'ณัฐวุฒ' รองเลขาฯ ป.ป.ช.! เปิดหน้าสู้ จ่อยื่นศาลปกครอง หลังอุทธรณ์คำสั่งโยกย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ผ่านมาหลายเดือน ยังไร้คำตอบจาก 'สุชาติ' ประธาน
จากกรณีสำนักข่าว Next News รายงานข่าวปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า นอกจากกรณีกลุ่มข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายตามแผนปฏิบัติการใหม่ กำลังมีการรวบรวมรายชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอให้เพิกถอนข้อกำหนดบางข้อของ “ระเบียบย้ายปี 2569” พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เพื่อระงับการบังคับใช้กับผู้ร่วมลงชื่อฟ้องคดีจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ยังมีกรณีนายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ ที่ปรากฏชื่ออยู่ในกลุ่มข้าราชการระดับสูง 14 ตำแหน่ง ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้โยกย้ายตำแหน่งในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ได้ทำเรื่องขออุทธรณ์คำสั่งโยกย้ายดังกล่าว จากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงาน ป.ป.ช. มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ภาพประกอบรายงาน
รองเลขาป.ป.ช. เปิดศึกอุทธรณ์ถูกโยกนั่งผู้ตรวจฯ ดีเด่น 5 รอบ แต่ถูกย้าย
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับกรณีนายณัฐวุฒ ทราบว่าได้มีการทำบันทึกขออุทธรณ์คำสั่งโยกย้ายต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. ไปเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีคำสั่งจากประธานกรรมการ ป.ป.ช. ลงมาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อเรื่องนี้
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ทราบว่า ภายหลังจากที่นายณัฐวุฒได้ทำบันทึกถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์แล้ว ในช่วงเดือนเมษายน 2569 นายณัฐวุฒได้ทำบันทึกถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. อีกครั้ง เพื่อขอทราบผลการพิจารณากรณีอุทธรณ์คำสั่งอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว
“การทำบันทึกขอทราบผลการพิจารณากรณีอุทธรณ์คำสั่งโยกย้ายครั้งล่าสุด ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ทราบมาจากคนใกล้ชิดนายณัฐวุฒว่า ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าอะไรอีก เจ้าตัวเตรียมที่จะยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองต่อไป” แหล่งข่าวระบุ
สำหรับสาเหตุการอุทธรณ์คำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ของ นายณัฐวุฒ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า นายณัฐวุฒ เห็นว่าการย้ายตนเองไปรักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. แม้ยังคงเป็นตำแหน่งระดับ 10 เช่นเดิม แต่ถือเป็นการย้ายจากสายงานบริหารไปสู่สายงานตรวจราชการ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้องหลุดจากสายงานกระบวนการยุติธรรม และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพนักงานไต่สวนได้อีก
นอกจากนี้ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ใช่ตำแหน่งสายงานอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจบริหารหน่วยงานโดยตรง
นายณัฐวุฒ ยังระบุด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่รับราชการ มีผลการประเมินการปฏิบัติราชการในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 อยู่ในระดับ “ดีเด่น” ต่อเนื่อง 5 รอบการประเมิน ไม่เคยถูกดำเนินการทางวินัย ถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกว่ากล่าวตักเตือนแต่อย่างใด อีกทั้งยังได้รับพระราชทาน “เหรียญจักรพรรดิมาลา” (ร.จ.พ.) เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบในการรับราชการด้วย และที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการจัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่ปรากฏว่ามีรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายใด ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะเช่นนี้ อีกทั้งกรณีดังกล่าวก็ไม่ใช่การแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง หรือกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ซึ่งแตกต่างจากแนวปฏิบัติในการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ นายณัฐวุฒ จึงขออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และขอให้พิจารณาทบทวน ยกเลิก หรือเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งให้ข้าพเจ้ากลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในสายงานกระบวนการยุติธรรมดังเดิม
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง




