"โรม" ชี้รัฐบาลเลือกปฏิบัติคดีเว็บพนัน หลังนิ่งเฉยบ่อน Shuffle เตรียมเรียก สส. สุชาดา ชี้แจง กมธ. ชี้ ปัญหาใหญ่กว่าแค่บุคคล แต่เป็นวิกฤตระบบราชการ ขู่ ซักฟอกรัฐบาลชุดใหญ่ 18 รัฐมนตรี ส่อแววใช้เวลา 5 วัน หากบีบเหลือ 3 วัน สะท้อนความไม่มั่นใจ เตือน "ระบอบสีน้ำเงิน" บ่อนทำลายหลักนิติรัฐ วอน สส. ทุกฝ่ายยึดมั่นคุณธรรม
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงประเด็นสำคัญทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ส.ส. ไอเดีย ที่มีสามีเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงความคืบหน้าของการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ข้อสังเกตกรณี สส. สุชาดา
นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่าในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการฯ มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเกินกว่าแค่ สส. เพียงคนเดียวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก คือการตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ และแม้แต่กองสอบสวนกลาง นายรังสิมันต์ตั้งคำถามว่าหน่วยงานเหล่านี้กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ประธาน กมธ. กฎหมายฯ ได้กล่าวถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าเหรียญ “Shuffle” ถูกลิสต์โดย ก.ล.ต. เอง ซึ่งเป็นจุดที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาว่าเหตุใดการพนันออนไลน์จึงยังคงแพร่หลายและไม่หมดไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหน่วยงานที่มีอำนาจรัฐเองก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่าเหตุใดจึงไม่ดำเนินการตรวจสอบ สส. สุชาดา ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าสามีถือหุ้น 1% ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน การตั้งคำถามนี้ชี้ไปที่การปฏิบัติหน้าที่ที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรืออาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเกรงว่าการสอบสวนอาจจะขยายวงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนอื่นๆ
นายรังสิมันต์ยังได้แสดงข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของตำรวจไซเบอร์ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามการพนัน แต่กลับไม่ปรากฏการดำเนินการใดๆ ในกรณีนี้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งโต้แย้งข้ออ้างที่ว่าเว็บ Shuffle นั้นถูกกฎหมายในประเทศที่ตั้ง เพราะเว็บพนันอื่นๆ ที่เปิดให้บริการในต่างประเทศก็ถูกกฎหมายในประเทศนั้นๆ เช่นกัน แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือการให้คนไทยเข้าไปเล่น ซึ่งจากข้อมูลก็พบว่ามีคนไทยเข้าไปเล่นจริง นอกจากนี้ กองสอบสวนกลางที่เริ่มต้นจากคดี 40 ล้านบาท ก็มีความสามารถที่จะขยายขอบเขตการสอบสวนเรื่องนี้ได้ แต่กลับไม่มีการดำเนินการ และแม้แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ดูเหมือนจะไม่มีความสนใจ ทั้งที่เคยโฆษณาว่าได้ปราบปรามเว็บพนันไปแล้วนับล้านเว็บ
ประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ ได้เรียกร้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาดำเนินการเชิงรุก โดยไม่จำเป็นต้องรอคดี และตั้งข้อสังเกตว่าอย่าให้ ปปง. ถูกกล่าวหาว่ามีการ "ตัดตอนคดี" นี้ พร้อมทั้งเปรียบเทียบมาตรฐานการตรวจสอบระหว่างกรณีของ สส. สุชาดา กับกรณีของ สส. ภูเก็ต และกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น
นายรังสิมันต์กล่าวว่ากรณีของ สส. สุชาดา มีความร้ายแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการใช้สกุลเงินดิจิทัลในการฟอกเงิน เนื่องจากยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมเงินดิจิทัล ทำให้สามารถโอนและฟอกเงินได้ง่าย
หากรัฐบาลดำเนินคดีกับ ส.ส. ภูเก็ต และคุณภาวุธ ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกันนี้กับ สส. สุชาดา ด้วยเช่นกัน การที่รัฐบาลเลือกที่จะนิ่งเฉยในกรณีนี้ สะท้อนถึงการปกป้องพวกพ้องและการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้ หากนักการเมืองของพรรคประชาชนมีปัญหา ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่" นายรังสิมันต์กล่าว
จี้ สส. สุชาดา ชี้แจง
สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมในช่วงเช้า นายรังสิมันต์ โรม ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย อาทิ ก.ล.ต. ,ตำรวจไซเบอร์ และตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรม มาร่วมชี้แจง โดยจะมีการเชิญ สส. สุชาดา เข้าร่วมด้วย
นายรังสิมันต์ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้รับการติดต่อตอบรับ แต่ในฐานะ สส. และสมาชิกสภา การติดต่อคงไม่เป็นอุปสรรค และขึ้นอยู่กับว่าเจ้าตัวจะมาหรือไม่ การไม่มาชี้แจงจะยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยในความบริสุทธิ์ใจของ สส. สุชาดา ที่เคยเรียกร้องให้ กมธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง
ประธานกรรรมาธิการกฎหมายฯ ย้ำว่าการเชิญบุคคลมาชี้แจงเป็นอำนาจของประธานกรรมาธิการในการบรรจุวาระ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นไปตามความต้องการของ ส.ส. สุชาดา ที่เคยเรียกร้องให้มีการสอบข้อเท็จจริงนี้ กรรมาธิการกฎหมายฯ ชุดนี้เสียงข้างมากเป็นฝ่ายรัฐบาล ซึ่งแม้ตนจะเป็นประธาน แต่ก็ไม่สามารถใช้อำนาจประธานในการขัดขวางหรือช่วยเหลือได้ หากมีคำถามใดๆ ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะนายศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการกฎหมายฯ ที่เชี่ยวชาญ ก็สามารถช่วยตั้งคำถามเพื่อให้กระบวนการต่างๆ เกิดความเป็นธรรมกับ สส. สุชาดา มากขึ้น ตนในฐานะฝ่ายค้านจะใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมา และยืนยันว่าข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ รวมถึงองค์กรอิสระ จะเป็นเครื่องกำกับให้ตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส
สำหรับกรณีที่ สส. รัฐบาลบางคนรวมถึงนายศุภชัยไม่เข้าร่วมประชุมในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของประธานนั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่าเป็นการแสดงความคิดเห็น และเคารพในความเห็นของนายศุภชัย ซึ่งเป็นรองประธานคนที่ 2 และเคยเป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้มาก่อน โดยยืนยันว่าแนวปฏิบัติทั้งหมดที่ดำเนินการ ไม่ได้แตกต่างจากในยุคอื่นๆ เพราะตนเองก็เคยเป็นกรรมาธิการในยุคที่คุณศุภชัยเป็นประธาน ทุกขั้นตอนได้ปฏิบัติแบบที่เคยทำกันมา เพียงแต่ตัวคุณศุภชัยอาจจะไม่เห็นด้วย และมองว่ามีการบรรจุเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตนพร้อมรับฟังข้อวิจารณ์และจะทำหน้าที่อย่างมีวุฒิภาวะเพื่อให้การทำงานของกรรมาธิการดำเนินต่อไปได้ แม้จะเผชิญกับแรงเสียดทาน การตั้งคำถาม หรือการเสียดสีใดๆ ก็ตาม
ตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายรังสิมันต์ กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยระบุถึงข้อเสนอของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้มีการอภิปรายในวันที่ 26 ตุลาคม เป็นเวลา 3 วัน ว่าตนยังไม่ได้รับการประสานงานโดยตรง และมองว่าการกำหนดวันและระยะเวลาการอภิปรายเป็นเรื่องที่จะต้องหารือผ่านกลไกวิป 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย สส.ฝั่งรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และฝ่ายค้าน การที่อยู่ๆ จะเคาะวันมาให้เลยนั้น นายรังสิมันต์ระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่เคารพฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอญัตติ การดำเนินการเช่นนี้จึงไม่แตกต่างอะไรกับการที่รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ด้วยจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาถึง 18 คน และการที่ฝ่ายค้านได้เตรียมผู้อภิปรายไว้เป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งในแง่ของจำนวนเวลาและตัวบุคคลที่เตรียมไว้ การอภิปรายให้ครอบคลุมทุกประเด็นจึงจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5 วัน หากรัฐบาลยืนยันที่จะให้เพียง 3 วัน นายรังสิมันต์ชี้ว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัย ความกังวล และความไม่มั่นใจของรัฐบาลว่าการให้เวลาฝ่ายค้านอย่างเพียงพออาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ นายรังสิมันต์จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยุติพฤติกรรมที่พยายามบีบบังคับ และมาดำเนินการอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมคือการพูดคุยหารือกันก่อน
