JFM แฉเครือข่ายโบรกเกอร์ค้าอาวุธให้กองทัพเมียนมาเตรียมฮุบหุ้นบริษัทไทย รวมมูลค่า 300 ล้าน เตือนส่อแววฟอกเงิน เผยประวัตินักค้าอาวุธพบเคยพยายามขนเงิน 12 ล้านออกจากสิงคโปร์โดยสำแดงที่มาไม่ได้
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงรายงานที่เปิดเผยโดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวจัสติซ ฟอร์ เมียนมา (JFM) ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยรายงานระบุว่าเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับนายจอ มิน อู โบรกเกอร์ค้าอาวุธชาวเมียนมาผู้เป็นที่รู้จัก ได้พยายามเข้าซื้อหุ้นในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยผ่านการจัดสรรหุ้นส่วนตัว
นายจอ มิน อู เป็นบุคคลสำคัญในการจัดหาเครื่องบินรบจากรัสเซียให้แก่กองทัพอากาศเมียนมา ซึ่งถูกใช้ในการโจมตีพลเรือน นอกจากนี้ เขายังถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และแคนาดา ในข้อหาอำนวยความสะดวกในการค้าอาวุธและทำหน้าที่เป็นคนกลางให้แก่กองทัพ
เครือข่าย สกายเอวิเอเตอร์ ของนายจอ มิน อู กำลังจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่จะทำให้กลายเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน บริษัท ACC (ขอสงวนชื่อเต็ม) โดยกลุ่ม JFM ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหว ได้ออกมาเตือนว่า การจัดสรรหุ้นส่วนตัวโดย ACC ในครั้งนี้ อาจอำนวยความสะดวกในการฟอกเงิน
JFM เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นของ ACC มีกำหนดลงคะแนนเสียงในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ สำหรับการจัดสรรหุ้นส่วนตัวมูลค่า 300 ล้านบาท โดยเกี่ยวข้องกับสองบริษัทเชลล์สัญชาติไทย ได้แก่ บริษัท สกาย จำกัด (ขอสงวนชื่อเต็ม) และ บริษัท เฮลิ จำกัด (ขอสงวนชื่อเต็ม) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2567 บริษัททั้งสองเป็นบริษัทย่อยของบริษัท สกาย เอเวีย เทรดดิ้ง พีทีอี ลิมิเต็ด และ เฮลิ เอเชีย เทรดดิ้ง พีทีอี ลิมิเต็ด ในสิงคโปร์ ซึ่งนายจอ มิน อู เป็นผู้ก่อตั้งในปี 2558 และเกี่ยวข้องกับการค้าเฮลิคอปเตอร์และชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบิน ทั้งนี้ นายจอ มิน อู เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2567 ในข้อหาพยายามเดินทางออกจากสิงคโปร์โดยมีเงินสดที่ไม่ได้สำแดงมากกว่า 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12,675,000 บาท
ตามข้อมูลจาก JFM สัดส่วนการถือหุ้นที่เสนออยู่ที่ 23.25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 25 เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยที่จะนำไปสู่การเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Mandatory Tender Offer) และต้องมีการเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงอย่างเข้มงวดมากขึ้น
เวลแคป แอดไวซอรี่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของ ACC ได้ออกรายงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยสรุปว่า "การดำเนินการธุรกรรมนี้ไม่เหมาะสม" ตามที่ JFM ระบุ ที่ปรึกษายังเตือนถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน และความเสี่ยงสูงที่จะมีการสอบสวนเรื่องการฟอกเงินในอนาคต ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทได้
JFM ได้เรียกร้องให้หน่วยงานของไทย "สอบสวนอย่างเต็มที่ว่าธุรกรรมของ ACC เข้าข่ายการฟอกเงินภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ รวมถึงการเป็นเงินที่ได้จากการค้าอาวุธ การหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร และอาชญากรรมข้ามชาติ"
"หน่วยงานกำกับดูแลของไทยต้องดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลายเป็นช่องทางในการฟอกเงินที่ได้จากอาชญากรรมระหว่างประเทศ" นางสาว ยาดานาร์ หม่อง โฆษกของ JFM กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่ม JFM ยังได้เรียกร้องให้ทางการสิงคโปร์สอบสวน นายวี ลี เหลียน บริษัท สกาย เอเวีย เทรดดิ้ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการขนส่งเครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพจากบริษัท มอเตอร์ ซิช ในเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งอาจละเมิดกฎหมายควบคุมสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Goods (Control) Act) ของสิงคโปร์
หมายเหตุ: สืบเนืองจากที่สำนักข่าวยังไม่ได้ติดต่อกับบริษัทไทยที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารข่าวต้นทาง ดังนั้นสำนักข่าว Next News จึงขอปิดชื่อบริษัทดังกล่าวเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม




