"...แผนการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่ดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จำนวนมาก ว่า เป็นความพยายามของฝ่ายบริหารในการแทรงแซงปูทางเพื่อจัดกำลังคนของตนเองเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มากกว่า ..."
จากกรณี สำนักข่าว Next News ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า นอกจากปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสอบสวนคดีต่างๆ ของ ป.ป.ช. จากคนในสังคมเป็นวงกว้าง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อกำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ขององค์กรในปัจจุบันแล้ว
ขณะนี้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กำลังเกิดคววมวิตกกังวลเกี่ยวกับแผนการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่ ที่ฝ่ายบริหารกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งกำลังมีการส่งแชร์ต่อกันในกลุ่มไลน์ข้าราชการเจ้าหน้าที่จำนวนมากในขณะนี้
ทั้งนี้ ภายใต้แผนปฏิบัติการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.ใหม่ นี้ มีจำนวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ จะต้องถูกโยกย้ายตำแหน่งมากกว่า 1,000 คน ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือเวียนภายใน เรื่อง “แผนปฏิบัติการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช.” ตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 อ้างว่าเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น โดยการย้ายข้าราชการจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และความเหมาะสมของตำแหน่งหน้าที่ โดยเฉพาะในกรณีการหมุนเวียนตำแหน่ง หรือการย้ายไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่น เพื่อเพิ่มประสบการณ์และประสิทธิภาพในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดกรอบระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการย้ายไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปตามแผน และลดปัญหาความล่าช้า รวมถึงเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายในเสนอแผนความต้องการกำลังคนประกอบการพิจารณา ขณะที่แนวทางการโยกย้ายดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความจำเป็นในการย้าย โดยต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน และต้องมีการเสนอเหตุผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างโปร่งใส
อย่างไรก็ดี แผนการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่ดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จำนวนมาก ว่า เป็นความพยายามของฝ่ายบริหารในการแทรงแซงปูทางเพื่อจัดกำลังคนของตนเองเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มากกว่า
สำหรับการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตามระเบียบใหม่ กำหนดว่าจะต้องประกาศรายชื่อข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งครบกำหนดให้ทราบ ก่อนการพิจารณาไม่น่อยกว่า 30 วัน
ปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. มีการจัดทำรายชื่อย้ายข้าราชการ ไว้แล้วจำนวน 1,098 คน แยกเป็นพนักงานไต่สวน ส่วนกลาง 144 คน ภาค/จังหวัด 345 คน , เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ส่วนกลาง 82 คน ภาค/จังหวัด 108 คน , เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนกลาง 53 คน ภาค/จังหวัด 201 คน, นักสืบสวนคดีทุจริต ส่วนกลาง 13 คน ภาค/จังหวัด 8 คน และพนักงานบริหารทั่วไป ส่วนกลาง 70 คน ภาค/ จังหวัด 74 คน

ภาพประกอบรายงาน
อ่านข่าวต้นเรื่อง : ป.ป.ช.ร้อน! สั่งด่วนทุกหน่วยปั่นโซเชียล กลบกระแสตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' , ป.ป.ช.ร้อนอีก! ผวาทั้ง สนง. ฝ่ายบริหารจัดทำแผนโยกย้าย ขรก.นับพันคน
ต่อไปนี้ เป็นรายชื่อ ข้าราชการจำนวน 1,098 คน ที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายข้าราชการตามระเบียบใหม่
@ ข้อมูลภาพรวมการโยกย้ายตามระเบียบใหม่

picpennnho5-5-69
@กลุ่มพนักงานไต่สวน ส่วนกลาง/ภาค /จังหวัด

กลุ่มพนักงานไต่สวน

กลุ่มพนักงานไต่สวน

กลุ่มพนักงานไต่สวน

กลุ่มพนักงานไต่สวน

กลุ่มพนักงานไต่สวน

กลุ่มพนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน
@เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ส่วนกลาง /ภาค / จังหวัด

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต

เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต
@เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนกลาง / ภาค / จังหวัด

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน
@นักสืบสวนคดีทุจริตส่วนกลาง / ภาค / จังหวัด

นักสืบสวนคดีทุจริตส่วนกลาง

นักสืบสวนคดีทุจริตส่วนกลาง
@พนักงานบริหารทั่วไป ส่วนกลาง / ภาค / จังหวัด

พนักงานบริหารทั่วไป

พนักงานบริหารทั่วไป

พนักงานบริหารทั่วไป

พนักงานบริหารทั่วไป

พนักงานบริหารทั่วไป

พนักงานบริหารทั่วไป
หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป




