News Logo
หน้าแรก
สื่ออินเดีย:นักค้าของเถื่อนเปลี่ยนเป้า จากทองสู่กัญชาไทย กำไร 100 เท่า

สื่ออินเดีย:นักค้าของเถื่อนเปลี่ยนเป้า จากทองสู่กัญชาไทย กำไร 100 เท่า

29 ม.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 49 คน

สื่ออินเดียเผย นักค้าของเถื่อนเปลี่ยนเป้าหมาย จากเคยลักลอบขนทองคำเปลี่ยนมาขนกัญชาไทย เหตุผลเพราะกัญชาไทยเป็นที่่ต้องการ กำไรสูงกว่าทองถึง 100 เท่า พร้อมรับความเสี่ยงแม้โทษหนักกว่า เพื่อผลตอบแทนมหาศาล

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สำนักข่าวไทม์สออฟอินเดียได้รายงานข่าวอ้างอิงบทสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติอมฤตสาร์ในรัฐปัญจาบ ประเทศอินเดีย ซึ่งเปิดเผยวาแม้ราคาทองคำในอมฤตสาร์จะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.6 ล้านรูปี (ประมาณ 704,000 บาท) ต่อ 10 กรัม แต่การลักลอบนำเข้าโลหะมีค่ากลับลดลงอย่างฮวบฮาบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ค้าของเถื่อนกำลังเบนเป้าหมายไปที่การลักลอบนำเข้า “กัญชาไฮโดรโปนิกส์” จากประเทศไทย ซึ่งได้ปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดในปี 2565 และไไทยด้กลายเป็นแหล่งของกัญชาสายพันธุ์คุณภาพสูงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า กัญชามีส่วนต่างกำไรที่สูงกว่าทองคำเกือบ 100 เท่า โดยเคยทำกำไรได้ถึง 30% ในช่วงปี 2544-2568 แต่ปัจจุบันจากกัญชาลดเหลือ 25% ขณะที่ทองคำนั้นมีอัตรากำไรที่ลดลงอย่างฮวบฮาบมากเมื่อเทียบกับกัญชา

ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า กัญชาไฮโดรโปนิกส์ที่ขายในประเทศไทยมีราคาประมาณ 75,000 – 100,000 รูปี (ประมาณ 33,000 – 44,000 บาท) ต่อกิโลกรัม แต่เมื่อลักลอบเข้ามาในอินเดีย ราคาจะพุ่งสูงถึง 1 ล้าน – 1.5 ล้านรูปี (ประมาณ 440,000 – 660,000 บาท) ต่อกิโลกรัม และเมื่อถึงมือผู้บริโภคปลายทาง ราคาสามารถทะยานไปได้เกือบ 10 ล้านรูปี (ประมาณ 4.4 ล้านบาท) ต่อกิโลกรัม ทำให้เป็นการค้าที่ทำกำไรมหาศาล ซึ่งแตกต่างจากทองคำ

นอกจากนี้ ยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอินเดียสำหรับกัญชาที่มาจากประเทศไทย ซึ่งเชื่อกันว่ากัญชาไทยมีระดับสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางจิตในกัญชาที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม การลักลอบขนทองคำมักจะมีอัตราการการประกันตัวในการต่อสู้คดีง่ายกว่า เพราะการค้ากัญชาในอินเดียถือว่าผิดกฎหมายพระราชบัญญัติยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (NDPS) ทำให้การประกันตัวเป็นไปได้ยากกว่ามาก แต่แม้จะมีความเสี่ยงสูงเช่นนี้ ทว่าผู้ค้าของเถื่อนก็ยังคงยินดีที่จะเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ

กรมศุลกากรอินเดียเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2567-2568 มีการยึดทองคำได้เกือบ 45 กิโลกรัมที่สนามบินอมฤตสาร์ แต่ในปีงบประมาณปัจจุบัน ยอดการยึดลดลงถึง 20% เหลือเพียง 950 กรัมเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม คดีการยึดทองคำที่สนามบินลดลงถึง 80% จาก 31.5 กิโลกรัมใน 3 คดี ในปีงบประมาณ 2563-2564 เหลือเพียง 2.5 กิโลกรัมใน 16 คดีในปัจจุบัน

เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า การลดลงของการลักลอบทองคำเป็นผลมาจากการลดลงของส่วนต่างราคาระหว่างทองคำในดูไบกับอินเดีย ควบคู่ไปกับการลดภาษีศุลกากรลงอย่างมาก โดยภาษีศุลกากรทั้งหมดสำหรับทองคำที่เคยอยู่ที่ 10% (รวมค่าธรรมเนียม) ได้ลดลงเหลือเพียง 7.5% แล้ว

“สิ่งนี้ได้ลดแรงจูงใจสำหรับผู้ลักลอบลงอย่างมาก” เจ้าหน้าที่อธิบาย “นอกจากนี้ ช่องว่างราคาระหว่างดูไบและอินเดียยังแคบลงอย่างเห็นได้ชัด”

แหล่งข่าวจากกรมศุลกากรเปิดเผยว่า ในช่วงปี 2564-2566 (ค.ศ. 2021-2023) ที่ภาษีสูงกว่าและส่วนต่างราคาน่าดึงดูดใจกว่า ผู้ลักลอบสามารถทำกำไรได้ถึง 5 ล้าน – 7 ล้านรูปี (ประมาณ 2.2 ล้าน – 3 ล้านบาท) ต่อทองคำหนึ่งกิโลกรัม และสามารถประหยัดได้ 500,000 – 700,000 รูปี (ประมาณ 220,000 – 308,000 บาท) ต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันทองคำหนึ่งกิโลกรัมมีราคาเกือบ 15 ล้านรูปี (ประมาณ 6.6 ล้านบาท) ขณะที่กำไรลดลงเหลือเพียง 300,000 รูปี (ประมาณ 132,000 บาท) ซึ่งส่วนต่างกำไรที่ลดลงนี้ทำให้ผู้ลักลอบท้อใจและเบนเข็มไปที่กัญชาจากไทย

เจ้าหน้าที่ศุลกากรกล่าวว่า ผู้ลักลอบใช้ขนกัญชาเทคนิคการซุกซ่อนในชนิดที่คาดไม่ถึงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ในกรณีล่าสุดที่สนามบินนานาชาติอมฤตสาร์ มีการพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบทรายชกมวย ขวดแชมพู และภาชนะบรรจุครีมบำรุงผิว ซึ่งทั้งหมดถูกยึดระหว่างการตรวจสอบตามปกติ

ที่มา https://timesofindia.indiatimes.com/city/chandigarh/smugglers-ditch-dubai-gold-for-hydroponic-ganja-from-thailand/articleshow/127724806.cms#

Author Avatar

ผู้เขียน

กิตติกร แสงทอง
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
กัญชา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

NGO สวิส: ปลดล็อกกัญชาไทย ช่องว่าง กม. เปิดประตู ชวนอาชญากรข้ามชาติ
NGO สวิส: ปลดล็อกกัญชาไทย ช่องว่าง กม. เปิดประตู ชวนอาชญากรข้ามชาติ