News Logo
หน้าแรก
เผยรายงานJFM:เบลเพิร์ล ตั้ง บ.ไทย ทำธุรกรรม เอื้อเมียนมาค้าไข่มุกเลือด

เผยรายงานJFM:เบลเพิร์ล ตั้ง บ.ไทย ทำธุรกรรม เอื้อเมียนมาค้าไข่มุกเลือด

22 มิ.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 6 คน

ตามสัญญาซื้อขายไข่มุก ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งได้ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ของกองทัพเมียนมา ระบุว่า บริษัท บีพี  ได้ซื้อไข่มุกจาก เบลเพิร์ล (ฮ่องกง) จำกัด (Belpearl (Hong Kong) Limited) และ เบลเพิร์ล เจแปน (Belpearl Japan) โดยสินค้าถูกส่งตรงไปยัง เบลเพิร์ล เมียนมา ณ ย่างกุ้ง

หมายเหตุสำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากที่สำนักข่าว Next News ได้นำเสนอข่าวอ้างอิงจากสื่อเมียนมา กรณีที่มีบริษัทจำหน่ายไข่มุกรายใหญ่ของโลก ได้มาเปิดบริษัทที่ประเทศไทย เพื่อทำธุรกรรมกับหน่วยงานในสังกัดรัฐบาลทหารเมียนมา จนเกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าเนื่องจากเงินที่จ่ายอาจถูกนำไปใช้เพื่อซื้ออาวุธไปสังหารพลเรือนในเหตุความขัดแย้งในเมียนมา

JFM แฉ บ.ไข่มุกรายใหญ่ ตั้งบริษัทไทย ทำธุรกรรม เอื้อเผด็จการเมียนมา

JFM แฉ บ.ไข่มุกรายใหญ่ ตั้งบริษัทไทย ทำธุรกรรม เอื้อเผด็จการเมียนมา

สำนักข่าว Next News จึงได้นำเสนอรายงานฉบับเต็มขององค์กรจัสติส ฟอร์ เมียนมาร์ (Justice For Myanmar – JFM) กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เครือข่ายบริษัทเบลเพิร์ล (Belpearl) ซึ่งเชื่อมโยงกับแคนาดา กำลังถูกกล่าวหาว่าใช้บริษัทตัวกลางในประเทศไทยเพื่อจัดหาไข่มุกสำหรับเพาะเลี้ยงจากฮ่องกงและญี่ปุ่น ไปยังฟาร์มไข่มุกในเมียนมา ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนเงินทุนให้กับการรณรงค์ก่อการร้ายอย่างต่อเนื่องของกองทัพเมียนมาต่อประชาชนในประเทศ

“ไข่มุก” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเพาะเลี้ยงไข่มุก ใช้เป็นตัวเริ่มต้นที่สอดเข้าไปในหอยนางรมเพื่อสร้างไข่มุก สร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับรัฐวิสาหกิจ Myanma Pearl Enterprise (MPE) ซึ่งตามเอกสารจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของกองทัพเมียนมา ระบุว่าไข่มุกจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศอย่างทันท่วงทีเพื่อให้ฟาร์มสามารถดำเนินงานได้

เครือข่าย "เบลเพิร์ล" กับธุรกิจไข่มุกในเมียนมา

บริษัท เบลเพิร์ล เมียนมา จำกัด (Belpearl Myanmar Co. Ltd.) ดำเนินธุรกิจเพาะเลี้ยงไข่มุกบนเกาะชเว (Shwe Island) และเกาะซาเดนท์ เงะ (Zadet Nge Island) นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเขตตะนาวศรี ประเทศเมียนมา ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตกับ MPE ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐที่ถูกกองทัพเมียนมายึดครองอย่างผิดกฎหมายในการก่อรัฐประหารเมื่อปี 2564

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งได้รับการต่อสัญญาในปี 2567 โดยเจ้าของชาวแคนาดาของเบลเพิร์ล, MPE จะได้รับผลผลิต 25% ซึ่งจะถูกนำไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ณ กรุงเนปิดอว์ ซึ่งการเปิดตัวสินค้าไช่มุก มักจะมี พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ผู้ก่อรัฐประหารเข้าร่วมด้วย

บทบาทของบริษัทไทยในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

ในปี 2566 หลังจากที่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดาได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อ MPE เจ้าของเบลเพิร์ลได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในประเทศไทย คือ บริษัท บีพี  (ขอสงวนชื่อเต็ม) ซึ่งเบลเพิร์ลใช้บีพีเป็นตัวกลางในการจัดซื้อและชำระเงินเพื่อซื้อไข่มุกเพื่อจัดส่งโดยตรงไปยังเมียนมา

ตามสัญญาซื้อขายไข่มุก ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งได้ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ของกองทัพเมียนมา ระบุว่า บริษัท บีพี  ได้ซื้อไข่มุกจาก เบลเพิร์ล (ฮ่องกง) จำกัด (Belpearl (Hong Kong) Limited) และ เบลเพิร์ล เจแปน (Belpearl Japan) โดยสินค้าถูกส่งตรงไปยัง เบลเพิร์ล เมียนมา ณ ย่างกุ้ง สัญญาเหล่านี้ ซึ่งกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจากกองทัพเมียนมา ระบุบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่มี บริษัท บีพี เป็นเจ้าของ, บัญชีธนาคาร Minato ที่ถือโดย เบลเพิร์ล เจแปน และบัญชี Standard Chartered ที่ถือโดย เบลเพิร์ล (ฮ่องกง)

โครงข่ายของบริษัทเบลเพิร์ลที่โยงไปถึงการทำธุรกรรมกับกองทัพเมียนมา

โครงข่ายของบริษัทที่โยงไปถึงการทำธุรกรรมกับกองทัพเมียนมา

โครงสร้างการเป็นเจ้าของและข้อกล่าวหาเรื่องการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

บริษัท บีพี มีโครงสร้างเจ้าของบริษัท ประกอบด้วยบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ คือ เบลเพิร์ล (เอส) พีทีอี จำกัด (Belpearl (S) Pte. Ltd) ซึ่งถือหุ้นสามัญ 30,000 หุ้น และบริษัทสัญชาติไทย คือ ซินเนอร์จี (ขอสงวนชื่อเต็ม) ซึ่งถือหุ้นบุริมสิทธิ 32,000 หุ้น

เบลเพิร์ล (เอส) ซึ่งเป็นเจ้าของ เบลเพิร์ล เมียนมา ด้วยนั้น เดิมเป็นของนางมารี โรส จาร์มัคลี ฮัจญาร์ (Marie Rose Jarmakli Hajjar) และนายไมเคิล ปิแอร์ ฮัจญาร์ (Michael Pierre Hajjar) ซึ่งทั้งคู่เป็นพลเมืองแคนาดา และยังดำรงตำแหน่งกรรมการร่วมกับนายเซอร์กิส ฮัจญาร์ (Sarkis Hajjar) ซึ่งเป็นพลเมืองแคนาดาอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นของบริษัท บีพี

ในเดือนมกราคม 2569 ตระกูลฮัจญาร์ได้โอน เบลเพิร์ล (เอส) ให้กับ นายจอร์จส์ คริสเตียน จาร์มัคลี (Georges Christian Jarmakli) ซึ่งเป็นพลเมืองฝรั่งเศส และ นายเนจเตห์ มอฟเซส เดมิเรียน (Nejteh Movses Demirian) ซึ่งเป็นพลเมืองออสเตรเลีย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นการแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ของมาตรการคว่ำบาตรที่สร้างขึ้นโดยสหภาพยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถคว่ำบาตร MPE ได้ ส่วนตอนนี้ นายเนจเตห์ มอฟเซส เดมิเรียน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท บีพี ฟาร์มส์

