางเข้าให้ปากคำในช่วงเช้า ขณะที่นายภาวุธเดินทางมาถึง DSI ในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น.
นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ได้แสดงท่าทีพร้อมชี้แจงทุกประเด็น โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D แต่อย่างใด และคาดว่าอาจเกิดจากความเข้าใจผิดในการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่าตนเองมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงรับโอนจากนายภูริทัต ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพี่ชายของตนเอง จำนวน 142 ล้านบาทนั้น นายรัฐภูมิยืนกรานว่าข่าวนี้เป็นข่าวมั่วอย่างแน่นอนและไม่มีมูลความจริง โดยตนเองยังรู้สึกงงว่าทำไมถึงมีชื่อตนเองไปรับเงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น และมองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอยเนื่องจากตัวเลขที่กล่าวอ้างไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับบริษัทอีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด โดยยืนยันว่าทั้งสองบริษัทไม่ใช่บริษัทของตนเอง และยังตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด DSI จึงเปิดเผยผังการสืบสวนที่มีชื่อของตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งตนเองจะขอขึ้นไปรับฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อนเพื่อทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม นายรัฐภูมิยังคงปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท QRS ตลอดจนไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับ "โค้ชเจมส์" แต่อย่างใด ทำให้เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดชื่อของตนเองจึงปรากฏอยู่ในสำนวนของดีเอสไอ โดยตลอดการให้สัมภาษณ์ นายรัฐภูมิยังคงแสดงความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม โดยเชื่อว่าทุกหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมกับตนเอง และตนเองก็เคยผ่านกระบวนการยุติธรรมมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรมมาโดยตลอด จึงต้องการรับฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อนเพื่อเตรียมการชี้แจงในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และในวันนี้ยังไม่รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด เพียงแต่อยากขอขึ้นไปฟังรายละเอียดจากพนักงานสอบสวนก่อน พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นว่า การยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ไม่น่าจะถึงขั้นที่ต้องถูกฝากขังต่อศาลเหมือนผู้ถูกกล่าวหาบางรายที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับไปก่อนหน้านี้ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานว่าจะให้ความเป็นธรรมกับตนเอง
ในส่วนของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความส่วนตัว โดยปรากฏตัวที่บริเวณชั้น 2 โถงดีเอสไอ พร้อมถือแฟ้มเอกสารซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่มาด้วย โดยสวมเสื้อสูทและกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงินเข้ม พยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างชัดเจน แม้ผู้สื่อข่าวจะพยายามสอบถามข้อเท็จจริงเล็กน้อยก่อนขึ้นไปให้ปากคำ แต่ปรากฏว่านายภาวุธได้หันหลังและเดินกอดอกออกจากหน้าห้องน้ำ เพื่อไปยืนรอลิฟต์กับทีมงานโดยไม่ทักทายหรือตอบคำถามแต่อย่างใด มีเพียงการชี้แจงจากทีมงานของนายภาวุธว่า หลังจากที่นายภาวุธให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จะลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในภายหลัง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำตัวนายภาวุธขึ้นไปที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ชั้น 9 เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป ก่อนหน้านี้นายภาวุธได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายภาวุธได้มอบอำนาจให้ทีมงานคือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ไปเป็นวันที่ 3 สิงหาคม 2569 แทน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าวและตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้รับทราบและอนุญาตให้เลื่อนได้ตามคำขอ
สำหรับข้อกล่าวหาที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ต้องเผชิญนั้นมีความหนักหน่วงและครอบคลุมหลายประเด็น ได้แก่ ความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษร้ายแรงและสะท้อนถึงลักษณะของคดีที่มีความซับซ้อนและมีผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชนผู้เสียหาย
ด้านตัวแทนทนายความของนายภาวุธ ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า นายภาวุธสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงที่ DSI แจ้งมาได้ทั้งหมด และยืนยันว่านายภาวุธไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกับใครที่ปรากฏในแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอ ไม่ว่าจะเป็นกรณีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม" นักแสดงชื่อดัง หรือแม้กระทั่งกรณีของนายมานิตย์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีข่าวที่ปรากฏในหน้าสื่อก่อนหน้านี้ ที่มีการระบุว่านายภาวุธเคยเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) ด้วยกันกับนายมานิตย์ หรืออ้างว่ามีภาพร่วมงานประชุมสัมมนากันนั้น ทนายความยังคงยืนยันหนักแน่นว่านายภาวุธไม่รู้จักกับนายมานิตย์แม้แต่น้อยนิด ส่วนที่อ้างว่าได้มีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส หรือมีภาพร่วมงานประชุมสัมมนากัน ก็อาจเนื่องด้วยทั้งคู่ถือเป็นผู้เทรดเหมือนกัน แต่ที่สำคัญคือนายภาวุธไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในวันนั้นนายมานิตย์ได้ไปประเทศฝรั่งเศสด้วยหรือไม่ เพราะไม่ได้รู้จักกัน ทนายความชี้แจงเพิ่มเติมว่าการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสในครั้งนั้น เป็นเพราะบริษัท QRS มีการจัดงานแลกของสมนาคุณสำหรับผู้เทรด จึงได้ไปร่วมงานดังกล่าว ซึ่งก็เป็นไปตามที่นายภาวุธเคยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หากวันนี้มีการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ก็ยังคงมีสิทธิในการขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนได้ โดยจะเป็นการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจะอนุมัติการให้ประกันตัวด้วยเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่ หรือจะมีการขอฝากขังต่อศาล และให้ผู้ถูกกล่าวหาไปยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาลแทน ซึ่งเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถใช้สิทธิ์ได้ โดยก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วรวมทั้งสิ้น 22 ราย ซึ่งล่าสุดได้มีการทยอยเดินทางเข้าพบและรับทราบข้อกล่าวหาบางส่วนแล้ว ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ยังคงส่งหนังสือขอเลื่อนหมายเรียกออกไปก่อน




