หน่วยข่าวกรองรายได้อินเดียเปิดปฏิบัติการใหญ่ ยึดทองคำข้ามชาติ 227 ล้าน พบต้นทางหลายส่วนมาจากไทย-ซาอุฯ-UAE เปิดโปงกลวิธีซุกซ่อนสุดพิสดาร ตั้งแต่ซ่อนในชุดชั้นในถึงเหล็กดัด รวบผู้ต้องสงสัย 25 ราย รวมต่างชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 หน่วยข่าวกรองรายได้อินเดีย (DRI) ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในการปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าทองคำ โดยสามารถยึดทองคำจากต่างประเทศได้กว่า 42 กิโลกรัม และเงินอีกราว 10 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 650 ล้านรูปี หรือประมาณ 227.76 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.3504 บาทต่อ 1 รูปี) ในปฏิบัติการซึ่งอาศัยการประสานข้อมูลข่าวกรองจากทั้งที่เมืองโกลกาตา มุมไบ เกรละ และที่อื่นๆ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้เปิดเผยถึงหลากหลายกลวิธีซุกซ่อนของนักลักลอบ ตั้งแต่การซ่อนตามร่างกาย ช่องลับในยานพาหนะ ไปจนถึงการใช้ผู้โดยสารขาเข้าและบุคลากรในสนามบิน โดยมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยรวม 25 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 5 ราย และยังพบว่าทองคำบางส่วนมีการลักลอบนำเข้าจากหรือผ่านเส้นทางจากประเทศไทยด้วย
ที่สนามบินมุมไบ DRI ได้เปิดโปงเครือข่ายลักลอบขนทองคำที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านมุมไบ โดยมีต้นทางจากดูไบ กรุงเทพฯ และมาเลเซีย โดยมีพนักงานสนามบินรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือในการนำทองคำลักลอบออกไปอย่างลับๆ ในช่วงวันที่ 28-29 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ยึดแคปซูล 16 แคปซูล บรรจุผงทองคำ 24 กะรัตในรูปขี้ผึ้ง น้ำหนัก 6.85 กิโลกรัม และจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 5 คน และพนักงานสนามบินรายดังกล่าวก็ถูกจับด้วย
ในวันเดียวกัน (29 สิงหาคม) ที่สนามบินเนตาชี สุภาษ จันทระ โพส (NSCBI) ในโกลกาตา DRI ได้สกัดผู้โดยสารสองรายที่เดินทางมาจากดูไบ และยึดทองคำผสมในรูปของเหลวกึ่งแข็งน้ำหนัก 4.87 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในชุดชั้นในและกางเกงยีนส์ของพวกเขา โดยทั้งสองคนถูกจับกุมภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของพระราชบัญญศุลกากร พ.ศ. 2505 นอกจากนี้ ในปฏิบัติการอีกครั้งที่สนามบินโกลกาตา เจ้าหน้าที่ยังยึดทองคำดิบ 11 เส้น น้ำหนัก 3.36 กิโลกรัม จากผู้โดยสารที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยผู้โดยสารคนนี้มีพฤติการณ์ส่งมอบทองคำต้นทางจากต่างประเทศน้ำหนัก 3.36 กก. ให้กับผู้โดยสารอีกคนหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้โดยสารคนที่สองนี้ใช้ช่องทางสีเขียว (Green Channel) เพื่อผ่านด่านศุลกากร โดยช่องทางสีเขียวโดยทั่วไปมีไว้สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง และการใช้ช่องทางนี้เพื่อขนส่งทองคำที่ไม่ได้สำแดง ถือเป็นวิธีการหนึ่งในการลักลอบนำเข้าสินค้าผ่านศุลกากรโดยไม่ต้องเสียภาษีหรือผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม DRI ได้ควบคุมตัวผู้โดยสารทั้งสองรายแล้ว
ส่วนสนามบินนานาชาติคาลิคัต เจ้าหน้าที่ DRI และหน่วยข่าวกรองทางอากาศพบทองคำ 24 กะรัต หรือคิดเป็น 549 กรัม ต้นทางจากต่างประเทศ ซ่อนอยู่ในช่องลับที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษภายในส่วนโลหะผสมหนักของกล่องเหล็กที่ผู้โดยสารนำมาจากเมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งผู้โดยสารรายนี้ถูกจับกุม ขณะที่สนามบินนานาชาติโคชิน DRI ยึดทองคำ 1.78 กิโลกรัมจากซองทองคำสองซองที่ซ่อนอยู่บนตัวผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองราสอัลไคมาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ส่วนที่โกลกาตา DRI ยึดทองคำจากต่างประเทศในรูปของเหลว 1.48 กิโลกรัม ซึ่งถูกลักลอบนำเข้าจากประเทศไทย จากผู้โดยสารสี่คนที่เดินทางทางบก โดยทองคำถูกซ่อนอยู่ในแคปซูลห้าแคปซูลภายในร่างกายของพวกเขา ทั้งสี่คนและผู้ดูแลของพวกเขาถูกจับกุม ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ลักลอบใช้วิธีการซ่อนทองในร่างกายและการเดินทางทางบกภายในประเทศเพื่อเคลื่อนย้ายทองคำจากต่างประเทศ
หน่วยงาน DRI ยังร่วมมือกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BSF) ในการยึดทองคำที่ถูกขนส่งผ่านเส้นทางทางบกและชายฝั่ง ในวันที่ 26-27 สิงหาคม DRI ยึดทองคำ 935 กรัม และ 1.74 กิโลกรัม ในสองปฏิบัติการตามแนวชายแดนอินเดีย-บังกลาเทศ และจับกุมผู้ต้องหาหนึ่งคนในแต่ละกรณี นอกจากนี้ ยังมีการยึดทองคำแท่ง 3.84 กิโลกรัมในกูวาฮาติ และในรามานาธปุรัม รัฐทมิฬนาฑู มีการยึดทองคำ 1.36 กิโลกรัม และเงิน 9.99 กิโลกรัม ในปฏิบัติการที่ระบุว่าใช้เส้นทางชายฝั่งจากศรีลังกาลักลอบขนทอง
ในคดีที่โกลกาตา BSF ยังยึดทองคำแท่งจากต่างประเทศ 125 แท่ง น้ำหนัก 15.61 กิโลกรัม จากบ้านพักของหญิงรายหนึ่งในหมู่บ้านบานปูร์ เขตนากาเดีย ระหว่างการตรวจค้นแบบสายฟ้าแลบ
DRI ระบุว่าเธอรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบร่วมกับชายในบ้านและถูกจับกุม โดยรวมแล้ว ปฏิบัติการของ DRI ได้เปิดโปงการใช้เส้นทางขนส่ง บุคลากรสนามบิน การซ่อนตามร่างกาย ช่องว่างในยานพาหนะ ชายแดนทางบก และเส้นทางชายฝั่ง ซึ่งเน้นย้ำถึงความซับซ้อนของวิธีการลักลอบขนทองปัจจุบัน




