"...สังคมกำลังตั้งคำถามถึงการทำธุรกิจของ "pondonnews" รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์สายเล่าข่าวชื่อดังรายอื่น ๆ ว่า การผลิตเนื้อหาในลักษณะการ Re-act เสมือนตัวเองเป็นคนสัมภาษณ์คนที่อยู่ในฟุตเทจข่าว ทั้งที่ตัวเองอยู่ในห้อง แต่ฟุตเทจนั้นนักข่าวต้องไปนั้งรอและลงทุนอย่างหนักกว่าจะได้มา โดยไม่ขออนุญาตแท้จริงใครควรได้ผลตอบแทนจากงานข่าว?..."
ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
สำหรับ "pondonnews" หรือ "ปอนด์" นายภัควัฒน์ รัตนศิริอำไพ อินฟลูเอนเซอร์ สายเล่าข่าวชื่อดังบนแพลตฟอร์มโซเชียล กรณีการผลิตเนื้อหาในลักษณะการ Re-act เสมือนตัวเองเป็นคนสัมภาษณ์คนที่อยู่ในฟุตเทจข่าว ทั้งที่ตัวเองอยู่ในห้อง แต่ฟุตเทจนั้นนักข่าวต้องไปนั้งรอและลงทุนอย่างหนักกว่าจะได้มา โดยไม่ขออนุญาต และถูกคาดการณ์ว่าน่าจะสร้างรายได้มากกว่าสื่อที่นำเสนอข่าวตัวจริงเสียอีก (อ้างอิงจากเฟซบุ๊ก Rawee Tawantharong)
ขณะที่เจ้าตัว ได้ออกมาโพสต์น้อมรับ ยอมรับ และขอโทษสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับพี่ๆนักข่าวหรือผู้สื่อข่าวใดๆ รวมไปถึงช่องข่าวและทีมผู้ผลิตหรือผู้รับสารอื่นๆ แต่อย่างใด และยืนยันว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขการผลิตเนื้อหารายการใหม่
มาลองดูข้อมูลทางธุรกิจของอินฟลูเอนเซอร์สายเล่าข่าวชื่อดังรายนี้กัน
สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า นายภัควัฒน์ รัตนศิริอำไพ หรือ "ปอนด์" มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทเอกชน 2 แห่ง
แห่งแรก ชื่อ ว่า บริษัท ปอนด์ออนนิวส์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 23 พฤษภาคม 2566 ทุนล่าสุด 1,000,000 บาท ตั้งอยู่เลขที่ 234/183 หมู่ 3 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แจ้งประกอบธุรกิจกิจกรรมของบริษัทโฆษณา นาย ภัควัฒน์ รัตนสิริอำไพ และนางสาว ซีพอย รัตนสิริอำไพ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ณ วันที่ 6 มีนาคม 2569 นาย ภัควัฒน์ รัตนสิริอำไพ ถือหุ้นใหญ่ (60%) หุ้นที่เหลืออยู่ในชื่อ นางสาว ซีพอย รัตนสิริอำไพ
นำส่งงบการเงินแสดงผลประกอบการธุรกิจ ณ 31 ธันวาคม 2567 (นำส่งวันที่ 3 มิถุนายน 2568) แจ้งมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการ 33,534,277.89 บาท รายได้ดอกเบี้ย 81,262.38 บาท รายได้อื่น 11.39 บาท รวมรายได้ 33,615,551.66 บาท
รายจ่ายแจ้งว่า มีต้นทุนขายหรือต้นทุนการให้บริการ 9,126,115.33 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 7,003,711.88 บาท รวมรายจ่าย 16,129,827.21 บาท กำไรสุทธิ 13,957,201.55 บาท

ตารางแสดงข้อมูลรายได้บริษัท
แห่งสอง ชื่อ บริษัท ไฮป์น้องได้ไม่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 21 พฤศจิกายน 2568 ทุน 234/183 หมู่ 3 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แจ้งประกอบธุรกิจการขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป นาย ภัควัฒน์ รัตนสิริอำไพ และนางสาว ซีพอย รัตนสิริอำไพ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นาย ภัควัฒน์ รัตนสิริอำไพ ถือหุ้นใหญ่ (60%) หุ้นที่เหลืออยู่ในชื่อ นางสาว ซีพอย รัตนสิริอำไพ
ปัจจุบันยังไม่ได้นำส่งงบการเงิน
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ธุรกิจของ "pondonnews" ทำรายได้สูงมาก สำหรับธุรกิจสื่อ รายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 8,706,22.89 บาท ในปี 2567 เป็น 33,615,551.66 บาท ในปี 2567 (แค่ปีเดียว / ดูข้อมูลในตารางประกอบ) และการตั้งบริษัทเพิ่มอีกแห่ง คือ บริษัท ไฮป์น้องได้ไม่ จำกัด สะท้อนว่าแบรนด์ “pondonnews” อาจกำลังขยายจากแค่คอนเทนต์ข่าว ไปสู่ สินค้า แบรนด์ส่วนตัว พาณิชย์ออนไลน์ การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับครีเอเตอร์ยุคใหม่จำนวนมาก ที่ใช้ “ชื่อเสียงจากคอนเทนต์” มาต่อยอดธุรกิจโดยตรง
ขณะที่สังคมกำลังตั้งคำถามถึงการทำธุรกิจของ "pondonnews" รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์สายเล่าข่าวชื่อดังรายอื่น ๆ ว่า การผลิตเนื้อหาในลักษณะการ Re-act เสมือนตัวเองเป็นคนสัมภาษณ์คนที่อยู่ในฟุตเทจข่าว ทั้งที่ตัวเองอยู่ในห้อง แต่ฟุตเทจนั้นนักข่าวต้องไปนั้งรอและลงทุนอย่างหนักกว่าจะได้มา โดยไม่ขออนุญาต
แท้จริงใครควรได้ผลตอบแทนจากงานข่าว?
เพราะปัจจุบันมีปรากฏการณ์เห็นชัดเจนว่า คนทำข่าวจริง อาจได้รายได้น้อย แต่คน “สรุปข่าว” หรือ “เล่าข่าวต่อ” กลับได้ยอดวิวสูงกว่า แพลตฟอร์มโซเชียลให้รางวัลกับความเร็วความบันเทิงบุคลิกผู้เล่ามากกว่ากระบวนการข่าวแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีนี้ อาจทำให้เกิดแนวโน้มใหม่ เช่น สื่อเริ่มปกป้องฟุตเทจเข้มขึ้น มีการฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์มากขึ้น แพลตฟอร์มอาจถูกกดดันให้จัดการเรื่องเครดิตต้นทาง ครีเอเตอร์สายข่าวต้องระวังการใช้คลิปมากขึ้น
และอาจนำไปสู่ “มาตรฐานใหม่” ของวงการข่าวออนไลน์ในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งรายได้ที่ถูกต้องและเหมาะสม ระหว่าง สื่อต้นฉบับ และ สื่ออินฟลูเอนเซอร์ ที่นำผลงานไปใช้ ในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้




