News Logo
หน้าแรก
สิงคโปร์เร่งช่วยเหยื่อคดีหญิงไทยโกงพรีออเดอร์ 800 ล.หลัง ปปง.ยึดทรัพย์

สิงคโปร์เร่งช่วยเหยื่อคดีหญิงไทยโกงพรีออเดอร์ 800 ล.หลัง ปปง.ยึดทรัพย์

22 ส.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 21 คน

สิงคโปร์เร่งติดตามทรัพย์สิน-ช่วยเหลือเหยื่อ คดีหญิงไทยสมคบสามี โกงพรีออเดอร์นาฬิกา-กระเป๋าหรู 800 ล้านบาท หลัง ปปง.ไทยร่วมมือยึดทรัพย์หลายรายการ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว Channel News Asia (CNA) ของสิงคโปร์รายงานข่าวเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์คดีฉ้อโกงสินค้าหรูมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับ น.ส.ศิริวิภา หรือแอน พันสุข ผู้บงการหลักในคดีฉ้อโกงบริษัท Tradenation และบริษัท Tradeluxury หลังจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ของไทย ได้ดำเนินการยึดทรัพย์สินหลายรายการในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยการดำเนินการของ ปปง.มาจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมกิจการพาณิชย์ (CAD) ของสิงคโปร์ นอกจากนี้ น.ส.หยับ ลี เพ็ง สมชัย วัย 30 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามในบัญชีธนาคารของบริษัท Tradeluxury ก็ถูกตั้งข้อหาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วยข้อหาโอนย้ายทรัพย์สินโดยมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามาจากพฤติการณ์ทางอาญา และข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบในฐานะกรรมการบริษัท

กรมกิจการพาณิชย์ของสิงคโปร์กำลังอำนวยความสะดวกในการรวบรวมข้อเรียกร้องของเหยื่อเพื่อการเรียกคืนทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งจะดำเนินการภายใต้กฎหมายและกระบวนการทางกฎหมายของประเทศไทยเพื่อติดตามทรัพย์ ขณะที่กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) ได้ติดต่อเหยื่อที่เคยแจ้งความร้องทุกข์ในคดีนี้ให้รับทราบแล้ว

สำหรับคดีนี้ บริษัท Tradenation ดำเนินธุรกิจขายนาฬิกาหรู ส่วนบริษัท Tradeluxury ขายกระเป๋าหรู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายในรูปแบบพรีออเดอร์ ลูกค้าจะต้องชำระเงินเต็มจำนวนก่อนที่บริษัทจะจัดหาสินค้าและจัดส่ง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจสิงคโปร์ได้รับรายงานจากลูกค้า 187 ราย ที่ร้องเรียนว่าบริษัท Tradeluxury และ Tradenation ไม่สามารถจัดหาสินค้าตามคำสั่งซื้อได้ แม้จะได้รับชำระเงินเต็มจำนวนแล้วก็ตาม

โดยบริษัท Tradenation เริ่มประสบปัญหาด้านการจัดหาสินค้ากับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศในช่วงปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 เนื่องจากความล่าช้าในการจัดส่งและปัญหาอื่นๆ ส่วนบริษัท Tradeluxury เมื่อเริ่มดำเนินการในเดือนมกราคม 2565 ก็ประสบปัญหาคล้ายกัน ทำให้ทั้งสองบริษัทเริ่มขาดทุน

ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ศิริวิภา พันสุข หรือ แอน พันสุข ซึ่งเป็นผู้ควบคุมหลักของทั้งสองบริษัท ก็ทราบว่าบริษัททั้งสองไม่สามารถทำตามคำสั่งซื้อได้เนื่องจากขาดเงินทุน อย่างไรก็ตาม เธอยังคงรับคำสั่งพรีออเดอร์ต่อไป โดยใช้เงินที่ได้จากลูกค้าใหม่ไปซื้อสินค้าเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าเก่า

น.ส.ศิริวิภา ทราบดีว่าคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จะขาดทุน เนื่องจากเธอซื้อสินค้าจากผู้ขายในประเทศและขายให้กับลูกค้าในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 ทั้งสองบริษัทมีหนี้สินสะสมเกือบ 9 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 231.57 ล้านบาท) แต่ น.ส.ศิริวิภา ยังคงรับพรีออเดอร์จนถึงเดือนมิถุนายน 2565 หลอกลวงเหยื่อ 166 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 12 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 308.76 ล้านบาท)

แม้บริษัทจะประสบภาวะขาดทุน แต่ น.ส.ศิริวิภา และ นายพี เจียเผิง ผู้เป็นสามีชาวสิงคโปร์ กลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราด้วยเงินที่ได้จากธุรกิจของพวกเขา ระหว่างการสอบสวน ทั้งคู่ได้หลบหนีออกจากสิงคโปร์โดยซ่อนตัวอยู่ในช่องเก็บของของรถบรรทุกขณะข้ามด่านตรวจ Tuas Checkpoint ทั้งคู่ถูกจับกุมในมาเลเซียเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 และถูกส่งตัวให้กับตำรวจสิงคโปร์

ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินลงโทษ น.ส.ศิริวิภา พันสุข หรือ แอน พันสุข ให้จำคุกเป็นเวลา 14 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ในขณะที่ นายพี เจียเผิง ผู้เป็นสามี ถูกจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 10 เดือน เมื่อเดือนตุลาคม 2568

ที่มา:https://www.channelnewsasia.com/singapore/tradeluxury-goods-scam-cheating-bags-preorders-moneylaundering-6333061

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โกงพรีออเดอร์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 6 ปี! อดีตนายกอบต.โคกสะอาด ทุจริตเงินที่ปรึกษา-พวก30คน มีโทษด้วย
คุก 6 ปี! อดีตนายกอบต.โคกสะอาด ทุจริตเงินที่ปรึกษา-พวก30คน มีโทษด้วย