News Logo
หน้าแรก
ย้อน 3 คดีดัง 'เมาแล้วขับ' ได้รับโทษอะไร-เยียวยายังไง?

ย้อน 3 คดีดัง 'เมาแล้วขับ' ได้รับโทษอะไร-เยียวยายังไง?

31 พ.ค. 2569 20:22
ผู้ชม 54 คน

"...เหล่านี้เป็นข้อมูลคดีดังในอีตที่ผ่านมาซึ่งผู้ก่อเหตุเมาแล้วขับข้างต้นเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงในองค์กรรัฐ เอกชน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน ในกรณีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตก็มีการจ่ายเงินเยียวยามากกว่าที่ผู้เสียหายเรียกร้อง ส่วนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตก็มีการรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและจ่ายเงินเยียวยาถึงหลักล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีการจ่ายเงินเยียวยาไปมากเท่าไรก็ไม่อาจชดเชยชีวิตที่ดับสูญจากการ 'เมาแล้วขับ' ไปได้ สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นการ 'ดื่มไม่ขับ'และ 'ขับขี่ปลอดภัย' ที่จะสามารถทำให้อุบัติเหตุต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป..."

จากกรณี นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สักงาน ป.ป.ช. เมาแล้วขับรถชนนายศรนรินทร์ นาคงสี พนักงานขับรถรับส่งอาหาร เสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่าหลังเกิดเหตุ นายจรงค์ไม่ยอมหยุดรถ พยายามขับรถหนี แต่ถูกพลเมืองดีขับตามไล่ล่าจนหยุดรถได้ ต่อมาตำรวจคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณ 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นายจรงค์ใช้ตำแหน่งประกันตัวไป พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา

1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

2.ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

3.ขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่จอดรถให้ความช่วยเหลือ หรือไม่แสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่

ซึ่งนายจรงค์ยอมรับว่าขับรถในขณะเมาสุราจริง ส่วนอีก 2 ข้อหาให้การปฏิเสธ พร้อมขอโทษครอบครัวผู้ตายและยินดีเยียวยาค่าเสียหาย

สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลคดีดัง 'เมาแล้วขับ' ในอดีตมาเรียบเรียงและรายงานให้สาธารณชน ได้รับทราบโดยทั่วกันว่าหลังเกิดเหตุการณ์ไปแล้วผู้ก่อเหตุได้รับโทษและชดใช้ให้กับผู้เสียหายอย่างไรบ้าง

@ คดี ‘เสี่ยเบนซ์’ ชนตำรวจ ปี 2562

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2562 เกิดอุบัติเหตุบริเวณถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ คนขับรถยี่ห้อเบนซ์ ขับรถชนรถยนต์ของพ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รองผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เป็นเหตุให้พ.ต.ท.จตุพรและภรรยา เสียชีวิต ส่วน ด.ญ.พิชญาภา น้องแพรว อายุ 12 ปี ลูกสาวพ.ต.ท.จตุพร บาดเจ็บสาหัส

โดยขณะที่พบตัวนายสมชาย เจ้าตัวอยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา เจ้าหน้าที่คุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สน.ศาลาแดง

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา นายสมชาย 3 ข้อหา ได้แก่

1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

2.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส

3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ศาลอนุญาตให้นายสมชายได้ประกันตัว โดยยื่นเงินสด 200,000 บาทเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ต่อมาในเดือน ส.ค. 2562 ศาลอ่านคำพิพากษา จำคุก 6 ปี ปรับ 200,000 บาท ศาลระบุว่าเดิมนายสมชายมีโทษสูงสุดตามที่กำหนดเอาไว้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก แต่ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน จึงให้โอกาสที่จะให้กลับตัวเป็นคนดีอีกครั้ง โดยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 3 ปี ปรับเป็นเงิน 100,000 บาท ให้รอลงอาญา 3 ปี นอกจากนี้ยังต้องไปรายงานคุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี ต้องทำประโยชน์ให้แก่สังคมเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และภายใน 1 ปี ห้ามดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด

นอกจากนี้นายสมชาย ยังรับผิดชอบดูแลรักษา ด.ญ.พิชญาภาที่บาดเจ็บจนอาการหายดี มอบเงินให้บุตรสาวทั้ง 2 ราย ของพ.ต.ท.จตุพร รวม 30 ล้านบาท จ่ายค่าอุปการะให้บุพการีของพ.ต.ท.จตุพรกับภรรยา จำนวน 5,000,000 บาท จ่ายค่ารถยนต์คันใหม่ที่ซื้อให้ทดแทนรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ 1,600,000 บาท ค่าหนี้สินบัตรเครดิตของผู้ตายทั้ง 2 ราย 5,000,000 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 45,000,000 บาท