ประธานกรรมาธิการ กฎหมายฯ ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของฝ่ายค้านในการอภิปรายครั้งนี้ โดยระบุว่าได้เตรียมข้อมูลไว้มากมายและมีการ "จัดหนักจัดเต็ม" อย่างแน่นอน ข้อมูลที่จะนำเสนอต่อสภาจะมีทั้งส่วนที่สื่อมวลชนและสาธารณชนพอจะคาดเดาได้ และส่วนที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ฝ่ายค้านมั่นใจว่าข้อมูลเหล่านี้จะสามารถนำไปสู่การเอาผิดนักการเมือง ทั้งรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องในฝั่งรัฐบาลได้ หากบ้านเมืองมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นปกติ สิ่งที่ฝ่ายค้านคาดหวังนอกเหนือจากการตรวจสอบตามหน้าที่ คือการเรียกร้อง "มโนธรรมสำนึก" จากเพื่อน สส. ทุกคน นายรังสิมันต์ตั้งคำถามว่า ในสภาพปัจจุบันที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ เราจะยอมให้ "ระบอบสีน้ำเงิน" เข้ามา "กินรวบโพยเรียบ" และ "เหิมเกริม" ใช้อำนาจโดยไม่สนใจหลักนิติรัฐ ไม่ใส่ใจการบริหารเศรษฐกิจ หรือความเป็นอยู่ของประชาชน คิดแต่เพียงพวกพ้องและเครือข่าย ทำกันเป็นขบวนการ อย่างนี้ต่อไปจริงหรือ
นายรังสิมันต์กล่าวว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ "ไม่ไหวแล้ว" และหวังว่า สส. ทุกคนจะใช้ "เศษเสี้ยวแห่งความดีในจิตใจ" ที่มีอยู่ มาตัดสินใจอย่างดีที่สุด ฝ่ายค้านได้ทำงานและเตรียมการมาเป็นเวลานาน และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดของผู้อภิปรายและข้อมูลต่างๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การอภิปรายครั้งนี้จะเน้นพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพียงวาทศิลป์ และจะคิดไปถึงการดำเนินการตามกฎหมายหลังจากนั้นด้วย โดยรัฐมนตรีแต่ละคนจะถูกอภิปรายด้วยระยะเวลาที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำนวนและรายละเอียดของประเด็น การที่รัฐบาลพยายามบีบเวลาฝ่ายค้านจึงเท่ากับเป็นการบีบเวลาของฝ่ายรัฐบาลเองในการชี้แจงต่อข้อกล่าวหา แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้อาจไม่ได้สนใจที่จะชี้แจง เพราะเชื่อมั่นในอำนาจและอิทธิพลของตน โดยไม่ได้ใส่ใจหลักนิติธรรมและความถูกต้องของบ้านเมือง
จุดยืนต่อการยุบพรรค
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงแนวคิดของพรรคประชาชนเกี่ยวกับการยุบพรรคว่า โดยส่วนตัวแล้วตนไม่เชื่อว่าพรรคการเมืองควรจะถูกยุบด้วยกลไกเหล่านี้ เว้นแต่ว่าพรรคการเมืองนั้นมีวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้นคือการทำผิดกฎหมายอย่างเดียว ซึ่งตนเชื่อว่าคงไม่มีพรรคการเมืองใดมีเป้าหมายเช่นนั้น ดังนั้น โอกาสที่พรรคจะถูกยุบจึงเป็นไปได้ยากมาก พรรคประชาชนไม่ได้ใช้ประเด็นเหล่านี้มาเป็นโจทย์ในการทำงาน แต่ยึดมั่นในหลักการเป็นสำคัญ หากในกรณีที่มีการพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง มีเส้นทางการเงินชัดเจน พรรคก็ไม่ได้มีความคิดที่จะนำไปสู่การยุบพรรคแต่อย่างใด
สิ่งที่พรรคประชาชนต้องการเห็นมากกว่าคือ "ความรับผิดชอบทางกฎหมาย" และ "ความรับผิดชอบทางการเมือง" ของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็น นายชัยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคม (ดีอี) นายอนุทิน ชาญวีรกุล และนักการเมืองคนอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ โดยพรรคให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
ประธานกรรมาธิการ กฎหมายฯ ยังได้กล่าวถึงเรื่องมาตรฐานการตรวจสอบ โดยอ้างคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ว่า "ปิดชื่อพฤติกรรม" แต่กลับ "ดูสี" ด้วยว่าสีไหน ซึ่งตนมองว่านี่คือการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเลือกปฏิบัติ โดยยกตัวอย่างกรณีของ สส. ภูเก็ต และนายภาวุธ ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่กรณีของ สส. สุชาดา กลับไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ทั้งที่เรื่องนี้มีความร้ายแรงไม่แพ้กัน เพราะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับการตรวจสอบ นายรังสิมันต์จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลดำเนินการอะไรกับกรณีของ สส. สุชาดา บ้าง




