ตร.อินเดียแฉเพิ่ม ขบวนการลอบขนกัญชาจากไทย จ้างเยาวชนเดินของก่อนชวนเพื่อนๆร่วมขบวนการ- รวบ 14 นายหน้า พร้อมยึดของกลางเป็นกัญชาร่วม 13.2 กิโลกรัม เผยพฤติการณ์หัวขบวน จัดตั้งคลับในไทย ก่อนนำกำไรไปซื้อกัญชาคุณภาพสูง
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงสำนักข่าวอินเดียนเอ็กเพรส ของอินเดียได้นำที่เสนอรายงานข่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 กรณีความพยายามของตำรวจอินเดียเพื่อปราบปรามขบวนการอาชญากรอินเดียซึ่งลักลอบขนกัญชาจากประเทศไทย

2 พี่น้องมุมไบ เปิดฟาร์มกัญชาไทย อ้างการแพทย์บังหน้า ขนของเข้าอินเดีย
มีเนื้อหาดังนี้
ปฏิบัติการจับกุมขบวนการลักลอบขนกัญชานั้นมีจุดเริ่มต้นจากข้อมูลที่ได้รับผ่านสายด่วนโทรฟรี EAGLE (1908) ได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทลายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติประเภทกัญชาแบบไฮโดรโปนิกส์ (กัญชาที่ปลูกโดยไม่ใช้ดิน)ที่ดำเนินการระหว่างประเทศไทยและอินเดียได้สำเร็จ
ปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 14 คน รวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการคือ นายเฮมังค์ ปราโมท เกลุสคาร์ (Hemang Pramod Keluskar) ซึ่งเป็นชาวรัฐมหาราษฏระ เจ้าหน้าที่สามารถยึดกัญชาของกลางได้ 13.2 กิโลกรัม
นายแซนดีป แชนดิลยา (Sandeep Shandilya) ผู้อำนวยการ EAGLE ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายนว่า การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากมีผู้โทรศัพท์แจ้ง EAGLE ว่ามีเยาวชนบางคนจากเขตเมืองเก่าของไฮเดอราบาด เดินทางไปประเทศไทยบ่อยครั้ง การเฝ้าระวังทางเทคนิคเผยให้เห็นว่าพวกเขากำลังพบกับบุคคลในมุมไบที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด
เมื่อวันที่ 7 เมษายน เจ้าหน้าที่ศุลกากรไฮเดอราบาดได้สกัดกั้นผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งชื่อ โมซิน (Mosin) ที่สนามบินนานาชาติราจิบ คานธี (Rajiv Gandhi International Airport) หลังจากที่เขาเดินทางมาจากประเทศไทย ระหว่างการสอบปากคำ โมซินเปิดเผยว่ามีบุคคลอื่นเดินทางมากับเขาด้วย แม้ว่าเขาจะไม่ทราบตัวตนของบุคคลนั้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาามข้อมูลจากหลักฐานทางเทคนิค เจ้าหน้าที่ในภายหลังจึงได้ติดตามและจับกุม นายฮาร์ชาด (Harshad) ได้
ในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวนได้คลี่คลายห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดและจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ ผู้ถูกจ้างให้ลอบขนส่งจำนวนมากไม่ทราบว่าพวกเขากำลังขนส่งกัญชา โดยพฤติการณ์ของผู้ชักชวนเหยื่อให้ลอบขนกัญชา จะพุ่งเป้าไปที่เยาวชนที่ต้องการเงินหรืองาน โดยเสนอการจ่ายเงินให้พวกเขาเพื่อขนสัมภาระจากประเทศไทยมายังอินเดีย แต่ไม่บอกว่าขนอะไร
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ลักลอบขนส่งบางคนได้แนะนำเพื่อนเข้าสู่เครือข่าย และในที่สุดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเอง จนถึงขณะนี้ มีบุคคล 14 คนจากไฮเดอราบาดถูกระบุว่าเป็นผู้จัดหาเหยื่อที่ลักลอบขนกัญชา
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นายเกลุสคาร์ถูกจับกุมในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน ไม่กี่วันก่อนการจับกุม เขาได้ไปเยือนไฮเดอราบาดและเข้าพักที่โรงแรมทัช เดคคัน (Taj Deccan) ขณะที่สำรวจแผนการจัดตั้งผับในย่านโคกาเปต (Kokapet) นครไฮเดอราบัด โดยมี นายสุราช ปาล (Suraj Pal) ผู้ร่วมงานเดินทางไปด้วย
มีรายงานว่า นายเกลุสคาร์ได้ตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์และแสดงความสนใจที่จะจัดตั้งคลับที่มีลักษณะคล้ายกับ "จัลวา คลับ" (Jalwa Club) ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยอดนิยม ตั้งอยู่ในในพัทยา ประเทศไทย
พนักงานสอบสวนกล่าวว่าครอบครัวเกลุสคาร์มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมากในคลับที่ตั้งอยู่ในพัทยา (ไม่ได้บอกว่าคลับอะไร) และถูกกล่าวหาว่าผลกำไรจากธุรกิจนี้ถูกนำไปใช้ในการซื้อกัญชาคุณภาพสูงในประเทศไทย
โดยต้นทุนของกัญชาสายพันธุ์ OG Weed ในประเทศไทยอยู่ระหว่าง 80,000 ถึง 100,000 บาท