@ คดีอัยการ ชนรถมอเตอร์ไซค์ ปี 2562

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 เกิดอบุติเหตุบริเวณถนนนครอินทร์ (ขาออก) ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ตำแหน่งในขณะนั้น) ขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เป็นผลให้ นายธรรมรัตน์ ทองทวี ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย. 2564 ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรเมศวร์ เป็นจำเลยในความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยคดีนี้นายปรเมศวร์ ให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 วรรคสอง สั่งให้จำคุก 1 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท

ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี

ทั้งนี้ระหว่างการพิจารณาคีของศาล นางธรรมรัตน์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอให้บังคับนายปรเมศวร์ชดใช้ค่ารักษาพยาบาล จำนวน 25,000 บา ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพการงานรวม 90 วัน วันละ 3,000 บาท รวม 90,000 บาท

นายปรเมศวร์ไม่ให้การในคำขอส่วนแพ่ง แต่ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย รวม 2.4 แสนบาท ผู้เสียหายไม่ติดใจคำขอส่วนแพ่ง

@ คดี 'ติ๊ก ชิโร่' ชนมอเตอร์ไซค์ ปี 2567

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 เกิดอุบัติเหตุบริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ แขวงออเงิน เขตสายไหม นายมนัสวิน นันทเสน (ชื่อเดิมศิริศักดิ์ นันทเสน) หรือติ๊ก ชิโร่ ศิลปินชื่อดัง ขับรถตู้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ นางสาวเทียนพร เสียชีวิต

ณ จุดเกิดเหตุ และนายจักรภัคร บาดเจ็บสาหัสแล้วเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

พนักงานสอบสวนแจ้งดำเนินคดีรวม 5 ข้อหา ได้แก่

1.ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

2.ขับขี่รถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

3.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

4.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

5.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ก่อนจะได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

ทางฝั่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องค่าชดเชยเยียวยารวมเป็นเงิน 24 ล้านบาท

ต่อมาวันที่ 23 ม.ค. 2568 นายมนัสวิน พร้อมด้วย น.ส.เอ๋ (สงวนชื่อ-สกุล) น้องสาวภรรยา และนายกันตเมธส์ จโนภาส ทนายความแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีข้างต้น โดยระบุว่า ยอดเงินเยียวยา 24 ล้านบาทนั้นสูงเกินกว่ากำลังทรัพย์ที่ตนเองจะจ่ายไหวในทันที โดยเบื้องต้นได้จ่ายเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือช่วยเหลือค่าทำศพและค่ารักษาพยาบาลไปแล้วบางส่วน และพร้อมเยียวยาตามกำลังทรัพย์ที่หาได้ (ประมาณ 4-5 ล้านบาทจากการเตรียมขายที่ดิน) ซึ่งส่งผลให้การเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายในเชิงแพ่งยังไม่ลงตัวอย่างเด็ดขาด และกล่าวถึงการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่าจะมีการแต่งเพลงให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากปล่อยเพลงออกไปแล้วมีรายได้เข้ามาก็จะนำเงินทั้งหมดนั้นมอบให้กับทางครอบครัวเพื่อเป็นการเยียวยาอีกทาง

นอกจากนี้ครอบครัวของนายมนัสวิน เปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุได้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 100,000 บาท รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในพิธีศพอีก 75,530 บาท และยังรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของนายจักรภัครอีก 420,000 บาทก่อนที่จะเสียชีวิต อีกทั้งทางประกันภัยยังจ่ายเงินเยียวยาอีก 500,000 บาท

อนึ่ง ยังไม่ปรากฏข้อมูลคำพิพากษาในคดีของนายมนัสวิน

เหล่านี้เป็นข้อมูลคดีดังในอีตที่ผ่านมาซึ่งผู้ก่อเหตุเมาแล้วขับข้างต้นเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงในองค์กรรัฐ เอกชน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน ในกรณีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตก็มีการจ่ายเงินเยียวยามากกว่าที่ผู้เสียหายเรียกร้อง ส่วนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตก็มีการรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและจ่ายเงินเยียวยาถึงหลักล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตามแม้จะมีการจ่ายเงินเยียวยาไปมากเท่าไรก็ไม่อาจชดเชยชีวิตที่ดับสูญจากการ 'เมาแล้วขับ' ไปได้ สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นการ 'ดื่มไม่ขับ'และ 'ขับขี่ปลอดภัย' ที่จะสามารถทำให้อุบัติเหตุต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

ส่วนคดีของผู้มีตำแหน่งในองค์กร ป.ป.ช. คดีนี้จะมีบทสรุปอย่างไร ต้องตามดูกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เมาแล้วขับ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ.รับจองบ้านพักเครือชาญวีรกูล บนเกาะสมุย เจ้าของเดิมชาวอิสราเอล
บ.รับจองบ้านพักเครือชาญวีรกูล บนเกาะสมุย เจ้าของเดิมชาวอิสราเอล