News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ

1 ก.พ. 2569 06:00
ผู้ชม 36 คน

อัยการยังกล่าวหาว่าเขาได้รับเงินประมาณ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 61.2 ล้านบาท) และ 978,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35.2 ล้านบาท) จากสองสัญญาที่ไม่มีอยู่จริงสำหรับการติดตั้งระบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งสัญญาแรกนั้นเกิดขึ้นในช่วงก่อนเดือน ก.ค.2553 ก่อนที่เขาจะซื้อบ้านที่สหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. 2553 และอีกสัญญาเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค.2554

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอนำเสนอข่าวการทุจริตในต่างประเทศ ที่เข้ากับกระแสข่าวความไม่โปร่งใสในการจัดการเงินประกันสังคมของไทย 

โดยสำนักข่าวโครงการการรายงานข่าวด้านองค์กรอาชญากรรมและการทุจริตหรือ OCCRP ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่กองทุนเงินบำนาญของประเทศไนจีเรียสามารถเอาเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หลายแห่งที่ดูไบและที่สหรัฐอเมริกา

รายงานข่าวระบุว่าหน่วยงานตรวจสอบของประเทศไนจีเรีย พบทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ 4 รายการเพิ่มเติมที่ นายอับดุลราชิด มาอินา (Abdulrasheed Maina) อดีตเจ้าหน้าที่กองทุนบำนาญของไนจีเรีย ซื้อด้วยเงินสดในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งอสังหาฯเหล่านี้ยังไม่ถูกยึดโดยทางการไนจีเรีย แม้ว่านายมาอินาจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟอกเงินก็ตาม

รายละเอียดคดี

นายมาอินา ซึ่งเคยได้รับแต่งตั้งให้ดูแลเงินทุนเกษียณของชาวไนจีเรียหลายล้านคน ถูกศาลตัดสินในปี 2564 ว่าฟอกเงินจากกองทุนที่เขาควรจะปกป้อง และถูกตัดสินจำคุกสูงสุด 8 ปี โดยผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีเน้นย้ำว่า "เงินเดือนของจำเลยในฐานะข้าราชการมีเพียงเล็กน้อย ประมาณ 300,000 ไนรา (ประมาณ 27,375 บาท) ซึ่งไม่สามารถรวมกันเป็น 2 พันล้านไนรา (ประมาณ 182.5 ล้านบาท) ได้เลย แม้ว่าเขาจะเก็บเงินเดือนทั้งหมดไว้เป็นเวลา 35 ปีก็ตาม" คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินมหาศาลของของนายมาอินา ซึ่งคาดว่าเงิน 2 พันล้านไนราน่าจะมาจากการยักยอกเงินกองทุน

ทางการไนจีเรียได้สั่งให้เขาชดใช้เงิน 2 พันล้านไนรา และยึดทรัพย์สินอย่างน้อย 20 รายการในไนจีเรีย

ทว่าหลังจากเขาได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในเดือน ก.พ. 2568 นายมาอินาก็ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง โดยกรมราชทัณฑ์ไนจีเรีย (Nigerian Correctional Service) กล่าวว่า นายมาอินาถูกปล่อยตัวก่อนกำหนด เนื่องจากเขาแสดงให้เห็นถึงความประพฤติดีและความขยัน ในช่วงที่ถูกคุมขัง

อสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศที่ถูกค้นพบ

นักข่าวได้ค้นพบอสังหาริมทรัพย์ 3 แห่งในสหรัฐฯ และ 1 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นายมาอินาซื้อในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานพิเศษประธานาธิบดีว่าด้วยการปฏิรูปเงินบำนาญ และหลังจากนั้นไม่นาน โดยทรัพย์สินมีรายละเอียด

  • ทรัพย์สินที่สหรัฐอเมริกา

-บ้าน 1 หลังในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต รัฐเคนทักกี ซื้อในปี 2553 ด้วยเงินสด 215,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.74 ล้านบาท) ซึ่งภายหลังตกเป็นของอดีตภรรยาของเขา, นางไลลา อับดุลราชิด มาอินา

-บ้านอีก 2 หลังในรัฐเคนทักกี ซื้อในปี 2554 ซื้อผ่านบริษัทของเขาชื่อว่าบริษัท VIU Investment LLC รวมมูลค่า 415,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14.94 ล้านบาท) ซึ่งภายหลังถูกโอนไปยัง "กองทุนเพื่อเด็กของอับดุลราชิด มาอินา"

  • ทรัพย์สินที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

-อพาร์ตเมนต์โรงแรม 2 ห้องนอนในดูไบ ซื้อในเดือนมิถุนายน 2556 ด้วยเงินเกือบ 670,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24.12 ล้านบาท) ซึ่งปัจจุบันเป็นของลูกสาวเขา

เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ระบุว่า เขาซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้ง 3 แห่งในสหรัฐฯ ด้วยเงินสดทั้งหมด โดยไม่มีการจำนองหรือจัดหาเงินกู้ใดๆ

ย่านเบิร์จคาลิฟาในดูไบ ที่นายมาอินาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์

ย่านเบิร์จคาลิฟาในดูไบ ที่นายมาอินาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์

ข้อหาอื่น ๆ และการหลบหนีของนายมาอินา

นายมาอินายังคงเผชิญข้อหาแยกต่างหากในคดี "รับของโจร" โดยอัยการอ้างว่าเขาได้รับเงิน 700 ล้านไนรา (ประมาณ ประมาณ 162 ล้านบาท) จากกองทุนบำนาญภายใต้ข้ออ้างสัญญาจ้างงานไบโอเมตริกซ์และค่าคอมมิชชั่นอย่างไม่สุจริต อัยการยังกล่าวหาว่าเขาได้รับเงินประมาณ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 61.2 ล้านบาท) และ 978,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35.2 ล้านบาท) จากสองสัญญาที่ไม่มีอยู่จริงสำหรับการติดตั้งระบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งสัญญาแรกนั้นเกิดขึ้นในช่วงก่อนเดือน ก.ค.2553 ก่อนที่เขาจะซื้อบ้านที่สหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. 2553 และอีกสัญญาเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค.2554

นายมาอินาได้หนีคดีการทำสัญญาไบโอเมตริกซ์ปลอมในช่วงปี 2556 โดยหนีคดีไปดูไบ และหลังจากใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน นายมาอินาก็ได้กลับประเทศไนจีเรียในปี 2560  อย่างไรก็ตามการกลับประเทศในปีนั้นทำให้เกิดความไม่พอใจของสาธารณชนอย่างกว้างขวางเมื่อมีการเปิดเผยว่าเขาได้รับการคืนตำแหน่งและเลื่อนขั้นในรัฐบาลอย่างลับๆ ทั้งที่ในขณะนั้นเขายังเป็นผู้หลบหนีคดี

สองปีต่อมา ในปี 2562 ทางการได้จับกุมนายอับดุลราชิด มาอินา และนายไฟซาล มาอินา บุตรชายได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงอาบูจา ในระหว่างการบุกจับนายไฟซาล มาอินา ได้ชักปืนและพยายามขับรถแรนโรเวอร์ (Range Rover) กันกระสุนพุ่งชนประตูโรงแรมเพื่อหลบหนี แต่ไม่สำเร็จ

พอถึงปี 2563 นายมาอินาได้ละเมิดเงื่อนไขการประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดีฟอกเงิน โดยหลบหนีไปยังประเทศไนเจอร์ ที่ซึ่งเขาพยายามจะขอเอกสารเดินทางเพื่อหลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาและครอบครัวมีสัญชาติอยู่ ทว่านายมาอินากลับถูกจับได้ที่ไนเจอร์ และถูกส่งตัวกลับไนจีเรียเพื่อเผชิญหน้ากับการพิจารณาคดี

อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าได้มีคำพิพากษาในคดีสัญญาไบโอเมตริกซ์แล้วหรือยัง

มายมาอินา อ้างว่าตัวเองบริสุทธิ์และถูกใส่ความโดยนายอาบูบาการ์ มาลามี อดีตรัฐมนตรียุติธรรมไนจีเรีย (อ้างอิงรูปภาพจากYoutube ช่อง TV Platinum)

ความเกี่ยวข้องของครอบครัว

ขณะที่อดีตภรรยาของเขา นางไลลา เคยพยายามอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินบางส่วนในไนจีเรีย แต่ศาลปฏิเสธ ส่วนนายไฟซาล มาอินา ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟอกเงินเช่นกัน และได้หลบหนีออกนอกประเทศหลังจากได้รับการประกันตัวและปัจจุบันพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ขณะที่โฆษกของคณะกรรมการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงินของไนจีเรีย (EFCC) กล่าวว่า ทางการจะสืบสวนทรัพย์สินที่เขามีอยู่ในต่างประเทศ หากได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

การมอบรางวัลที่เป็นข้อครหา

อย่างไรก็ตาม แม้นายมาอินาจะถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่เมื่อไม่นานมานี้ สาขาของสมาคมทนายความไนจีเรียได้จัดพิธีแต่งตั้งนายมาอินาเป็นผู้อุปถัมภ์และมอบ "รางวัลหลักนิติธรรมและความกล้าหาญ" ให้กับเขา ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประณามจากสมาคมทนายความไนจีเรียในระดับชาติ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริตในต่างประเทศ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน
เปิดเงินฝาก 10 บัญชี ‘ชนนพัฒฐ์’พวก 9 คน 2.69 ล.โดนอายัดคดีเว็บพนัน