News Logo
หน้าแรก
'เนธิภัททิก์' ลุยยื่นค้านโดนชงย้ายไม่เป็นธรรม ควรย้ายคนเสนอสินบน

'เนธิภัททิก์' ลุยยื่นค้านโดนชงย้ายไม่เป็นธรรม ควรย้ายคนเสนอสินบน

19 ก.ค. 2569 16:36
ผู้ชม 847 คน

'เนธิภัททิก์' อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ลุยยื่นคัดค้านขอความเป็นธรรม กรณี อนุฯ ก.อ.เห็นชอบชงแต่งตั้งโยกย้ายไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์ ชี้ไม่เป็นธรรมควรจะย้ายอดีตอธิบดีอัยการผู้เสนอสินบน 4 แสน แลกช่วยผู้ต้องหาคนเดียวมากกว่า

จากกรณีปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ มีมติเห็นชอบเสนอ คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการจำนวนหลายราย แต่ตำแหน่งที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ การแต่งตั้งให้ นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์ ส่วนนายกิตติศักดิ์ วงศ์จีน อธิบดีอัยการภาค 5 ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครอง และให้นายจิตติ เหลืองทองคำ อธิบดีอัยการภาค 6 ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีอัยการภาค 5 สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการเสนอเรื่องที่ประชุม ก.อ.ชุดใหญ่พิจารณาเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมาผลการพิจารณาของ ก.อ.มักเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ หรือที่เรียกว่า ก.อ.โต๊ะเล็กนำเสนอ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ปรากฏข่าว นายเนธิภัททิก์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ อธิบดีอัยการรายหนึ่ง ที่เสนอให้สินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันซ้อนแผนและจับกุมตัว เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 67 ในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหาร ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อนุฯ ก.อ. ชงย้ายทั้งคู่ อธิบดีอัยการฯ ภาค 5 'เนธิภัททิก์-กิตติศักดิ์'

ล่าสุด แหล่งข่าวสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 กรกฏาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องคัดค้านและขอความเป็นธรรม กรณีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการอัยการ มีมติเสนอเรื่องให้ย้ายเนธิภัททิก์ ไปดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีอัยการคดีสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นการย้ายที่ไม่ชอบธรรม เนื่องจากนายเนธิภัททิก์ ไม่ได้ยื่นแสดงความจำนงขอย้าย คณะอนุกรรมการการฯ จึงไม่มีอำนาจย้ายและไม่มีเหตุผลที่จะย้าย ที่ีสำคัญ นายเนธิภัททิก์ ไม่ได้กระทำความผิดเรียกรับสินบนจากผู้ต้องหาในคดีที่ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลสันผีเสื้อกับพวกรวมสามคนเรียกรับสินบนจากเจ้าของร้านอาหารคันทรี่เฮ้าส์จังหวัดเชียงใหม่ ในทางตรงกันข้ามนายเนธิภัททิ กลับเป็นผู้ถูกอดีตอธิบดีอัยการเสนอให้สินบนจำนวน 400,000 บาท เพื่อให้ทำการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีทั้ง 3 ราย ในคดีนี้เสียด้วยซ้ำ

แหล่งข่าวกล่าวว่า คณะอนุกรรมการอัยการชุดดังกล่าวซึ่งมีอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นประธานควรจะย้ายเฉพาะอดีตอธิบดีอัยการคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผู้เรียกรับสินบนจากนายกเทศมนตรีเทศเทศบาลแห่งหนึ่งจำนวน 500,000 บาทแล้วนำเงินจำนวนเพียง 400,000 บาทมาเสนอให้สินบนกับอธิบดีเนธิภัททิก์ เพื่อให้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย

"การที่คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีมติให้ย้ายนายเนธิภัททิก์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์จึงเป็นมติที่ไม่เป็นธรรมทำให้พนักงานอัยการทั่วประเทศอาจเสียขวัญและกำลังใจในการทำงานในกรณีที่มีอัยการบางคนที่นำสินบนมาให้เพื่อให้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดรายอื่นๆแล้วหากอัยการเจ้าของสำนวนแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วจะต้องถูกโยกย้ายไปพร้อมกับผู้ที่เป็นอัยการที่มาให้สินบนก็จะทำให้เสียขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่อัยการซึ่งเป็นทนายของแผ่นดินและเป็น ผู้อำนวยความยุติธรรมทางอาญาเสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกันกับอธิบดีเนธิภัททิก์ ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนอดีตอธิบดีซึ่งนำสินบนมาให้หรือเสนอให้จำนวน 400,000 บาทในคดีรุมกินโต๊ะซึ่งบิ๊กเต่าและหน่วยงานอื่นๆร่วมกันจับกุม ตัวผู้อำนวยการกองช่างกับพวกรวมสามคนได้พร้อมยึดเงินที่ที่ใช้รอซื้อจำนวน 70,000 บาท" แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การที่นายเนธิภัททิก์ มายื่นคำร้องคัดค้านและคำร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะอนุกรรมการของสำนักงานอัยการสูงสุดชุดนี้ซึ่งลงมติให้ย้ายทั้งสองคนจึงเป็นมติที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตถูกต้องตามกฏหมายและเป็นผู้รวบรวมหลักฐานเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจสอบสวนกลางและมีหนังสือยื่นคำร้องให้ดำเนินคดีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกลางซึ่งตั้งอยู่ที่สนามบินน้ำ

