News Logo
หน้าแรก
'พิรงรอง' แจงไม่ประชุม กสทช.หลัง ปธ.ถูกวินิจฉัยลักษณะต้องห้าม

'พิรงรอง' แจงไม่ประชุม กสทช.หลัง ปธ.ถูกวินิจฉัยลักษณะต้องห้าม

27 ก.ค. 2569 18:22
ผู้ชม 26 คน

"พิรงรอง" แจงเหตุไม่เข้าร่วมประชุม กสทช. ชี้ชัดประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หลังคณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ กังวลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานหลังคำวินิจฉัย อาจไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ย้ำกรรมการ กสทช. ที่เหลือควรดำเนินการตามมาตรา 20 เพื่อความโปร่งใสขององค์กร

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำบันทึกข้อความถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อแจ้งเรื่องการไม่สามารถเข้าประชุมและรับคำสั่งใดๆ จากประธานกรรมการ กสทช. ได้อีกต่อไป หลังจากวันที่ประธานกรรมการ กสทช. ถูกวินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปรากฏเป็นข่าวแพร่หลายอย่างต่อเนื่องและยาวนานเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งคณะกรรมการสรรหาตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นองค์กรผู้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ได้มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่า ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) ของพระราชบัญญัติดังกล่าว และถือเป็นการสละสิทธิเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต ระบุในบันทึกข้อความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้ส่งสำเนาผลคำวินิจฉัยดังกล่าวมาให้กรรมการ กสทช. ทุกคน และสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยมีการลงรับในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.18.13 น. และลงรับในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรองฯ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00.14 น.

ในบันทึกข้อความดังกล่าว ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้ให้เหตุผลในการไม่เข้าร่วมประชุมและไม่ยอมรับการสั่งการใดๆ ว่า แม้ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 19 จะบัญญัติว่า "ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่" แต่ทว่า นับจากวันที่คณะกรรมการสรรหาได้มีคำวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย การใดที่ประธานกรรมการ กสทช. ได้ปฏิบัติหรือจะปฏิบัติ ย่อมมีความสุ่มเสี่ยงในการที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ในฐานะกรรมการ กสทช. จึงเห็นว่า ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งถูกวินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งจึงไม่อาจหรือไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการ กสทช. อีกต่อไป และหากฝืนปฏิบัติ การนั้นย่อมอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายใดๆ อีกต่อไปด้วย

เพื่อธำรงไว้ซึ่งการดำเนินงานของ กสทช. ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และไม่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์หรือความชอบด้วยกฎหมายใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง จึงเสนอแนะว่า กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ควรดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 20 โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามความในวรรคสาม วรรคห้า และวรรคหก ตามลำดับ เพื่อให้ กสทช. สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตนตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง เปิดเผย และโปร่งใส

ท้ายที่สุด ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้เน้นย้ำในบันทึกข้อความดังกล่าวว่า ตนเองในฐานะกรรมการ กสทช. จึงไม่อาจเข้าประชุมพิจารณาเรื่องใดๆ ร่วมกับประธานกรรมการ กสทช. และไม่อาจยอมรับการสั่งการใดๆ ของบุคคลดังกล่าว หลังจากวันที่ถูกวินิจฉัยชี้ขาดว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งอีกต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุเตือนว่า หากมีกรณีที่กรรมการ กสทช. หรือเจ้าหน้าที่คนใดของสำนักงาน กสทช. ได้เข้าร่วมประชุม หรือปฏิบัติงานตามการสั่งการของประธานกรรมการ กสทช. ที่ถูกวินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งหลังจากวันที่ได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ย่อมเป็นการตัดสินใจและความรับผิดชอบตามกฎหมายเป็นส่วนตัวเฉพาะตนของกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเองโดยลำพัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'
ประธานกสทช.ขาดคุณสมบัติ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บก.ป.ออกหมายเรียก 'ธีรุตม์-เรืองเดช' ทราบ 7 ข้อหาหนักโยงโกงสอบท้องถิ่น
บก.ป.ออกหมายเรียก 'ธีรุตม์-เรืองเดช' ทราบ 7 ข้อหาหนักโยงโกงสอบท้องถิ่น