บล็อกเกอร์ออสซี่ รอดคุกไทย หลังขอโทษหน่วยงานตรวจสอบสื่อมาเลย์ คดีหมิ่นประมาท ขณะหน่วยงานสิทธิชี้คดีนี้สะท้อนปัญหาปราบปรามข้ามชาติ ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทไทยเป็นเครื่องมือ ด้าน สว.ไทยหวังมีการปฏิรูปกฎหมายเกิดขึ้น
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงข่าวจากสื่อในประเทศออสเตรเลียว่า นายเมอร์เรย์ ฮันเตอร์ อดีตนักวิชาการชาวออสเตรเลีย รอดพ้นจากการต้องโทษจำคุกในประเทศไทย หลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารของมาเลเซียยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลไทยในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา โดยนายฮันเตอร์ ซึ่งเติบโตในเมืองเมลเบิร์นและอาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 20 ปี ได้กล่าวขอโทษต่อคณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย (Malaysian Communications and Multimedia Commission - MCMC) และลบโพสต์หมิ่นประมาทในบล็อกของเขา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้คณะกรรมการ MCMC ดำเนินการฟ้องร้อง
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายฮันเตอร์ถูกตำรวจไทยจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนขึ้นเครื่องบินไปฮ่องกง และถูกควบคุมตัวในห้องขังเป็นเวลา 24 ชั่วโมง คณะกรรมการ MCMC ได้โต้แย้งโพสต์ของนายฮันเตอร์สี่โพสต์ที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Substack ซึ่งเขากล่าวหาว่าหน่วยงานนี้ใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร
นายอัครชัย ชัยมนีกรเกษม จากมูลนิธิทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (Thai Lawyers for Human Rights) ซึ่งเป็นตัวแทนของนายฮันเตอร์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กล่าวว่ากรอบกฎหมายหมิ่นประมาททางอาญาของไทยอนุญาตให้ผู้ฟ้องร้อง ไม่ว่าจะมาจากนอกประเทศ สามารถเริ่มกระบวนการทางอาญาได้ การไกล่เกลี่ยที่สั่งโดยผู้พิพากษาไทยเป็นเวลาหลายเดือนได้สิ้นสุดลงเมื่อนายฮันเตอร์ตกลงที่จะขอโทษและถอนบทความทั้งหมด
"ผมยอมรับว่าความคิดเห็นและบทความของผมเกี่ยวกับ MCMC และบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจถูกตีความว่าไม่ถูกต้อง ทำให้เข้าใจผิด และนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้" ข้อความขอโทษของนายฮันเตอร์ระบุ ขณะที่คณะกรรมการ MCMC แถลงต่อสำนักข่าวเอบีซี (Australian Broadcasting Corporation - ABC) ว่า "เรื่องนี้กำลังถูกนำไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างเป็นระเบียบ"
ส่วนนายฮันเตอร์กล่าวว่าประสบการณ์ที่ยาวนานหลายเดือนซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงประนีประนอมยอมความได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเขา
ด้านนางแดเนียลา กัฟชอน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ประจำออสเตรเลีย กล่าวว่าข้อกล่าวหาต่อนายฮันเตอร์นั้น "มีปัญหาอย่างยิ่งและไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก" เธอมองว่ากรณีของนายฮันเตอร์เป็น "พรมแดนใหม่" ในความพยายามของรัฐบาลมาเลเซียที่จะปราบปรามเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
กลุ่มสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก เพน อินเตอร์เนชั่นแนล (PEN International) ยินดีกับการยุติปัญหาแต่เรียกร้องให้มาเลเซียยกเลิกคดีที่เหลือทั้งหมดต่อนายฮันเตอร์และคืนสิทธิ์ในการเข้าถึงจดหมายข่าว Substack ของเขาในประเทศมาเลเซีย