"การที่นายอภิวัฒน์ขันทองทนายความได้รับมอบอำนาจให้นำคำร้องคัดค้านและคำร้องขอความเป็นธรรมว่าการโยกย้ายนายเนธิภัททิก์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 จึงเป็นมติโยกย้ายที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายและไม่เป็นธรรมต่อผู้ปฎิบัติหน้าที่อันถูกต้องตามกฏหมายในฐานะที่เป็นอธิบดีปราบปรามการทุจริตต้องมีหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกคนไม่ว่าผู้กระทำความผิดคนนั้นจะเป็นคนธรรมดาหรือจะมีฐานะเป็นอดีตอธิบดีอัยการก็ตาม" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวยังกล่าวด้วยว่า "การกระทำการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่เป็นผู้รับรู้เรื่องราวหรืออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐไม่ว่าหน่วยงานใดก็ตามซึ่งมีผู้มาเสนอให้สินบนแล้วไม่ยอมรับสินบน ผู้ที่เสนอสินบนไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือจะเป็นอดีตอธิบดีอัยการก็จะมีความผิดสำเร็จแล้วตามประมวลกฎหมายอาญาและตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการของอัยการสูงสุดชุดนี้ได้มีมติโยกย้ายอธิบดีเนธิภัททิก์ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องซื่อสัตย์สุจริตจึงชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม"

"การมายื่นคำร้องคัดค้านและคำร้องขอความเป็นธรรมในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเวลา 10.00 น. ดังกล่าวจึงเป็นการปกป้องคุ้มครองข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตให้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับข้าราชการอัยการรุ่นน้องต่อไปในอนาคต เพื่อจะได้มีความกล้าหาญไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลหรือต่ออำนาจที่แทรกแซงโดยไม่ชอบของอัยการรุ่นพี่ที่มาขอคดีให้สั่งไม่ฟ้องโดยเสนอสินบนให้อัยการรุ่นน้องน้องที่ปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อไปในอนาคต ซึ่งคดีนี้เป็นคดีตัวอย่างและเป็นคดีประวัติศาสตร์ขององค์กรอัยการซึ่งครบรอบ 133 ปี องค์กรอัยการเมื่อวันวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาเป็นคดีแรกที่อธิบดีอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตภาค 5 ทั้งนี้ได้แสดงถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวต่ออดีตอธิบดีอัยการที่มาเสนอสินบนให้แต่ประการใดเลย" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชุดใหญ่ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ควรจะมีมติถอดถอนมติของคณะอนุกรรมการเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ย้ายนายเนธิภัททิก์ ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์ทั้งที่ไม่ได้ขอย้ายหรือแสดงความจำนงขอโยกย้ายแต่ประการใดเลย หากคณะกรรมการอัยการชุดใหญ่ยังคงยืนยันตามคณะอนุกรรมการชุดเล็กดังกล่าวอาจเกิดข้อครหา ว่าปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดและเกิดความเสียหายแก่นายเนธิภัททิก์ ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ที่ถูกต้องแต่ต้องถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม ทำให้การโยกย้ายในครั้งนี้เกิดความมัวหมองขององค์กรอัยการและส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายแผ่นดินทั่วประเทศก็ได้

"ในทางตรงกันข้ามสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญและเป็นทนายของแผ่นดินมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมทางอาญาควรให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานอัยการทุกท่านที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและควรให้รางวัลตอบแทนด้วยการโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดีกว่าที่คณะอนุกรรมการอัยการชุดเล็กในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมติที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรมต่อนายเนธิภัททิก์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ดังกล่าว " แหล่งข่าวระบุ

รายงานข่าวแจ้งงว่า ในการยื่นหนังสือร้องคัดค้านและร้องขอความเป็นธรรม เรื่องนี้ นายเนธิภัททิก์ ได้ทำหนังสือ จำนวน 4 ฉบับ ยื่นต่อประธานคณะกรรมการอัยการ, อัยการสูงสุด, นายโกวิท ศรีไพโรจน์ว่าที่อัยการสูงสุด และอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการอีกหนึ่งฉบับด้วย

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวบุคคลดัง
ก.อ. โยกย้ายข้าราชการอัยการ
สินบน 4 แสน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อีกคดี! เปิดคำพิพากษาทุจริตเลือก สว.-เขียนลูกศรโยงชื่อผู้สมัคร
อีกคดี! เปิดคำพิพากษาทุจริตเลือก สว.-เขียนลูกศรโยงชื่อผู้สมัคร