นักวิเคราะห์สังคมชี้กัมพูชาส่อเจอข้อครหาระดับโลก ปมมอบสัญชาติ-พาสปอร์ตทูตให้หัวหน้าอาชญากร หลังพบเฉิน จื้อ ได้สัญชาติผิดกฎหมาย - อ้างเบน สมิธ ผู้ฟอกเงิน ถือพาสปอร์ตทูตกัมพูชา เตือนภาพลักษณ์ประเทศจะมัวหมอง หากรัฐบาลไม่สอบสวนอย่างโปร่งใส
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มกราคม สำนักข่าวกัมพูชาเดล์ลี่ (Cambodia Daily) รายงานข่าวว่านักวิเคราะห์ด้านสังคมและการเมืองได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรข้ามชาติที่ถูกสหรัฐอเมริการะบุตัว และพบว่ามีการถือสัญชาติกัมพูชา รวมถึงหนังสือเดินทางทางการทูต ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับประชาคมโลกและอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
นายเส็ง วันลี่ ผู้เชี่ยวชาญชาวกัมพูชาด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียแปซิฟิก ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 มกราคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลกัมพูชาต้องชี้แจงกรณีที่หัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลก ซึ่งถูกระบุโดยสหรัฐอเมริกาว่าเป็นเป้าหมายในการจับกุม กลับมีสัญชาติกัมพูชาและถือหนังสือเดินทางทางการทูต นายเส็งเตือนว่า หากรัฐบาลไม่เริ่มการสอบสวนภายในที่โปร่งใส ภาพลักษณ์ของกัมพูชาจะถูกทำลายจากการขายสัญชาติและหนังสือเดินทางให้กับอาชญากรผู้บงการที่มีพฤติกรรมหลอกลวง ขู่กรรโชก และฟอกเงินทั่วโลก
นายเส็งกล่าวเสริมว่า การที่ผู้ฟอกเงินระหว่างประเทศสามารถถือหนังสือเดินทางประเภทนี้ได้ แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาไม่เพียงแต่ให้ที่พักพิงแก่อาชญากรเท่านั้น แต่ยังให้ "เอกสิทธิ์ทางการทูต" เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมทางอาญาและการฟอกเงินทั่วโลก เขายังตั้งข้อสังเกตว่า การได้มาซึ่งหนังสือเดินทางทางการทูตนั้น ไม่ได้มาจากแค่การมีสัญชาติเท่านั้น แต่ต้องมีตำแหน่งทางการในรัฐบาลหรือบทบาทเฉพาะที่แสดงถึงการเป็นตัวแทนของรัฐ
ข้อกังวลเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชายืนยันการจับกุมอาชญากรชาวจีน นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) เมื่อเร็วๆ นี้ ในข้อหาได้สัญชาติกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย นายปราก ซกฮอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการระหว่างประเทศ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 ว่า การจับกุมนายเฉิน จื้อ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงออนไลน์
นายปรัก สุคน ยืนยันว่านายเฉิน จื้อ มีสัญชาติกัมพูชาจริง แต่การสอบสวนพบว่าการได้มาซึ่งสัญชาตินั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ตัดสินใจเนรเทศเขากลับไปยังประเทศจีนเนื่องจากเป็นพลเมืองจีน สำหรับกรณีนี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซึ่งกล่าวว่าการหายตัวไปของชาวจีนในกัมพูชาเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นมิตร และเตือนให้รัฐบาลกัมพูชาปราบปรามศูนย์การฉ้อโกงและการพนันอย่างจริงจังมากขึ้น
จากข้อมูลย้อนหลัง พบว่าในปี 2557 พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชาได้ทรงออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานสัญชาติกัมพูชาแก่นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นชาวจีนจากมณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำขอของ นายฮุน เซน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จนกระทั่งปี 2559 นายฮุน เซน ได้ขอให้พระมหากษัตริย์ออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานบรรดาศักดิ์ "ออกญา" แก่นายเฉิน จื้อ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ และต่อมาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 นายฮุน เซน ยังได้ขอให้พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายเฉิน จื้อ เป็นที่ปรึกษา
นอกจากกรณีของนายเฉิน จื้อ แล้ว ยังมีกรณีของนายเบน สมิธ (Ben Smith) หรือชื่อจริง เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) ซึ่งถูกสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นนักฟอกเงินระดับโลก และถือหนังสือเดินทางทางการทูตของกัมพูชา นายฮุน เซน ได้ขอให้พระมหากษัตริย์แต่งตั้งนายเบน สมิธ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว โดยหนังสือเดินทางของนายเบน สมิธ ที่ได้รับเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เป็นหนังสือเดินทางทางการทูตซึ่งระบุว่าเขาเป็นที่ปรึกษาของนายฮุน เซน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 นายทอม ไรต์ อดีตนักข่าววอลสตรีเจอร์นอล ได้รายงานว่านายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ได้กลายเป็นผู้ฟอกเงินให้กับตระกูลชินวัตรของไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกัมพูชาและกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนของสหรัฐอเมริกา นายทอม ไรต์ ยังเขียนในเว็บไซต์ข่าว Project Brazen เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ว่า เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เบนจามิน เบอร์เกอร์ ได้ซื้อเครื่องบิน Gulfstream G550 สำหรับนายยิม เลียก เพื่อการเดินทางส่วนตัว ในราคา 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (621,110,000 บาท)
นายเส็ง วันลี่ ระบุว่า คำขอโทษของนายปรักในกรณีของนายเฉิน จื้อ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความอับอายของรัฐบาลกัมพูชาในการปกป้องอาชญากร เนื่องจากสหรัฐฯ จะไม่ยอมแพ้ในการตามล่าอาชญากรที่หลอกลวงเหล่านี้





