News Logo
หน้าแรก
NGO ตีข่าว อินโดฯจับใหญ่ในอาเจะห์ แฉค้าสัตว์ป่าข้ามชาติโยงขบวนการในไทย

NGO ตีข่าว อินโดฯจับใหญ่ในอาเจะห์ แฉค้าสัตว์ป่าข้ามชาติโยงขบวนการในไทย

21 มี.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 40 คน

NGO ต้านค้าสัตว์ป่าต่างชาติตีข่าว อินโดฯเดินหน้า จับกุมครั้งใหญ่ในอาเจะห์ เปิดโปงเครือข่ายค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายข้ามชาติเชื่อมโยงขบวนการในอินโดฯ-ไทย พฤติการณ์ค้าทั้งสัตว์หายาก-สายพันธุ์จากแอฟริกา-ชี้การค้าสัตว์ไม่ได้เกิดแค่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นเครือข่ายซับซ้อน-ฝังรากลึก จี้ทั้งสองชาติประสานงานแก้ปัญหาเร่งด่วน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวการจับกุมขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับประเทศไทย

โดยเว็บไซต์ TRAFFIC ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขององค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGO ของหน่วยงาน TRAFFIC (Trade Records Analysis of Flora and Fauna in Commerce) ที่มุ่งเน้นการตรวจสอบและจัดการปัญหาการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าได้ออกรายงานฉบับหนึ่งระบุว่า

การจับกุมรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าหายากหลายสิบชนิดในอินโดนีเซียเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้จุดชนวนให้เกิดการสืบสวนเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ซึ่งมีเส้นสายโยงใยไปทั่วประเทศ และเปิดเผยถึงความเชื่อมโยงในการลักลอบขนส่งสัตว์ป่าไปยังประเทศไทยอย่างชัดเจน 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปลายเดือนมกราคม เมื่อเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรในเขตมาดัต จังหวัดอาเจะห์ตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ได้สกัดจับรถบรรทุกขนาดเล็กคันหนึ่ง ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ตั้งแต่ลิงอุรังอุตัง นกป่าหายาก ชิ้นส่วนสัตว์ป่า อาทิ กะโหลกเสือต้องสงสัย ไปจนถึงปูแสมแช่แข็งจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดถูกระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อการส่งออกไปยังประเทศไทย 

คนขับรถบรรทุกวัย 41 ปีถูกจับ พร้อมกับของกลางสัตว์ป่าที่ถูกยึด ได้ถูกส่งมอบให้แก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ เพื่อดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมาย 

จากคำแถลงของกรมศุลกากรอินโดนีเซีย ผู้ต้องสงสัยได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า สัตว์ป่าทั้งหมดถูกรวบรวมมาจากโกดังเก็บของในพื้นที่ชายฝั่งทะเลลกเซอมาเว (Lhokseumawe) และอลูบิลี (Alue Bili) ในอาเจะห์เหนือ ก่อนจะถูกนำมายังอลูร์มาดัต (Alur Madat) ในอาเจะห์ตะวันออก และมีแผนที่จะลักลอบขนส่งโดยเรือเร็วเพื่อนำเข้าสู่ประเทศไทย 

ทางการอินโดนีเซียได้ให้คำนิยามของการจับกุมครั้งนี้ว่า เป็นการโจมตี บุกจับที่รุนแรงต่อเครือข่ายการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่มีเป้าหมายในการส่งออกไปยังประเทศไทย  คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า พวกเขาสงสัยว่ามีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง และเรียกผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวว่าเป็น "ประตู" สู่การเปิดโปงเครือข่ายการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามประเทศนี้ 

การลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างอินโดนีเซียและประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ ข้อมูลจาก TRAFFIC ระบุว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา (2559-2568) มีเหตุการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างน้อย 31 ครั้ง การยึดสัตว์ป่าเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งในอินโดนีเซียและไทย ซึ่งทั้งสองประเทศทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นทาง ผู้บริโภค หรือประเทศทางผ่าน 

ข้อมูลยังเผยให้เห็นถึงสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์บกและสัตว์ทะเล ที่ถูกลักลอบค้าระหว่างสองประเทศ โดยมีสัดส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าจากแอฟริกา รวมถึงชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีไซเตสหรือ CITES Appendix I ซึ่งห้ามการค้าเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศ 

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 พบความพยายามลักลอบนำเข้าเต่าแมงมุม (Critically Endangered Spider Tortoises) 1,076 ตัว และลีเมอร์ 48 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ เข้ามาในจังหวัดสตูลของไทย ได้เปิดเผยถึงเส้นทางการลักลอบค้าทางทะเลของอาเจะห์ที่เชื่อมโยงกับภาคใต้ของไทย  เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีเครือข่ายที่เคลื่อนย้ายสัตว์ป่าจากมาดากัสการ์ไปยังอาเจะห์ จากนั้นจึงขนส่งทางทะเลไปยังประเทศไทย และต่อไปยังกรุงเทพฯ เพื่อส่งออกไปยังฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ 

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา การลักลอบค้าระหว่างอินโดนีเซียและไทยมี สัตว์ที่ถูกลักลอบขนส่งรวม 23,650 ตัว ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ข้อมูลยังเผยให้เห็นว่ามีสัตว์อย่างน้อย 1,225 ตัว ที่ถูกลักลอบผ่านเส้นทางอินโดนีเซีย-ไทย เป็นสายพันธุ์ที่พบเฉพาะในแอฟริกา โดยส่วนใหญ่เป็นเต่าและเต่าน้ำจืด ในจำนวนนี้ 92% เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของมาดากัสการ์ รวมถึงเต่าที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญพันธุ์และบัญชี CITES Appendix I จำนวน 1,080 ตัว 

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ว ปูแสม ซึ่งเป็นหนึ่งในของกลางที่ถูกยึดในการจับกุมเมื่อเดือนมกราคม เป็นสัตว์ที่มีการลักลอบมากที่สุดตามปริมาณในเส้นทางนี้ ตามมาด้วยม้าน้ำ และเต่าบกและเต่าน้ำ 

นอกจากนี้ ข้อมูลของ TRAFFIC ยังแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์การลักลอบค้าส่วนใหญ่ระหว่างสองประเทศเกี่ยวข้องกับการลักลอบทางอากาศมากกว่าทางทะเล โดยมีสัตว์ 9,650 ตัว ถูกยึดได้ที่สนามบินในอินโดนีเซียหรือไทย 

“การยึดของกลางในเดือนมกราคมไม่ใช่กรณีโดดเดี่ยวอย่างชัดเจน — มันเผยให้เห็นถึงเครือข่ายที่ฝังรากลึก ซึ่งเชื่อมโยงสองประเทศนี้เข้าด้วยกัน สำหรับสัตว์ป่าทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองและไม่ใช่พื้นเมืองที่กำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรง ความเร่งด่วนในการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นและการประสานงานระหว่างทั้งสองประเทศจึงไม่สามารถมองข้ามได้” นางคณิตา กฤษณาสวามี ผู้อำนวยการ TRAFFIC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว 

 ที่มา https://www.traffic.org/news/aceh-bust-uncovers-vast-indonesia-thailand-wildlife-trafficking-route/

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว