บริษัทเครือ ChatGPT จ้างลอว์เฟิร์มสอบข้อครหาโยง 'เบน สมิธ' เดินหน้าโครงการสแกมม่านตาในไทย ผลสอบเบื้องต้นยังไม่พบให้สินบนข้าราชการไทย หลังก่อนหน้านี้เจอครหาปมผิดกฎหมาย FCPA ด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงสำนักข่าว The Insider ที่ได้นำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 กรณีที่บริษัท Tools for Humanity บริษัทด้านเทคโนโลยีสแกนม่านตาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพของนายแซม อัลท์แมน (Sam Altman) ผู้ก่อตั้งร่วม และยังเป็นก่อตั้งบริษัท OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ได้ว่าจ้างสำนักงานกฎหมายสองแห่งเมื่อปี 2568 เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาการประพฤติมิชอบทางการเงินภายในบริษัทและการติดสินบนเจ้าหน้าข้าราชการในประเทศไทย โดยการสอบสวนหนึ่งพบว่า Tools for Humanity ได้เข้าไปทำธุรกิจกับบริษัทแห่งหนึ่งที่เชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ชื่อ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เบน สมิธ (Ben Smith) ซึ่งทางการสหรัฐฯ และไทยได้กล่าวหาว่านายเบน สมิธมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางไซเบอร์ข้ามชาติ
การสอบสวนกรณีหนึ่งดำเนินการโดยสำนักงานกฎหมาย O'Melveny & Myers โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบข้อกังวลที่พนักงานคนหนึ่งของบริษัทได้หยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเงินทุนของบริษัทไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าที่พักขององค์กรผ่านบัตรเครดิตของบริษัท นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจำแนกประเภทพนักงานเต็มเวลาผิดประเภท โดยจำแนกเป็นผู้รับเหมา เพื่อลดภาระภาษีของพนักงาน และบริษัท BDO ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีของบริษัท Tools for Humanity ก็มีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อกังวลเหล่านี้ด้วย
อีกการสอบสวนหนึ่งดำเนินการโดยสำนักงานกฎหมาย Sidley Austin โดยเน้นไปที่การสอบสวนว่าการทำธุรกรรมของบริษัทในเครือในประเทศไทย ว่าละเมิดกฎหมาย Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาที่ห้ามบริษัทติดสินบนเจ้าหน้าที่ต่างชาติเพื่อทำธุรกิจหรือไม่ ผลจากการสอบสวนดังกล่าวส่งผลทำให้บริษัท Tools for Humanity ได้ยุติความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทย และได้เสริมสร้างนโยบายและการควบคุมของบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้น
โฆษกของบริษัทกล่าวว่าภายหลังการสอบสวน บริษัทยังไม่พบข้อเท็จจริงใดที่ยืนยันการละเมิดกฎหมาย FCPA โดยบริษัทหรือพนักงานของบริษัท
สำหรับบริษัท Tools for Humanity เกิดขึ้นจากการก่อตั้งร่วมกันระหว่าง นายอเล็กซ์ บลาเนีย (Alex Blania) กับนายแซม อัลท์แมน ซึ่งเป็นที่รู้จักในบทบาทประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI และยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Tools for Humanity โดยมีมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 และได้ระดมทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์จากนักลงทุนหลายราย เป้าหมายหลักของบริษัทคือการใช้เครื่องสแกนม่านตา "Orb" เพื่อสร้างรหัสดิจิทัลที่สามารถแยกแยะมนุษย์ออกจากบอท AI ได้
สำหรับโครงสร้างการดำเนินงานในประเทศไทยนั้น โครงการสแกนม่านตาของบริษัท Tools for Humanity ชื่อว่า Worldcoin ได้เข้ามาแพร่หลายผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี กับ Prime Opportunity Fund VCC กองทุนร่วมลงทุนจากสิงคโปร์ โดยมีตัวแทนจากกลุ่มทุน CAI (Capital Asia Investments) ร่วมขับเคลื่อนและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการเงิน ทว่าจากการสืบสวนขยายผลในเวลาต่อมาพบว่า แท้จริงแล้วกองทุนนี้ถูกควบคุมอยู่เบื้องหลังโดย นายเบน สมิธ ผู้ต้องหาในเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลไทยสั่งยกเลิก MOU และระงับโครงการทั้งหมดทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นช่องทางอำพรางและฟอกเงินผิดกฎหมายของกลุ่มทุนสีเทา ประกอบกับการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ออกคำสั่งห้าม Tools for Humanity ดำเนินงานในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 จากความกังวลเรื่องการเก็บข้อมูลชีวมาตรที่ขัดต่อกฎหมาย PDPA ขณะที่ในเดือนมกราคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ระบุเพิ่มเติมว่า มีพลเมืองไทยราว 1.2 ล้านคนถูกจูงใจให้สแกนม่านตาเพื่อแลกกับเหรียญดิจิทัล 'Worldcoin' โดยส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจหรือไม่ได้ให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง




