'เอกนิติ' สั่งเร่งเชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทาตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทำระบบแจ้งเหตุระดับชาติ ติดตามเส้นเงินและอายัดเร็วขึ้น
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม
นายเอกนิติกล่าวภายหลังการประชุมว่า มีการหารือยกระดับการป้องกันและปราบปรามภัยทางการเงิน โดยบูรณาการข้อมูลจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายเอกนิติกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ยกระดับมาตรฐานระบบการยืนยันตัวตน (KYC และ EDD) ให้เป็นมาตรฐานสากลของ Financial Action Task Force (FATF) เพื่อตรวจสอบสถานะลูกค้าเชิงลึก สามารถระบุตัวตนและประเมินความเสี่ยงของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายเอกนิติกล่าวว่า 2.ระบบคลังข้อมูลทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน โดยจัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อให้นักวิเคราะห์ข้อมูล สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์รูปแบบ และพฤติกรรมของมิจฉาชีพ รวมถึงคาดการณ์ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้ล่วงหน้า โดยสิ่งที่จะดำเนินการ ประกอบด้วย 4 เรื่อง
1) ให้หน่วยงานต่าง ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงกัน และให้ลูกค้าเป็นเจ้าของข้อมูลทำระบบยินยอม ลดความเสี่ยงของลูกค้าและประชาชน และปกป้องให้การโกงเกิดได้ยากขึ้น
2) การทำข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อให้คาดการณ์พฤติกรรม และให้นักวิเคราะห์ข้อมูลรู้เท่าทันมิจฉาชีพ เนื่องจากเมื่อกำหนดมาตรการหรือเกณฑ์รายงานธุรกรรม เช่น วงเงิน 5 ล้านบาท มิจฉาชีพอาจปรับพฤติกรรมโดยทำธุรกรรมต่ำกว่าเกณฑ์ จึงต้องพัฒนาระบบให้วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อรู้เท่าทันโจร
3) สร้างระบบการแจ้งเหตุระดับชาติ โดยกระทรวงดีอี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการระบบที่มีอยู่ และเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งครั้งเดียว และข้อมูลถูกส่งต่อไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
4) ระงับเส้นทางการเงินให้รวดเร็ว เพื่อลดความเสียหาย โดยกระทรวงดีอี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระงับเส้นทางเงินได้อย่างรวดเร็ว
นายเอกนิติกล่าวว่า 3.บูรณาการทั้ง 4 เรื่อง เพื่อออกแบบระบบภายใน 30 วัน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล เพื่อสร้างมาตรฐานการแลกเปลี่ยนเดียวกัน วิเคราะห์เส้นทางการเงิน และช่วยประชาชนทั่วไปสกัดธุรกรรมความเสี่ยง
“หัวใจสำคัญ คือช่วยกันสกัดธุรกรรมความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นจะสามารถหยุดความเสียหาย และติดตามเส้นทางการเงินได้เร็ว” นายเอกนิติกล่าว
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า ตัวระบบที่จะใช้เวลา 30 วันในการวางโครงสร้าง เพื่อส่งข้อมูลและติดตามให้ทันขบวนการเงินเทา รวมทั้งติดตาม อายัด และวิเคราะห์พฤติกรรมในเชิงลึกได้ การดูว่าใครผิดหรือไม่ จะดูที่ตัวเงินเป็นหลัก หากเป็นเงินเทาเมื่ออายัดจะพบว่าบางบัญชีเป็นผู้บริสุทธิ์โดนมิจฉาชีพโอนหลอกผ่านบัญชีเขา อย่าวไรก็ตามการปลดล็อกไม่ยาก เพียงผู้ที่ถูกอายัดเงินไปยืนยันกับทางตำรวจ และพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็จะปลดล็อกทันที