ผู้ถือหุ้นอีกรายของบริษัท บีพี คือ ซินเนอร์จี เหมือนจะเป็นบริษัทตัวแทนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมายไทยเกี่ยวกับการถือหุ้นโดยต่างชาติในบริษัทเอกชน และได้ถูกหน่วยงาน Justice For Myanmar ยื่นเรื่องให้ทางการไทยตรวจสอบแล้ว บริษัท ซินเนอร์จี มีที่อยู่จดทะเบียนร่วมกับบริษัท บีพี, ที่อาคารไทม์สแควร์ และได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นหลายเดือนก่อนการเพิ่มทุนในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งทำให้บริษัทเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท บีพี ผู้ถือหุ้นหลักของ ซินเนอร์จี คือนายปิยวดี (ขอสงวนชื่อเต็ม) ถือหุ้น 9,999 หุ้น และผู้ถือหุ้นอีกคนถือ 1 หุ้น โดยทั้งคู่เป็นพลเมืองไทย

สำหรับเบลเพิร์ลยังดำเนินธุรกิจประมูลในฮ่องกงที่นำไข่มุกเมียนมาออกสู่ตลาดสากล บริษัทนี้ป็นของสมาชิกตระกูลฮัจญาร์ ซึ่งเป็นเจ้าของ เบลเพิร์ล เจแปน โดยตรงด้วย

โครงสร้างกรทำธุรกรรมระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างกรทำธุรกรรมระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง

ความกังวลและการเรียกร้องให้มีการสอบสวน

จากความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างอดีตและปัจจุบันของเจ้าของ เบลเพิร์ล เมียนมา หน่วยงาน Justice For Myanmar เชื่อว่ามีความเสี่ยงสูงที่สมาชิกของตระกูลฮัจญาร์อาจยังคงสั่งการ เบลเพิร์ล (เอส) และบริษัทย่อยในเมียนมาและไทยโดยผ่านตัวแทน

การที่บริษัทต่างๆ สามารถทำธุรกรรมกับ เบลเพิร์ล เมียนมา ได้ โดยผ่านโครงสร้างบริษัทในประเทศไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง กำลังบ่อนทำลายมาตรการคว่ำบาตรต่อ MPE และสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ให้เงินทุนแก่กองทัพเมียนมาในการก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ

Justice For Myanmar ยังคงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับเจ้าของเบลเพิร์ล รวมถึงการยื่นเรื่องต่อสำนักงานตำรวจม้าแคนาดา (RCMP) ในปี 2567 เพื่อให้สอบสวนและดำเนินการกับเบลเพิร์ลและเจ้าของสำหรับการทำธุรกิจกับ MPE

ที่มา https://www.justiceformyanmar.org/stories/how-belpearl-companies-in-thailand-japan-and-hong-kong-enable-the-flow-of-blood-pearls-to-the-myanmar-junta?utm_content=buffera5b1d&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer&fbclid=IwY2xjawSkudJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF5Tk56TVpOZmdxZk9LbkJSc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHvgQdIOV5sid0BcOvJkupJDcRKOGiJ494ic7oe-QPwJM0Xy2h541dRP-AK4P_aem_UOwNpCj1iN4cMMLDvFr-UA

 *สืบเนื่องจากรายงานต่างประเทศต้นทางนั้นมีการระบุชื่อนิติบุคคลและบุคคลไทยที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโยงถึงกองทัพเมียนมา ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย สำนักข่าว Next News จึงขอสงวนสิทธิ์ในการนำเสนอชื่อนิติบุคคลและบุคคลเหล่านี้ จนกว่าจะได้รับคำชี้แจงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ความขัดแย้งเมียนมา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอลงอาญาทุกคน! อดีตหน.สถานีเพาะชำปากช่อง-พวก ทุจริตจ้างย้ายกล้าไม้
รอลงอาญาทุกคน! อดีตหน.สถานีเพาะชำปากช่อง-พวก ทุจริตจ้างย้ายกล้าไม้