นายไมเคิล โรเซน-ลูปู หัวหน้า PEN ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "แม้ว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงแล้ว แต่คดีนี้แสดงให้เห็นว่าระบบกฎหมายสามารถถูกใช้เป็นอาวุธเพื่อข่มขู่สื่อมวลชนนอกพรมแดนได้อย่างไร" เขากล่าวเสริมว่าสิ่งนี้สร้างแบบอย่างที่เป็นอันตราย ส่งสัญญาณไปยังนักเขียนและนักวิจารณ์ว่าการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์อาจทำให้พวกเขาตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามจากการจำคุกในต่างประเทศ
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาไทยที่อยู่ในคณะกรรมการรัฐสภาด้านสิทธิมนุษยชนและกิจการต่างประเทศ กล่าวว่าเขามีความ "ระมัดระวังแต่ก็มองโลกในแง่ดี" ว่าประเทศไทยจะปฏิรูปกฎหมายหมิ่นประมาท โดยคดีของนายฮันเตอร์ดูเหมือนจะเป็นการปราบปรามข้ามชาติที่หน่วยงานรัฐต่างชาติใช้ระบบยุติธรรมของไทยเพื่อปิดปากนักวิจารณ์ที่พวกเขาอาจไม่สามารถปิดปากด้วยวิธีการทางอาญาในเขตอำนาจของตนเองได้
คณะกรรมการ MCMC ยังคงกล่าวว่าจะสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีทางกฎหมายต่อ "ในกรณีที่เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ละเมิดข้อตกลงใด ๆ หรือกฎหมายใด ๆ ของมาเลเซีย" และจะ "ยังคงตรวจสอบสิ่งพิมพ์ที่เป็นอันตรายหรือละเมิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมด"
นายฮันเตอร์เผยว่า MCMC ได้พุ่งเป้าไปที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย Substack ของเขา ซึ่งเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่ แต่ไม่เกี่ยวกับประเทศมาเลเซียด้วยซ้ำ การดูหมิ่นศาสนาเป็นอาชญากรรมในมาเลเซียซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และการอภิปรายสาธารณะในประเด็น "สาม ร." ได้แก่ ราชวงศ์ เชื้อชาติ และศาสนา (Royal, Races, Religious) ถือเป็นสิ่งต้องห้าม
ส่วนทนายความสาธารณะและอดีตหัวหน้าคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งมาเลเซีย (Malaysian Anti-Corruption Commission) นางลาธีฟา โคยา กล่าวว่า MCMC "ไม่ควรดำเนินคดีกับเมอร์เรย์ ฮันเตอร์เลย" และคดีนี้เป็น "การใช้อำนาจและเงินในทางที่ผิดโดยสิ้นเชิง"
ศูนย์เพื่อวารสารศาสตร์อิสระในกรุงกัวลาลัมเปอร์ (Centre for Independent Journalism - CIJ) ระบุว่า "สถาบันสาธารณะอย่าง MCMC ซึ่งได้รับเงินทุนจากผู้เสียภาษี ควรเปิดกว้างต่อการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์"
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ชาวมาเลเซียบางคนได้วิพากษ์วิจารณ์นายฮันเตอร์และปกป้อง MCMC อาทิ นายอาฮิรูดิน อัตตัน นักข่าวและบล็อกเกอร์ซึ่งเป็นประธานสโมสรนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (National Press Club of Malaysia) กล่าวว่า "หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศไทยและคิดว่าการหมิ่นประมาทบุคคลหรือสิ่งใด ๆ ในมาเลเซียนั้นปลอดภัย คุณคิดผิดแล้ว"
บล็อกเกอร์อีกคนหนึ่งคือนายซาลาฮุดดิน ฮิชาม กล่าวหาว่านายฮันเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของ "แผนการ" กับสื่อต่างชาติเพื่อเผยแพร่ "ข้อมูลเท็จที่เป็นอันตราย" และ "ทำลาย" ชื่อเสียงของบุคคลสาธารณะรวมถึงสมเด็จพระราชาธิบดีของมาเลเซีย
มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 88 จาก 180 ประเทศในดัชนีเสรีภาพสื่อโลก และบางคนแย้งว่าเสรีภาพสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังลดลง มีคดีและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพสื่อในมาเลเซียเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น การกวาดล้างนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) 5 คนในปี 2563และการตัดสินจำคุกนักข่าวชาวอังกฤษ แคลร์ รีวคาสเซิล บราวน์ ในปี 2567 ในข้อหาดูหมิ่นราชวงศ์
นายฮันเตอร์กล่าวว่าเขาจะยังคงเขียนบล็อกเกี่ยวกับการเมืองมาเลเซียต่อไปและกำลังร่วมเขียนหนังสือเกี่ยวกับการปราบปรามผู้วิจารณ์ข้ามชาติ





