JFM จี้ทางการไทย ก.ล.ต.-ปปง.สกัดเครือข่ายนายหน้าค้าอาวุธ หลังพบพยายามลงทุนในบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ขณะ Next News ลงพื้นที่ขอสัมภาษณ์บริษัทปมเอี่ยวพ่อค้าอาวุธ แต่ยังไร้คำชี้แจง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ผ่ามา องค์กร Justice For Myanmar (JFM) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยเร่งสอบสวนกรณีการลงทุนมูลค่า 300 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย Sky Aviator ของนายหน้าค้าอาวุธ เคียว มิน อู (Kyaw Min Oo) ในบริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น (Advanced Connection Corporation – ACC) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
การลงทุนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ ACC เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบถึง 87.16 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟอกเงิน, ข้อสงสัยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกี่ยวกับผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของนักลงทุน, คำแนะนำที่ไม่ให้การอนุมัติจากที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท และการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของประเทศไทย ซึ่งได้สั่งให้ ACC จัดหาข้อมูลที่เพียงพอให้กับผู้ถือหุ้น
การลงทุนผ่านบริษัทลูกในไทย
รายละเอียดระบุว่า บริษัทสัญชาติสิงคโปร์สองแห่ง ได้แก่ Sky Avia Trading Pte. Ltd. และ Heli Asia Trading Pte. Ltd. จะเข้ามาถือหุ้นเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน ACC ผ่านบริษัทลูกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในประเทศไทย หากทางการไทยไม่เข้าแทรกแซง บริษัททั้งสองแห่งนี้จะถือหุ้นรวมกัน 23.25% ด้วยมูลค่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (private placement) มูลค่ารวม 350 ล้านบาท
เครือข่าย Sky Aviator กับการสนับสนุนอาชญากรรมสงคราม
ทั้ง Sky Avia Trading และ Heli Asia Trading เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริษัท Sky Aviator ที่เป็นของ เคียว มิน อู ซึ่งมีธุรกิจจัดหาชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบินรบและเครื่องบินโจมตีของรัสเซียให้กับกองทัพอากาศเมียนมา การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดทางให้กองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพเมียนมาพึ่งพาอากาศยานจากรัสเซียในการดำเนินปฏิบัติการทางอากาศที่มุ่งเป้าไปที่พลเรือน ผ่านการโจมตีทางอากาศแบบไม่เลือกหน้าต่อโรงเรียน วัดวาอาราม และโรงพยาบาล
ตามเอกสาร บริษัท Sky Avia Trading และ Heli Asia Trading มีชาวสิงคโปร์ชื่อ วี ลี เหลียน (Wee Lee Lian) เป็นเจ้าของ ซึ่ง วี ลี เหลียน ถูกระบุว่าเป็นกรรมการผู้รับมอบอำนาจ (nominee director) ของ เคียว มิน อู มาอย่างยาวนาน และเป็นกรรมการแต่เพียงผู้เดียวของ Sky Avia Trading และ Heli Asia Trading ทั้งในสิงคโปร์และในบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องในไทย ภายหลังการปรับโครงสร้างบริษัทในสิงคโปร์ของ เคียว มิน อู ในปี 2565 หลังจากถูกตรวจสอบกิจกรรมการค้าอาวุธอย่างเข้มข้น
ข้อเรียกร้องให้ทางการไทยและประชาคมโลกร่วมมือ
Justice For Myanmar ได้ส่งจดหมายถึง ACC เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และอีกครั้งในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง และได้รายงานข้อกังวลดังกล่าวไปยัง ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
JFM ระบุว่าเป็นหน้าที่ของทางการไทยที่จะต้องดำเนินการและป้องกันไม่ให้เครือข่ายนายหน้าค้าอาวุธในกลุ่ม Sky Aviator ดำเนินการธุรกรรมให้แล้วเสร็จ และเข้ามาเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ ACC
ทาง JFM ชี้ว่าการคว่ำบาตรเครือข่าย Sky Aviator และบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องยังไม่ทั่วถึง และเครือข่ายกำลังใช้ช่องโหว่เหล่านี้เพื่อแสวงหาการลงทุนในประเทศไทย
นางยาดานาร์ มอง (Yadanar Maung) โฆษกของ JFM กล่าวว่า "ผู้บริหารของ ACC ยังคงผลักดันข้อตกลงกับบริษัท Sky Aviator ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่ง ธุรกิจหลักของ เคียว มิน อู คือความตายและการทำลายล้าง การแสวงหาผลกำไรจากการทิ้งระเบิดโจมตีพลเรือนแบบไม่เลือกหน้าของรัฐบาลที่ผิดกฎหมาย"
นางยาดานาร์ มอง เน้นคำย้ำว่า " เคียว มิน อู และผู้ร่วมงานจะต้องรับผิดชอบในการช่วยเหลือและส่งเสริมอาชญากรรมระหว่างประเทศของกองทัพเมียมา และจะต้องไม่ได้รับอนุญาตให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เปื้อนเลือดของพวกเขาผ่านประเทศไทย"
"ผู้ถือหุ้นของ ACC ล้มเหลวในการหยุดยั้งข้อตกลงนี้ ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นหน้าที่ของทางการไทยที่จะต้องยืนหยัดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงนี้จะไม่แล้วเสร็จ" นางยาดานาร์ มอง กล่าว นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป แคนาดา และออสเตรเลีย ควรตอบสนองด้วยการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรที่ประสานงานกันและมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายบริษัทและบุคคลของ Sky Aviator ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าว Next News ลงพื้นที่ ACC ยังไม่แจงข้อมูล
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าหลังจากที่ JFM ได้มีการลงเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัท ACC ว่าเกี่ยวข้องกับพ่อค้าอาวุธชาวเมียนมา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ได้ลงพื้นที่ไปยังบริษัท ACC ไปตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งตามข้อมูลบริคนสนธิระบุว่าตั้งอยู่ ณ เลขที่ 944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 16 ถ.พระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ที่ตั้งบริษัท ACC
โดยผู้สื่อข่าวได้ฝากนามบัตรไว้กับพนักงานบริษัท เพื่อให้ติดต่อกลับมา อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการติดต่อกลับมายังสำนักข่าว Next News แต่อย่างใด




